เป็นที่ทราบกันดีว่า นิสัยการทำงานของคนไทยชอบที่จะเป็นผู้บริการวางระบบและรูปแบบการทำงาน แต่ไม่ชอบที่จะร่ำเรียนให้มีความรู้ ดังนั้นจึงมักจะเห็นมีแต่คนว่างงาน ไม่สามารถหารายได้ประคองชีวิต ส่วนงานที่ตรงกับความสามารถแต่ไม่ตรงกับนิสัย คือการทำงานหนัก เป็นกรรมกร ทำงานก่อสร้าง หรืองานบริการเอาใจผู้คน ก็ไม่ใช่ที่ถูกสั่งสอนมา

ในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ ในงานอาชีพกรรมกรเพื่อการก่อสร้าง และการใช้แรงงานขนสิ่งของต่าง ๆ จึงจะมีแต่ชาวต่างชาติไม่ว่าจะเป็น ชาวเมียนมา ชาวเขมร และชาวลาว ซึ่งมีรายได้ขั้นต่ำวันละ 330 บาทเท่านั้น แต่ก็สามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้าและเติบโตขึ้นได้

แต่เมื่อมาถึงรัฐบาลชุดทหารที่ต้องการทำให้การทำงานแต่ละอย่างมีรูปแบบที่แน่ชัด สามารถแข่งขันกับประเทศต่าง ๆ ในเอเชียได้ จึงได้เปลี่ยนแปลงระเบียบการทำงานของชาวต่างชาติที่มาจากอาเซียนใหม่ทั้งหมด ให้มีทั้งพาสปอร์ต วีซ่า อาชีพการทำงานที่ผู้ว่าจ้างต้องการ รวมถึงระยะเวลาการทำงานที่ต้องได้รับอนุมัติทุก 2 ปี เป็นต้น

เมื่อความคิดที่จะบริหารคนงานต่างชาติออกมาเป็นรูปแบบ ผลตอบสนองที่ออกมาอย่างเห็นได้ชัดก็คือ ร้านค้าต่าง ๆ รวมถึงงานที่กำลังก่อสร้างอยู่ และคนงานที่ช่วยทำการขนส่งสินค้าต่าง ๆ ต่างก็ทะยอยกันกลับไปประเทศบ้านเกิด เพื่อที่จะได้ทำพาสปอร์ตและวีซ่า รวมถึงระบบต่าง ๆ ที่ทางรัฐบาลบังคับให้คนงานต่างชาติต้องทำ

เมื่อคิดค่าใช้จ่ายทั้งหมดต่อคนงานต่างด้าว 1 คน แต่ละคนต้องเสียค่าใช้จ่ายถึง 3 หมื่นบาท เป็นอย่างน้อย หรือหากผู้ว่าจ้างต้องการคนงานจริง ๆ ก็ต้องเป็นออกเงินให้ก่อน แล้วนำมาหักออกจากเงินเดือนประจำ ลองคิดดูว่าคนงานต่างด้าวที่เข้ามาในเมืองไทยมีอย่างน้อยเดือบ 2 ล้านคน ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะเป็นเงินที่มหาศาลทีเดียว เพียงเพื่อที่จะได้มาทำงานในไทยให้มีเงินเดือนอย่างน้อยเพียงเดือนละ 15000 บาทเท่านั้น

แต่เมื่อลองคิดถึงประเทศเกาหลีใต้ที่มีปัญหาเรื่องแรงงานไทยอยู่ ซึ่งคนไทยก็แปลก ไม่ชอบทำงานให้บริการในประเทศ แต่หนีไปให้บริการที่ประเทศเกาหลีใต้แทน ซึ่งทางรัฐบาลของเกาหลีใต้ก็ได้มีมาตรการต่าง ๆ ที่คนงานของไทยจะสามารถผ่านเข้าประเทศได้ ต้องมีหลักฐานที่ทางรัฐบาลของไทยให้การรับรองมาก่อน รวมถึงผู้ว่าจ้างของเกาหลีใต้ก็ต้องมีหลักฐานออกมายืนยันเหมือนกัน

ลองคิดดูอีกแง่มุมหนึ่งได้ว่า ในเมื่อคนของประเทศเมียนมาต้องการทำงานด้านการบริการ และบินตรงไปยังประเทศเกาหลี ซึ่งต้องการคนงานให้บริการเป็นอย่างมาก โดยที่ไม่ต้องผ่านประเทศไทย ซึ่งมีมาตรการต่าง ๆ เข้มงวดมาก ก็จะประสบกับปัญหาหนัก คือไม่มีคนต่างด้าวเข้ามาทำงานเลย แล้วแบบนี้เศรษฐกิจของประเทศและคนไทยจะอยู่ได้อย่างไร

อย่างปัญหาของเรือหาปลาทางทะเลที่สมุทรสาครก็จะไม่มีคนทำงานให้ การส่งออกอาหารทางทะเลก็จะหมดไป การขนส่งทางบกก็จะไม่มีคนงานที่คอยยกของขึ้นรถหรือขนของลงจากรถเมื่อไปส่งถึงที่แล้ว ปัญหาที่จะตามมาก็คือ ต้องเสียค่าจ้างแรงงานไทยในระดับสูงเพื่อให้มาขนของให้ และที่สำคัญงานก่อสร้างต่าง ๆ ก็เป็นไปได้อย่างล่าช้าเพราะต้องเน้นที่เครื่องจักร ส่วนแรงงานต่างชาติก็ไม่สามารถหามาช่วยทำการก่อสร้างต่าง ๆ ให้ได้เลย

ทั้งหมดนี้ เป็นปัญหาที่ตามมาหลังจากที่ทางรัฐบาลได้คิดหลักการออกมาก่อน ไม่คำนึงถึงเหตุและผลที่จะตามมาเลย นี่เป็นความคิดที่เกิดเมื่อสมัยยังเป็นเด็ก ๆ อยู่

COMMENTS