ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมนับว่าเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่ผ่านมาผู้ประกอบการเหล่านี้มักจะประสบปัญหาต่าง ๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขาดแหล่งเงินทุนหมุนเวียนในธุรกิจ/ขยายธุรกิจ ขาดการนำความรู้ความเข้าใจและทักษะทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมาประยุกต์ในการดำเนินธุรกิจยังคงใช้วิธีการแบบเดิม ๆ รวมถึงการปรับตัวไม่ทันยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น ผู้ประกอบการ SME’s จึงควรตระหนักถึงความสำคัญในการยกระดับพัฒนาการดำเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในโลกการค้าดิจิตอลยุค 4.0 ดังนี้

1. ตัวผู้ประกอบการเองจะต้องปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการดำเนินธุรกิจแบบเดิม กำหนดวิสัยทัศน์และวางนโยบายทางด้าน Logistics and Supply Chain โดยจะต้องตระหนักว่า การดำเนินธุรกิจยุคนี้ นอกจากจะครอบคลุมในเรื่องคุณธรรม จริยธรรมทางธุรกิจแล้ว ต้องมีคุณภาพและมาตรฐานอีกด้วย นอกจากนี้ การหาหุ้นส่วนมาเพิ่มขึ้นที่จะเข้ามาช่วยกันผลักดันอนาคตของธุรกิจ หรือการติดต่อขอเข้าพบหัวหน้าหรือฝ่ายบริหารของบริษัทอื่นๆ ในการขอความร่วมมือเป็นพันธมิตรทางธุรกิจต่อกัน รวมถึงการเข้าร่วมอบรมสัมมนาและติดต่อกับหน่วยงานภาคอุตสาหกรรมของรัฐและเอกชน ซึ่งนอกจากเปิดความคิดแล้วจะต้องเปิดตัวเองในการกระโจนเข้าสู่สังคมภาคเอกชนและภาครัฐด้วย

2. การพัฒนาบุคลากรส่วนใหญ่มักไม่ค่อยจะลงทุนในการส่งบุคลากรเข้าไปอบรมกับสถาบันเฉพาะทาง แต่มักจะส่งไปอบรมสัมมนาที่เป็นของฟรี ก็เพียงแค่เปิดโลกทัศน์เท่านั้น แต่การพัฒนาควรดำเนินการพัฒนาทุกระดับตำแหน่ง ตรงตามความต้องการในสิ่งที่บุคลากรอยากรู้และสามารถนำมาแก้ไขในงานนั้นได้ รวมไปถึงการจัดทำคู่มือในการทำงานในลักษณะของ E-Book เป็นต้น นอกจากนี้ การสร้างทีมขายซึ่งนับเป็นส่วนสำคัญอีกส่วนหนึ่งเช่นกันในการหารายได้เข้าสู่บริษัท ซึ่งจากประสบการณ์มักจะพบว่าทีมขายจะใช้วิธีการเดิม ๆ ในการนำเสนอขายแก่ลูกค้า แต่ขาดการบริหารจัดการข้อมูลสินค้าให้แก่ผู้บริโภคได้อย่างถูกต้อง ขาดการสร้างความมั่นใจและความน่าเชื่อของตัวสินค้าแก่ผู้บริโภค ทำให้ประสบปัญหาการส่งต่อระหว่างฝ่ายผลิตและฝ่ายบัญชีการเงินอยู่เสมอ อีกทั้งฝ่ายขายมักมองว่าโลจิสติกส์เป็นเรื่องของฝ่ายขนส่ง สต็อกสินค้า และฝ่ายผลิตเท่านั้น

