โดย…อ.เฉลิมศักดิ์ หุ่นนาครินทร์

ในปี 2561 นี้ ทางรัฐบาล ได้ประกาศออกมาว่า ภาวะเศรษฐกิจจะเติบโตขึ้น 4% ซึ่งถือว่าได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก แต่เมื่อวิเคราะห์ถึงแก่นลึกแล้ว ผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์ก็คือชนกลุ่มน้อยที่มีฐานะร่ำรวยนั่นเอง

เพราะอย่างรถไฟความเร็วสูงที่เพิ่งตอกเสาเข็มไปเมื่อปลายปี 2560 ที่ผ่านมา หรือการสร้างรถไฟฟ้าทุกเส้นทาง ผู้ที่ประมูลงานได้ก็มีแค่บริษัทก่อสร้างรายใหญ่ ๆ เพียงไม่กี่บริษัทเท่านั้น และคนงานส่วนใหญ่ก็จะเป็นชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะมาจาก เมียนมา กัมพูชา และสปป.ลาว ไม่มีกรรมกรที่เป็นคนไทยให้เห็นเลย

ทั้งนี้ ทางรัฐบาลได้มองสถานการณ์คนในประเทศผิดพลาด เพราะในการประมูลรถยนต์แต่ละครั้งทุกภูมิภาค จะเห็นแต่รถปิกอัพและรถมอเตอร์ไซต์เป็นจำนวนมาก เพราะรถทั้งสองตัวนี้ จะเป็นสิ่งที่ชาวบ้านทุกหมู่บ้าน และทุกตำบลใช้ในการเดินทางและทำมาหากิน ซึ่งเมื่อขาดหายไปก็แสดงว่า ตัวเจ้าของบ้านไม่มีเงินที่จะมาหาซื้อข้าวของเครื่องใช้แล้ว ยิ่งจนลงไปอีกเรื่อย ๆ

สิ่งที่ตามมาก็คือ อาชีพการงานขนส่งของคนไทย เมื่อรากหญ้าไม่มีอันจะกินแล้ว การขนส่งสินค้าอุปโภค และบริโภคก็ต้องลดลง สินค้าเกษตรก็จะมีราคาตก ไม่คุ้มกับการว่าจ้างขนส่ง การก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ก็จะลดน้อยลง เพราะไม่มีคนซื้อ ด้วยเหตุนี้เองจึงเห็นรถใหญ่มือสองจอดขายอยู่ริมถนนเป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีใครสนใจซื้อไปใช้งานเลย

ส่วนผู้ที่จะมาแย่งมาเก็ตแชร์การขนส่ง ก็คือขนส่งจากต่างชาติ ที่ทยอยเข้ามาในเมืองไทยเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการที่มีกำลังเงินมาก มีเทคโนโลยีที่สูง รวมถึงการบริหารจัดการที่ดี เพียงแค่ผู้ว่าจ้างให้เงินการขนส่งมาเท่านั้น การจัดส่งก็จะเรียบร้อยทุกอย่าง โดยผู้ว่าจ้างไม่ต้องทำอะไรเลย ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้การตัดราคากัน แต่ก็ไม่เป็นผลให้ลูกค้ามาจ้าง โดยลูกค้าจะยอมจ่ายแพง แต่ได้ผลงานที่ดี สินค้าไม่เสียหาย กำหนดถึงปลายทางตรงเวลา ตรงนี้ไม่ใช่ผลดีของกลุ่มขนส่งไทยเลย และอาจจะต้องเตรียมตัวปิดบริษัทไปได้เลย เพราะขนส่งต่างชาติจะมาแย่งอาชีพและลูกค้าไปหมด

เหตุที่มั่นใจเช่นนี้ก็เป็นเพราะการทำงานของขนส่งคนไทยส่วนมากจะแค่รับจ้างขนส่งให้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีการยกของขึ้นและการขนของลงให้กับผู้ว่าจ้าง ส่วนเวลาการขนส่งก็ไม่มีกำหนดที่แน่นอน จะไปส่งเมื่อใดก็ได้ตามใจตัวเอง ไม่สนใจว่าสินค้าที่ขนส่งไปจะเน่าเสีย หรือชำรุดเสียหาย ทำให้ผู้ว่าจ้างต้องเป็นผู้รับกรรมไปในที่สุด

นอกจากนี้ ผู้ที่มาลงทุนตั้งโรงงานในเมืองไทยก็เป็นชาวต่างชาติแทบทั้งหมด จะมีนักลงทุนคนไทยน้อยมาก เมื่อต่างชาติไปตั้งหลักฐานทำมาหากินที่ประเทศใดแล้ว ก็ต้องดึงพันธมิตรของประเทศเดียวกันไปอยู่ด้วย เพราะจะทำงานกันได้คล่องตัวกว่าชาติอื่น เพราะพูดภาษาเดียวกัน ด้วยเหตุนี้เอง ขนส่งของคนไทยก็ส่อแววว่าจะต้องปิดบริษัทไปหลายบริษัทอย่างแน่นอน

COMMENTS