บริษัท เชลล์ ลูบริแคนท์ส (Shell Lubricants) และแอร์โฟลว์ ทรัค คอมพานี (AirFlow Truck Company) ร่วมกันเปิดตัว “Starship” สุดยอดรถบรรทุกประหยัดเชื้อเพลิงแห่งอนาคต ซึ่งได้รับการออกแบบและสร้างสรรค์ขึ้นเพื่อแสดงถึงความเป็นไปได้ของการลดใช้พลังงานในการขนส่งสินค้า โดยมีการนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาช่วยลดอัตราการใช้พลังงานในการขนส่งสินค้าจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง รถบรรทุกคันนี้กำลังจัดแสดงให้ประชาชนได้ชมฟรีในงาน Shell Make the Future California ที่ Sonoma Raceway

โรเบิร์ต เมนวอริ่ง ผู้จัดการฝ่ายเทคโนโลยีเพื่อนวัตกรรม บริษัท เชลล์ ลูบริแคนท์ส กล่าวว่า เราพยายามริเริ่มโครงการใหม่ ๆ อย่างเช่นโครงการ Starship เพื่อคงความเป็นผู้นำด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและการประหยัดพลังงาน การทำงานร่วมกับแอร์โฟลว์ ทรัค คอมพานี และซัพพลายเออร์รายอื่น ๆ เปิดโอกาสให้เราได้ร่วมมือกับบริษัทด้านนวัตกรรม เพื่อแสวงหาความเป็นไปได้ในการใช้เชื้อเพลิงอย่างมีประสิทธิภาพ
Starship ถูกจัดให้เป็นรถบรรทุก Class 8 โดยจำแนกตามค่าน้ำหนักของรถรวมน้ำหนักบรรทุก (GVWR) ซึ่งแบ่งเป็นระดับ 1-8 ตามหลักเกณฑ์ของกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมสหรัฐ โดยหัวลากของรถบรรทุก Starship ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ทั้งหมด ทั้งสเกิร์ตข้าง ฝากระโปรง และส่วนหน้าของรถ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบ 400 แรงม้า และมีแรงบิด 1,850 ฟุต-ปอนด์ หรือ 2,508 นิวตันเมตร โดยเครื่องยนต์แบบมาตรฐานมีรอบต่ำสุด 800 รอบต่อนาที

กระจังหน้าแบบเปิด-ปิดอัตโนมัติ (ตามอุณหภูมิ เพื่อความเพรียวลมและสมรรถนะสูงสุด) จะเปิดให้อากาศไหลผ่านหม้อน้ำเข้าไปยังห้องเครื่องเพื่อทำให้เย็นลง แต่ถ้าไม่จำเป็นตัวกระจังก็จะปิดเองโดยอัตโนมัติ เพื่อให้อากาศไหลผ่านรอบตัวรถแทน ผลที่ได้คือแรงเสียดทานอากาศน้อยลง จึงประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น นอกจากนี้ กระจังที่ปิดอยู่ยังช่วยร่นเวลาอุ่นเครื่องในช่วงอากาศหนาวด้วย

ในอนาคต รถบรรทุก Starship จะมีระบบเพลาไฟฟ้าไฮบริด โดยมอเตอร์และเพลาไฟฟ้าจะมาแทนที่เพลาตามด้านหลัง ช่วยให้มีกำลังส่งเมื่อขึ้นทางชัน ซึ่งปกติจะผลาญเชื้อเพลิงอย่างมาก เพลานี้จะส่งกำลังจากตัวรถและป้อนเข้าสู่แบตเตอรี่ เพื่อช่วยในการเร่งเครื่องและเบรก การลดความเร็วของเพลาด้วยระบบควบคุมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดาที่มีการทำงานคล้ายเกียร์อัตโนมัติ ยังช่วยเพิ่มสมรรถนะและแรงดึงด้วย
อีกทั้ง แผงเซลล์แสงอาทิตย์ขนาด 5,000 วัตต์บนหลังคารถบรรทุก จะชาร์จและกักเก็บพลังงานไฟฟ้าในแบตเตอรี่ขนาด 48 โวลต์ เพียงพอสำหรับอุปกรณ์ต่างๆบนรถบรรทุก เช่น ไฟ ที่ปัดน้ำฝน มอเตอร์เป่าลม เกจ แอร์ ฮีตเตอร์ ไมโครเวฟ และอุปกรณ์ไฟฟ้าอื่น ๆ

เชลล์และแอร์โฟลว์ได้แก้ไขปรับปรุงรถบรรทุก Starship อย่างต่อเนื่อง ก่อนที่จะมีการจัดแสดงต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในงาน Shell Make the Future ที่เมืองโซโนมา และในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ทั้งสองบริษัทจะแสดงสมรรถนะของ Starship ให้เป็นที่ประจักษ์ด้วยการขับขี่จากฝั่งตะวันตกไปยังฝั่งตะวันออกของสหรัฐ เริ่มจากรัฐแคลิฟอร์เนียไปสิ้นสุดที่รัฐฟลอริดา โดยจะบรรทุกสินค้าน้ำหนักสูงสุดเท่าที่ได้รับการอนุญาต ด้วยน้ำหนักรวม 80,000 ปอนด์ หรือ 36,287 กิโลกรัม

ตลอดการเดินทางจะมีการวัดประสิทธิภาพการบรรทุกและอัตราการประหยัดเชื้อเพลิง และจะมีการเปิดเผยผลลัพธ์ให้สาธารณชนได้รับทราบ เชลล์และแอร์โฟลว์มองว่าประสิทธิภาพการบรรทุกเป็นตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพการขนส่งที่สำคัญที่สุด โดยแสดงถึงอัตราการใช้พลังงานในการขนส่งสินค้าจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง การเพิ่มน้ำหนักบรรทุกสู่ระดับสูงสุดจะลดประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง แต่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการบรรทุกและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

สิ่งที่ได้เรียนรู้จากโครงการ Starship มีความสำคัญในระดับโลก เนื่องจากอุตสาหกรรมการขนส่งด้วยรถบรรทุกทั่วโลกกำลังเผชิญกับความท้าทายในการเพิ่มอัตราการบรรทุกพร้อมกับลดอัตรการใช้เชื้อเพลิง โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อลดต้นทุนการขนส่งและปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยการประหยัดเชื้อเพลิง สามารถติดตามความคืบหน้าของโครงการได้ที่ www.shell.com/starship

COMMENTS