โดย…บรรยงค์ อัมพรตระกูล ประธานสหพันธ์รถเมล์ กทม.และปริมณฑล

หลังจากที่ได้เข้าไปพบกับผู้บริหารของกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อที่จะได้แสดงความคิดเห็นในการช่วยทำให้รถโดยสาร BRT ที่ประสบปัญหาการขาดทุนมาหลายปี สามารถฟื้นตัวมามีกำไรได้ ซึ่งเมื่อบอร์ดของ กทม. ได้นำวิธีการไปปฏิบัติจริงก็สามารถทำกำไรกลับคืนมาได้ตามที่ได้แนะแนวไป

ด้วยประสบการณ์ที่ประกอบการอาชีพรถเมล์ร่วมบริการ ขสมก. มาหลายสิบปี และสามารถดำเนินธุกิจมาได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เป็นเพราะมีประสบการณ์จริง ไม่ว่าจะเป็นช่วงเศรษฐกิจที่ตกต่ำ หรือรุ่งเรือง ก็ยังสามารถหารายได้มาบริหารงานองค์กรให้อยู่รอดได้ ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นต้นทุนต่าง ๆ อย่างการใช้น้ำมันดีเซล ยางรถใหญ่ แบตเตอรี่ และอะไหล่ต่าง ๆ รวมถึงอัตราค่าจ้างคนขับรถและคนเก็บเงินด้วย ซึ่งจะสะท้อนถึงต้นทุนที่แท้จริง หากบริหารจุดดังกล่าวไม่ได้และหารายได้มาอุดหนุนไม่เพียงพอ เท่ากับว่า บริษัทก็จะอยู่ไม่รอด

สำหรับวิธีการแก้ไขการขาดทุน ซึ่งจะเสนอให้กับบอร์ด ขสมก. และกรมการขนส่งทางบก ได้นำไปใช้นั้น สิ่งแรกก็คือ ควรที่จะรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ จากรถร่วม ขสมก. ด้วยเส้นทางที่วิ่งอยู่ในปัจจุบันนี้ วิ่งทับซ้อนกันมาก ซึ่งเป็นการแย่งผู้โดยสารกันเอง และที่สำคัญปัจจุบันนี้ได้มีรถเมล์ร่วมฯ ใช้งานจริงอยู่แค่ 1,500 คัน และต้องจอดนิ่งอยู่จำนวนถึง 2,500 คัน เนื่องจากรายได้ที่หามาไม่เพียงพอกับรายจ่ายที่เสียไป เพราะผู้โดยสารในเส้นทางที่วิ่งอยู่มีจำนวนน้อยมาก

ส่วนวิธีการแก้ไขก็คือ ต้องให้ผู้ที่มีความรู้และมีประสบการณ์จริงในการวิ่งรถเมล์ มาเป็นผู้วางเส้นทางวิ่งจริง เพราะทราบดีว่า ในแหล่งชุมชนอย่างที่เขตลาดพร้าวในช่วงเวลาเร่งด่วนมีผู้โดยสารจำนวนเท่าใด จำเป็นต้องใช้รถเมล์เป็นจำนวนกี่คัน และจุดเป้าหมายคือสถานที่ใดบ้าง จึงทำให้สามารถกำหนดจำนวนรถเมล์ ขสมก. และรถร่วมฯ ตรงตามจำนวนที่ต้องการได้ ต่างจากแต่เดิมที่ได้ว่าจ้างนักวิชาการของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งซึ่งไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับด้านรถเมล์เลยมาทำการวิจัย ข้อมูลที่ได้มาจริง ไม่สามารถนำมาใช้งานได้จริง

สิ่งที่สองก็คือ การกำหนดให้รถเมล์แต่ละสายวิ่งในระยะสั้น เพื่อเชื่อมกับระบบขนส่งสาธารณะอื่น ๆ เพราะจะทำให้การจราจรติดขัดลดน้อยลง รถเมล์ร่วมมินิบัสก็จะไม่แย่งผู้โดยสารกันเอง รวมถึงยังทำให้รถร่วม ขสมก. มีงานทำมากขึ้นอีกด้วย ไม่ต้องจอดรถทิ้งไว้เฉย ๆ อีกต่อไป

ด้วยความมั่นใจว่าจะสามารถแก้ปัญหาต่าง ๆ ให้กับทาง ขสมก. ได้ ยิ่งเป็นรัฐบาลชุดนี้ด้วย หากทางบอร์ด ขสมก. รับฟังความเห็นและปฏิบัติตาม จะสามารถเห็นผลได้ภายใน 6 เดือนเท่านั้น

COMMENTS