พนัส แอสเซมบลีย์ ประกาศผลการประกวดโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2017 พร้อมตั้งกองทุนนวัตกรรมโลจิสติกส์ PANUS Logistics Innovation Fund หนุนส่งผู้ประกอบการ LogTech ไทยให้แจ้งเกิด และร่วมลงทุนในธุรกิจสตาร์ทอัพอย่างจริงจัง

คุณพนัส วัฒนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2017 ซึ่งเป็นเวทีประกวดแนวคิดธุรกิจและโครงการด้านธุรกิจโลจิสติกส์เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ทำให้ได้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยในการสร้างสรรค์ไอเดียใหม่ ๆ และการพัฒนานวัตกรรมธุรกิจด้านโลจิสติกส์ที่หลากหลาย ซึ่งสามารถนำไปต่อยอดใช้งานได้จริงในอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ เช่น หุ่นยนต์ลำเลียงสินค้า ซอฟต์แวร์บริหารระบบสินค้าคงคลัง อากาศยานไร้คนขับสำหรับขนส่งสินค้า ระบบบริหารการขนส่งและเก็บรักษาสินค้าแบบ Cold Chain เป็นต้น

“สิ่งที่เราภูมิใจคือ นิสิตนักศึกษาไทย รวมทั้งกลุ่มผู้ประกอบการด้านโลจิสติกส์ที่เข้าร่วมประกวด ล้วนมีแนวคิดที่ล้ำหน้า ทันสมัย ไม่แพ้ต่างประเทศเลยทีเดียว แต่ละทีมต่างเลือกใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ที่จะมาช่วยแก้ปัญหา ด้านโลจิสติกส์ให้กับอุตสาหกรรมต่าง ๆ ได้อย่างน่าสนใจ ทั้งนี้ ทุกทีมที่เข้าร่วมการประกวดมีโอกาสที่จะได้เจรจาร่วมทุนทางธุรกิจด้วยกันทั้งนั้น ซึ่งถือเป็นเจตนารมณ์ของบริษัทฯ ในการสร้างสตาร์ทอัพพันธุ์ใหม่ที่จะมาช่วยกันผลักดันนวัตกรรมด้านโลจิสติกส์ให้เป็นไปได้จริงในเชิงธุรกิจ รวมทั้งพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้น เพื่อยกระดับอุตสาหกรรม ภาคการขนส่งของประเทศให้แข็งแกร่ง”

ด้าน ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวเสริมว่า การส่งเสริมผู้ประกอบการใหม่ด้าน LogTech ให้สามารถเริ่มต้นธุรกิจได้ จำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งเสริมให้กลไกการขับเคลื่อนการเติบโตของเศรษฐกิจ เพื่ออนาคตดำเนินไปอย่างราบรื่นตามนโยบายรัฐบาลที่มุ่งสู่ประเทศไทย 4.0 ทั้งนี้ จากผลการประกวดโครงการ Panus Thailand LogTech Award 2017 ปรากฏว่าทีม อินเท็นติก ชนะเลิศประเภทนิติบุคคลและบุคคลทั่วไป ได้รับเงินรางวัลจำนวน 100,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตร ทั้งยังได้รับโอกาสในการไปดูงานโลจิสติกส์โลกที่ประเทศเยอรมนี ส่วนที่สอง คือ ทีม Jump up ได้รับเงินรางวัลจำนวน 50,000 บาท ได้รับโอกาสในการไปดูงานโลจิสติกส์โลกที่ประเทศเยอรมนี และที่สาม คือ ทีม HexSense ได้รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท ได้รับโอกาสในการไปดูงานโลจิสติกส์โลกที่ประเทศเยอรมนี

