ด้วยรถโดยสาร 2 ชั้น ที่ได้จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก มีประมาณ 7,200 คัน ซึ่งเป็นข้อมูลที่แสดงให้เห็นว่า จำนวนความต้องการของผู้โดยสารที่มีความต้องการใช้บริการรถ 2 ชั้น มีเป็นจำนวนที่มากพอสมควร

และด้วยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจากรถโดยสาร 2 ชั้น และเสียชีวิตมากถึง 18 รายนั้น ได้มีการพิสูจน์มาแล้วว่า สาเหตุเกิดมาจากคนขับเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยฤกธิ์ของยาเสพติด จึงทำให้เหยีบเบรคตลอดระยะทาง 6 กม.ที่ลงจากเขา ทำให้ไม่สามารถเบรครถได้เมื่อต้องการหยุดในระยะกระชั้นชิด พร้อมทั้งใช้ความเร็วมากกว่า 86 กม./ชม. ในทางขึ้นและลงเขา ทั้ง ๆ ที่มีป้ายเตือนให้ใช้ความเร็วมากสุดเพียงแค่ 60 กม./ชม.เท่านั้น ด้วยเหตุนี้เองจึงไม่สามารถควบคุมรถได้ จึงเกิดโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ขึ้น

ด้วยรถโดยสาร 2 ชั้น ถือได้ว่า เป็นรถโดยสารระดับพรีเมี่ยม ต้องใช้เครื่องยนต์และแชสซีส์จากยุโรป มีราคาสูงกว่า 4 ล้านบาท และการต่อตัวถัวรถโดยสารที่มีความสูงจากล้อรถ 4.30 เมตร ซึ่งปัจจุบันนี้ได้ปรับลงเหลือแค่ 3.80 เมตร ก็ถือว่าใช้วัสดุอย่างดี มีราคาสูงถึง 3 ล้านบาททีเดียว

ทำให้เจ้าของบริษัทฯ ต้องเลือกคนขับรถโดยสาร 2 ชั้นที่มีประสบการณ์ สามารถดูแลความเร็ว เพื่อทำให้ผู้โดยสารทุกคนปลอดภัยได้สูงสุด แม้ว่าในตัวรถจะมีระบบเบรค ABS การเบรคด้วยเครื่องยนต์ และการเบรคด้วยเกียร์แล้วก็ตาม

และล่าสุด ทางรัฐบาลก็ได้กำหนดเส้นทางการวิ่งของรถโดยาสาร 2 ชั้นไว้เรียบร้อยแล้ว คือการใช้งานได้เฉพาะในตัวเมือง และเส้นทางต่างจังหวัดได้ แต่ห้ามวิ่งขึ้นเขา หรือลงที่มีความลาดชันที่สูง เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร และผู้ประกอบการก็สามารถอยู่ได้ด้วย

***ขอบคุณภาพข่าว รถทัวร์ไทย.คอม

โดย…ยกล้อ