3. การทำวิจัยตลาด มักเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ SME’s มองข้าม เพราะเป็นเรื่องค่าใช้จ่าย โดยมองว่า เป็นประโยชน์ในอนาคต แต่ไม่เป็นประโยชน์ปัจจุบัน ซึ่งการวิจัยตลาดจะช่วยให้ธุรกิจมีโอกาสประสบความสำเร็จเพิ่มมากขึ้น เพราะจะเป็นตัวบ่งชี้ว่าธุรกิจควรเลือกลงทุนแหล่งใด ขยับส่วนแบ่งทางการตลาดแตกต่างกันจากคู่แข่งขันอย่างไร จำนวนคู่แข่งขันในตลาดมีมากน้อยเพียงใด สินค้าและบริการยังคงอยู่ในความต้องการของผู้บริโภคหรือไม่ ราคาที่ตั้งไว้นั้นในช่วงเศรษฐกิจแบบนี้ลูกค้ามีอำนาจในการซื้อเพียงใด เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวางแผนทางการตลาดและวางแผนธุรกิจและยังมีส่วนช่วยให้เป้าหมายในการดำเนินธุรกิจบรรลุผลได้ ไม่ว่าจะดำเนินธุรกิจในประเทศหรือขยายไปต่างประเทศ

4. การนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เหมาะสมกับกระบวนการพื้นทางของธุรกิจ ซึ่งในการจัดการกระบวนการภายในธุรกิจ (Internal Process) และการทำธุรกรรมของธุรกิจ (Business Transaction) ควบคู่ไปกับเทคโนโลยีเดิมที่มีอยู่ รวมถึงต่อยอดกับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็น POS E-Catalog, E-Commerce, E-Inventory, E-Invoice ระบบสินค้า Stock Online ตลอดจนการชำระเงินออนไลน์ (E-Payment) หรือ Business-to-Business (B2B) เพื่อลดความยุ่งยากซับซ้อน อำนวยความสะดวกให้กับพนักงานและลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงผู้บริหารสามารถนำข้อมูลไปต่อยอดพัฒนาธุรกิจอื่น ๆ ได้ในอนาคต และผู้ปฏิบัติงานสามารถดึงข้อมูลที่สำคัญไปใช้ได้อย่างถูกต้อง ซึ่งการแข่งขันของธุรกิจในยุค 4.0 ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เพียงการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเหนือกว่าคู่แข่งขัน แต่อยู่ที่การเลือกใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมเกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กรในระยะสั้นและระยะยาว

5 การนำนวัตกรรมมาใช้ ซึ่งไม่ใช่แนวคิดด้านวิทยาศาสตร์แต่เพียงอย่างเดียว ควรจะต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์ที่หลากหลายนำมาปรุงแต่งให้เกิดความลงตัว เช่น การพัฒนาผลิตภัณฑ์ของเกาหลีใต้ หรือญี่ปุ่นที่จะมีการใส่นวัตกรรมและวัฒนธรรมเข้าด้วยกันเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มแก่ผลิตภัณฑ์ ซึ่งยุคดิจิตอล 4.0 นั้นจะเน้นการสร้างให้เกิดมูลค่าเพิ่ม (Value-added Economy) แก่องค์กรธุรกิจควบคู่ไปกับการทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้นอีกด้วย

อนึ่ง ผู้ประกอบการ SME’s ไทย อาจจะยังไม่ถึงขั้นต้องปรับเปลี่ยนการดำเนินธุรกิจจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันทีทันใด เพียงแค่ปรับตนเองให้เข้าอยู่ในยุคดิจิตอลก่อนและให้คนในองค์กรสามารถเข้าถึงต่อ การนำเทคโนโลยีมาใช้กับการจัดการด้านโลจิสติกส์ที่เป็นรูปธรรมก็เพียงพอแล้ว โดยต้องมีการวางแผนพัฒนาทั้งกระบวนการให้ครบวงจรเพื่อสนับสนุน เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน เสริมจุดเด่นและสร้างความแตกต่างจากผู้ประกอบการรายอื่น รวมถึงพัฒนาศักยภาพในการเข้าถึงตลาดที่หลากหลายมากขึ้นตามพฤติกรรมผู้บริโภคไลฟ์สไตล์ดิจิตอล.

COMMENTS