รถใหญ่เบนซ์ เปิดตัวรุ่นใหม่รับปี 61 คือ รุ่น 2644 แบบยกล้อ เติมเต็มความประหยัดน้ำมันให้ลูกค้าเพิ่มขึ้น วางเป้าทั้งปีต้องถึง 200 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก จำนวน 100 คัน และรถโดยสาร จำนวน 100 คัน พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้าด้วยการให้ดีลเลอร์พันธมิตรทั้ง9 ราย ที่ดูแลรถใหญ่เบนซ์ และฟูโซ่ ช่วยดูแลหลังการขายให้ด้วย

คุณสุรัติ วทานิยปราโมทย์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย ทรัค จำกัด ตัวแทนจำน่าย (ดีลเลอร์) รถใหญ่ยี่ห้อ เมอร์เซเดสเบนซ์ เปิดเผยว่า ถือได้ว่าทางบริษัทฯ ได้เริ่มเปิดกลยุทธ์ทางการตลาดรถใหญ่เบนซ์ รับปี 2561 ด้วยการเปิดตัวรถหัวลาก รุ่น 2644 แบบยกล้อ ด้วยราคาที่ 4.17 ล้านบาท เพื่อเป็นช่องทางเลือกให้กับกลุ่มลูกค้าเพิ่มมากขึ้นอีกรุ่นหนึ่ง จากเดิมที่จำหน่ายรถหัวลาก รุ่น 3344 ด้วยราคา 4.37 ล้านบาท และรุ่น 2644 ด้วยราคา 4.27 ล้านบาท

สาเหตุที่รถหัวลากโฉมใหม่ดังกล่าวมีราคาที่ถูกกว่ารุ่นเดิม แม้ว่าจะเสริมเทคโนโลยีที่ช่วยยกล้อเวลาไม่ได้บรรทุกสิ่งของ เนื่องมาจากรถรุ่นนี้ได้ใช้หัวเก๋งที่เป็นขนาดกลาง มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 6×2 จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้น 

รถรุ่นใหม่นี้ จะมุ่งเจาะกลุ่มรถบรรทุกน้ำมัน และรถขนส่งสิ่งของหรือวัสดุก่อสร้าง เพราะเมื่อขนส่งสินค้าเสร็จแล้ว เวลาเดินทางกลับจะสามารถยกล้อท้ายได้ ซึ่งช่วยทำให้ประหยัดน้ำมันเพิ่มขึ้น และเมื่อรวมกับสมรรถนะที่ดี คุณภาพที่โดดเด่น และอายุการใช้งานที่ยาวนาน จะสามารถทำให้กลุ่มลูกค้ารู้สึกถึงการประหยัดต้นทุนได้เป็นอย่างมาก และคุ้มค่ากับการเลือกใช้รถใหญ่เบนซ์”

สำหรับยอดขายที่วางเป้าไว้ในปีนี้ แบ่งเป็นรถบรรทุก จำนวน 100 คัน และรถโดยสาร จำนวน 100 คัน ซึ่งเมื่อรวมกับยอดจำหน่ายที่ขายได้ในปีที่แล้ว จำนวน 120 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุก จำนวน 50 คัน และรถโดยสาร จำนวน 70 คัน จึงทำให้รถใหญ่เบนซ์มีวิ่งอยู่บนถนนเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

เพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ทางบริษัทฯ จึงได้วางแผนที่จะให้เพื่อน ๆ ดีลเลอร์พันธมิตรทั้ง 9 รายทั่วประเทศ ที่จำหน่ายรถใหญ่ฟูโซ่ ซึ่งเป็นกลุ่มตัวแทนจำหน่ายของเดมเลอร์ ที่ดูแลทั้งรถใหญ่เบนซ์และฟูโซ่ ทำการซ่อมบำรุงรถใหญ่ยี่ห้อเบนซ์เพิ่มอีกยี่ห้อหนึ่งด้วย

คุณสุรัติ เปิดเผยต่อว่า ถึงแม้ว่าความต้องการของตลาดขนส่งจะสนใจรถใหญ่เบนซ์เป็นอย่างมาก แต่ทางบริษัทฯ ก็ยังไม่สามารถเสนอขายได้มากตามที่ต้องการได้ ทั้งนี้ เพราะบริษัทลีสซิ่งในเครือ และลีสซิ่งที่ลูกค้าเลือกเอง ยังมีเงื่อนไขในการซื้อหลายขั้นตอน และยากแก่การอนุมัติให้สินเชื่อได้ พร้อมทั้งพิจารณาแล้วว่า จะให้ลีสซิ่งในเครือทำการผ่อนปรนให้กลุ่มลูกค้าสามารถซื้อได้ง่ายขึ้นนั้น ก็ยังไม่เป็นผลดี เพราะภาวะเศรษฐกิจที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ อาจจะทำให้ลูกค้ามีฐานะการเงินที่ไม่มั่นคงเมื่อใดก็ได้ ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทไฟแนนซ์ในการคัดเลือกลูกค้า

COMMENTS