รถหุ้มเกราะล้อยาง ถือเป็นรถพิเศษที่ทางกองทัพเรือไทย (Royal Thai Navy) ใช้ปกปักรักษาผืนแผ่นดินไทยมาโดยตลอด เพราะนอกจากจะมีความทนทาน บึกบึน ดุดัน แล้ว ยังสามารถนำไปสอดส่องลาดตะเวนดูแลความเรียบร้อยให้กับพี่น้องชาวใต้ด้วย

เมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2559 ที่ผ่านมา รถหุ้มเกราะล้อยาง V-150 ได้รับความเสียหายการปฏิบัติงานในชายแดนภาคใต้ แต่ทางนาวิกโยธิน ได้นำกลับมาให้ พนัส แอสเซมบลีย์ จำกัด เพื่อพัฒนาเป็นรถต้นแบบ HMV-150 โดยใช้เงินทุนของบริษัท พนัสฯ เอง

สำหรับการปรับปรุงนั้น ใช้เวลาประมาณ 8 เดือน และได้ถูกส่งมอบให้กองทัพเรือไทยเพื่อการทดสอบและประเมินค่าตามชุดการทดลองเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา และเป็นที่ประทับใจต่อกองทัพเรือไทย

หลังจากกองทัพเรือไทยได้เสร็จสิ้นการทดสอบขั้นต้นของรถหุ้มเกราะล้อยาง HMV-150 ที่มีการปรับปรุงทางวิศกรรมใหม่จากรถหุ้มเกราะล้อยาง Cadillac Gage V-150 Commando 4×4 สหรัฐฯ และพิจารณาว่า เหมาะสมกับการเพิ่มประสิทธิภาพจากภัยคุกคามจากทุ่นระเบิดและระเบิดแสวงเครื่องในชายแดนภาคใต้ และเพิ่มระดับการป้องกันกระสุนและแรงระเบิดให้มากยิ่งขึ้น จากเดิมที่ V-150 ป้องกันกระสุนขนาด 7.62mm และทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลที่เคยถูกพิจารณาว่าเพียงพอกับรถเกราะแบบนี้ แต่ HMV-150 สามารถเพิ่มประสิทธิภาพได้อีก

แหล่งข่าวงในจากกองทัพเรือไทย เปิดเผยว่า รถหุ้มเกราะล้อยาง V-150 ที่มอบให้บริษัท พนัสฯ นำไปพัฒนานั้น ไม่สามารถซ่อมแซมได้ เนื่องจากก่อนหน้านี้ถูกโจมตีด้วยทุ่นระเบิดแสวงเครื่อง จึงมีการตกลงที่จะบริจาค V-150 ให้บริษัทพนัสฯ เพื่อนำไปพัฒนาและสร้างใหม่ โดยใช้เงินทุนของบริษัทเอง ทั้งนี้ บริษัท พนัสฯ ได้พัฒนาไปสู่ รถหุ้มเกราะล้อยาง รุ่น HMV-150 โดยใช้ระยะเวลาประมาณ 8 เดือน

หลังจากนั้น ได้นำกลับมาให้ กองทัพเรือไทย ได้ทดสอบและประเมินค่าตามชุดการทดลองเมื่อช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา และเป็นที่ประทับใจต่อกองทัพเรือไทย อย่างไรก็ดี จากเดิมที่ V-150 ป้องกันกระสุนขนาด 7.62mm และทุ่นระเบิดต่อต้านบุคคลที่เคยถูกพิจารณาว่า เพียงพอกับรถเกราะแบบนี้ แต่ด้วยความต้องการที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีระดับการป้องกันเทียบเท่ากับรถหุ้มเกราะล้อยาง Phantom 380-X1 ซึ่งเป็นผลงานของบริษัท พนัสฯ ที่เข้าประจำการในนาวิกโยธินไทยที่ชายแดนภาคใต้แล้ว และกองทัพเรือไทยกำลังจะจัดหาเพิ่มเติมอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายนี้วิศวกรบริษัท พนัสฯ ได้ออกแบบใหม่และเสริมตัวถังรถใหม่หมด ราวร้อยละ80 ของ HMV-150 มีความยาว 6.5 เมตร และกว้าง 2.5 เมตร

ทั้งนี้ แม้จะยังไม่มีการทดสอบการยิงกระสุนและแรงระเบิดเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการในตอนนี้ แต่เป็นที่เข้าใจว่าระดับการป้องกันของรถได้เพิ่มขึ้นด้วยการเสริมตัวถังเกราะสองชั้นแบบเหล็กกล้าหนา 12mm ที่ข้างรถและหลังคารถ และหนา 16mm ที่ใต้ท้องรถรูปทรงตัว V นอกจากนี้ HMV-150 ยังใช้ระบบขับเคลื่อนใหม่ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลแบบ Cummins ISLe EURO 3 ขนาด 8.9litres กำลัง 350HP และระบบส่งกำลัง Allison 4500 SP เกียร์อัตโนมัติ 6ความเร็ว สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ 110km/h ระบบหักเลี้ยวทั้งสี่ล้อทำวงเลี้ยวได้แคบสุด 3.5m

COMMENTS