ประเภทนิสิตนักศึกษาระดับอุดมศึกษา ทีม 360 Truck ชนะเลิศ รับเงินรางวัลจำนวน 30,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตรการเข้าร่วมแข่งขันประกวดผลงาน ส่วนที่สอง คือ ทีม Smat Wheel ได้รับเงินรางวัลจำนวน 20,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตรการเข้าร่วมแข่งขันประกวดผลงาน และที่สาม คือ ทีม BPT ได้รับเงินรางวัลจำนวน 10,000 บาท พร้อมโล่รางวัลและเกียรติบัตรการเข้าร่วมแข่งขันประกวดผลงาน
พร้อมกันนี้ เพื่อวางรากฐานอนาคตของสตาร์ทอัพด้านธุรกิจโลจิสติกส์ พนัส แอสเซมบลีย์ฯ จึงได้เปิดตัวโครงการ PANUS Logistics Innovation Fund หรือ กองทุนนวัตกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Corporate Venture Capital (CVC) เพื่อพิจารณาร่วมลงทุนกับผู้ประกอบการด้าน LogTech ทั้งที่มาจากเวทีการประกวดและผู้ประกอบการภายนอก ในวันดังกล่าวด้วย

คุณอัครพงศ์ ผ่องสุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการพาณิชย์ (CCO) บริษัท พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด ในฐานะผู้ก่อตั้งโครงการกองทุนนวัตกรรมฯ กล่าวว่า จากความตื่นตัวของผู้ประกอบการด้านนวัตกรรมโลจิสติกส์ และด้วยตระหนักในศักยภาพความเป็นไปได้ทางด้านธุรกิจ ทางบริษัทจึงได้ก่อตั้งกองทุน PANUS Logistics Innovation Fund หรือ กองทุนนวัตกรรมโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นกองทุนประเภท Corporate Venture Capital (CVC) ขึ้นมา เพื่อเป็นการต่อยอด สนับสนุนผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรงที่มีวิสัยทัศน์ มีนวัตกรรม และมีแนวคิดที่ดีที่สามารถผลักดันผลงานออกสู่ตลาดในเชิงธุรกิจได้ แต่อาจขาดปัจจัยสำคัญ เช่น แหล่งเงินทุน แผนการตลาด รวมถึงพี่เลี้ยงคอยชี้แนะและวางแผนธุรกิจ กองทุน PANUS Logistics Innovation Fund จะเข้ามาตอบโจทย์และปิดจุดอ่อนดังกล่าว ถือเป็นการสนับสนุนให้วงการสตาร์ทอัพไทยพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะมาช่วยแก้ปัญหาธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงต่อยอดสินค้าและบริการในอุตสากรรมโลจิสติกส์อย่างยั่งยืนในระยะยาว

ปัจจุบัน กองทุนนวัตกรรมฯ ได้พิจารณาร่วมลงทุนกับบริษัทสตาร์ทอัพที่มีศักยภาพด้าน Logistics Intelligence (LI) ไปแล้วจำนวน 2 บริษัท ได้แก่ บริษัท โลจิเซ้นส์ จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจด้านฮาร์ดแวร์โลจิสติกส์ (Hardware Logistics Intelligence) สำหรับบริหารรถขนส่งด้วยกล่อง IoT GPS และบริษัท เครส เคอร์เนล จำกัด ซึ่งประกอบธุรกิจด้านซอฟต์แวร์โลจิสติกส์ (Software Logistics Intelligence) สำหรับการบริหารธุรกิจขนส่งประสิทธิภาพสูง โดยทั้งสองบริษัท ได้ร่วมมือกันเปิดตัวบริการ ‘LogiSenses’ ซึงเป็นบริการ IoT GPS พร้อมระบบซอฟต์แวร์ บริหารธุรกิจขนส่งประสิทธิภาพสูง ภายใต้คอนเซ็ปท์ ‘LogiSense – all senses of logistics’ นับเป็นเจ้าแรกของประเทศไทย ที่ให้บริการ GPS รถขนส่งด้วยเทคโนโลยี NB IoT ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก AIS ผู้นำด้านนวัตกรรมการสื่อสารไร้สายอันดับ 1 ของประเทศไทย โดย ‘LogiSenses’ และ AIS NB IoT ได้ร่วมทำการออกแบบเทคโนโลยีการสื่อสารที่เหมาะสมในการใช้งาน พร้อมทั้งได้ทดสอบด้านเทคนิคขั้นต้นร่วมกันแล้ว และจะเริ่มทดลองให้บริการแก่อุปกรณ์ภาคพื้นในสนามบิน (Ground Support Equipment, GSE) ในสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิเป็นแห่งแรก และจะขยายไปยังทุกสนามบินหลัก พร้อมทั้งรถขนส่งประเภทอื่น ๆ ต่อไป

COMMENTS