ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร มูลค่า 1.79 แสนล้านบาท โดยรัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายลงทุน 100%

คุณกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมครม.อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือ ร.ฟ.ท. ดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน (กรุงเทพฯ-โคราช) วงเงิน 179,413 ล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปี โดยรัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด 100% โดยการก่อสร้างจะแบ่งเป็น 3 ช่วง ซึ่งครั้งนี้ดำเนินการช่วงแรกระยะที่ 1 กรุงเทพฯ-หนองคาย (ช่วงกรุงเทพฯ-โคราช) และระยะที่ 2 คือ โคราช-หนองคาย และระยะที่ 3 ช่วงแก่งคอย-มาบตาพุด รวมทั้งสิ้น 250 กิโลเมตร และมีพื้นที่ที่ต้องเวนคืน 10-15% หรือ 2,815 ไร่ ประกอบด้วย ช่วงบางซื่อ ดอนเมือง อยุธยา สระบุรี ปากช่อง นครราชสีมา เพื่อให้สามารถเดินรถได้ความเร็วที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

สำหรับการให้บริการครั้งแรกในปี 2564 จะมีรถ 6 ขบวน วิ่งให้บริการ 11 เที่ยว/วัน ทุก 90 นาที ด้วยความเร็ว 250 กิโลเมตร/ชั่วโมง บรรจุผู้โดยสารได้ 600 คน/ขบวน ใช้เวลา 1.17 ชั่วโมง คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการราว 5,300 คน/วัน และในปี 2594 จะมีผู้โดยสารขั้นต่ำ 26,800 คน/วัน จะมีรถ 26 ขบวน วิ่งให้บริการทุก 35 นาที ค่าโดยสารเบื้องต้น 80+1.80 บาท/กิโลเมตร เช่น กรุงเทพฯ-สระบุรี จะคิด 278 บาท, กรุงเทพฯ-ปากช่อง 393 บาท, กรุงเทพฯ-นครราชสีมา 535 บาท

การดำเนินโครงการดังกล่าวนั้น สัญญาส่วนแรกที่เป็นการก่อสร้างและงานโยธาจะว่าจ้างผู้รับเหมาคนไทย และใช้วัสดุภายในประเทศ ซึ่งจะมีมูลค่างาน 75% ของโครงการ ส่วนสัญญาที่สองจะเป็นการวางระบบไฟฟ้า และอาณัติสัญญาณ ตลอดจนการพัฒนาบุคลากร ซึ่งจะมีมูลค่างาน 25% ของโครงการที่จะว่าจ้างจีน ทั้งนี้ ครม. ได้กำชับในเรื่องการถ่ายทอดเทคโนโลยีให้กับไทย

ด้านสัญญาประกอบด้วย 2 ส่วน คือ ส่วนงานโยธา-ก่อสร้าง คิดเป็นสัดส่วน 75% ซึ่งผู้รับจ้างงานจะเป็นคนในประเทศ และคาดว่าจะส่งผลดีต่อบริษัทก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างของคนไทยแน่นอน ส่วนสัญญาที่ 2 การวางระบบอาณัติสัญญา การควบคุม ซึ่งคิดเป็น 25% ของมูลค่าโครงการนั้น จะมี 3 สัญญาย่อย คือ การสำรวจการออกแบบ การปรึกษาควบคุมงานโยธา และระบบไฟฟ้า เครื่องกล ขบวนรถ จะเป็นการดำเนินการของจีน

“สาเหตุที่เราต้องลงทุนเอง เนื่องจาก หากแบ่งสัดส่วน จะต้องดำเนินการในรูปแบบการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาทำงานร่วมกัน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่เคยดำเนินการมาก่อน นอกจากนี้ ทางการจีนยังพร้อมสนับสนุนและให้ความรู้ด้านเทคโนโลยีแก่คนไทยเพิ่มเติมด้วย” คุณกอบศักดิ์ กล่าวปิดท้าย

COMMENTS