คุณวิทยา เปรมจิตร์ นายกสมาคมพัฒนารถร่วมบริการ เปิดเผยว่า หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าจะมีนักธุรกิจรายหนึ่งซื้อกิจการรถร่วม ขสมก. ทั้งหมดกว่า 3,000 คัน ถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ เพราะธุรกิจรถร่วมฯ ทั้งหมดประสบแต่การขาดทุน มีหรือที่นักธุรกิจจะลงทุนซื้อธุรกิจที่ไม่มีผลกำไรนำไปบริหารเอง รวมถึงรถเมล์ร่วมทั้งหมดก็มีสภาพทรุดโทรม สามารถใช้งานต่อไปได้อีกเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น

เมื่อมองอีกแง่หนึ่งพบว่า นักธุรกิจรายนี้ต้องการที่จะทำให้ทาง ขสมก. มองว่ามีผลประโยชน์สามารถทำให้ทาง ขสมก. มีผลกำไรได้ เพราะอาจจะจ่ายค่าสัมปทานแทนให้กับรถเมล์ร่วมฯ ซึ่งในขณะนี้บรรดาสมาชิกรถร่วมทั้งหมดพร้อมใจกันไม่จ่ายค่าสัมปทานให้กับ ขสมก. ถือเป็นเงินจำนวนมากทีเดียว

รวมถึงยังมีผลประโยชน์ที่ซ่อนงำอยู่คือเรื่องรถเมล์เอ็นจีวีที่ทาง ขสมก. ได้ยกเลิกรายเก่าที่ชนะการประมูล 489 คัน แต่ทำผิดเงื่อนไขของกรมศุลกากร ซึ่งนักธุรกิจรายนี้มีรถโดยสารเอ็นจีวีอยู่เป็นจำนวนมากสามารถนำมาทดแทนบริษัทเก่าที่ถูกยกเลิกได้ในทันที

หลังจากที่รถเมล์ร่วม ขสมก. ทุกบริษัท ได้ไปทำการเซ็นสัญญา MOU กับทางกรมการขนส่งทางบก เพื่อนำเรื่องไปยื่นให้คณะรัฐมนตรีต่อไปว่าจะเป็นผู้ดูสัมปทานของรถร่วมแทน ขสมก. โดยมีข้อกำหนดว่าจะให้รถร่วมสามารถวิ่งบนเส้นทางเดิมได้อีก 2 ปี ไม่ว่าจะมีสัญญากับทาง ขสมก. นานกี่ปีก็ตาม หลังจากนั้นก็ต้องทำการประมูลเส้นทางใหม่กับบริษัทใดก็ได้ที่ขอเข้าร่วมประมูล ซึ่งมองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย เพราะทำมานานแล้วแม้จะขาดทุนก็ตามที

COMMENTS