“คมนาคม” หารือ “เมียนมา” พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ตกผลึกเร่งพัฒนาถนนเชื่อมโยงโครงการทวาย ระยะทาง 138 กม. วงเงิน 4,500 ล้านบาท แยกออกจากสัญญาอิตาเลี่ยนไทย สู่รูปแบบ Public Finance พร้อมตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 2 ชุด จัดทำแผนงาน ศึกษารายละเอียด รวมถึงกำหนดกรอบเวลา เสนอคณะกรรมการ JCC ภายใน 3 เดือน

คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการประสานงานร่วมระหว่างไทย – เมียนมา หรือ JCC เพื่อการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายและพื้นที่โครงการที่เกี่ยวข้อง ครั้งที่ 8 ร่วมกับ คุณตัน มิ้นท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในฐานะประธานร่วมว่า การประชุม JCC ครั้งที่ 8 นี้ ถือเป็นการประชุมร่วมครั้งแรกอย่างเป็นทางการ ภายใต้การดำเนินการรัฐบาลใหม่ของเมียนมา ตั้งแต่ปี 2559 ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกันที่จะเร่งพัฒนาถนนเชื่อมโยงพื้นที่โครงการทวายสู่ชายแดนไทย-เมียนมา ระยะทาง 138 กิโลเมตร วงเงินลงทุนประมาณ 4,500 ล้านบาท พร้อมทั้งพัฒนาโครงการทวายระยะแรก (DSEZ Initial Phase) ให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว

สำหรับการเร่งพัฒนาถนนดังกล่าว ระยะทาง 138 กม.นั้น แยกออกมาจากสัญญาของบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล็อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ผู้ได้รับสัญญาสัมปทานการพัฒนาโครงการทวายระยะแรก เนื่องจากโครงการดังกล่าวมีการเสนอให้เป็นรูปแบบของ Public Finance หรือการลงทุนของภาครัฐ เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน อย่างไรก็ตามอิตาเลี่ยนไทย ยังคงดำเนินการในส่วนของนิคมอุตสาหกรรม สถานีรับ-จ่ายก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ระบบโทรคมนาคา โรงไฟฟ้า ท่าเรือขนาดเล็ก และอ่างเก็บน้ำ

ทั้งนี้ ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 2 ชุด เพื่อหารือในรายละเอียดจัดทำแผนงาน กรอบเวลา และแนวทางการดำเนินงานในแต่ละเรื่อง โดยกำหนดให้เสนอคณะกรรมการ JCC ภายใน 3 เดือน สำหรับคณะทำงานเฉพาะกิจ 2 ชุด ประกอบด้วย 1.คณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยการพัฒนาเชื่อมโยงพื้นที่โครงการทวาย-ชายแดนไทย/เมียนมา ประกอบด้วย ผู้แทนของกรมทางหลวง และสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์การมหชน) หรือเนด้า พร้อมทั้งผู้แทนจากเมียนมา 2.คณะทำงานเฉพาะกิจว่าด้วยการพัฒนาโครงการระยะแรก ประกอบด้วย ผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และผู้แทนจากเมียนมา

นอกจากนี้ ไทยและเมียนมายังได้แสดงเจตจำนงค์ที่จะร่วมพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายให้เป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่รองรับการลงทุนของภาคเอกชนได้โดยเร็ว โดยโครงการทวายจะเป็นตัวเร่งการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของเมียนมาที่สำคัญ และจะก่อให้เกิดประโยชน์กับทั้งไทยและเมียนมา รวมถึงภูมิภาคอาเซียน ทั้งนี้ ภายหลังจากเปลี่ยนรัฐบาลใหม่ เมียนมาได้ตั้งกลไกเพื่อทำงานร่วมกับฝ่ายไทย 3 ชุด ประกอบด้วย 1.ตั้งคณะกรรมการร่วมระดับสูง 2.คณะกรรมการประสานงานร่วมของเมียนมา และ3.คณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ขณะเดียวกันการประชุมครั้งที่ 9 นั้น จะจัดขึ้นที่กรุงเนปิดอร์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ในเดือนตุลาคม 2560

ในส่วนความร่วมมือกับญี่ปุ่น คุณอาคม กล่าวยืนยันว่า ยังคงเป็นความร่วมมือ 3 ฝ่าย ไทย-เมียนมา-ญี่ปุ่น และจะมีการหารือร่วมอย่างไม่เป็นทางการร่วมในเดือนกันยายนนี้ ก่อนที่จะมีการประชุมคณะกรรมการ JCC ครั้งต่อไป

ด้าน คุณตัน มิ้นท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา กล่าวยืนยันว่า โครงการดังกล่าว จะเป็นประโยชน์ต่อทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งการประชุม JCC ครั้งที่ 8 นี้ ถือเป็นความสำเร็จเบื้องต้น และเป็นการเริ่มต้นของโครงการที่ดีระหว่างไทย-เมียนมา โดยงบประมาณที่ฝ่ายไทย

COMMENTS