คมนาคมเผยเตรียมเปิดประมูลโครงการรถไฟไทย-จีน เฟสแรกภายในปีนี้ ขณะที่สัญญา 2.3 จะเร่งหาข้อสรุปเพื่อเสนอเข้า ครม.พิจารณา ส.ค.-ก.ย.นี้

คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมความร่วมมือรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน ครั้งที่ 24 ว่า ในการประชุมครั้งนี้ประเด็นหลักจะเป็นการติดตามงานของโครงการในระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพ-นครราชสีมา วงเงิน 179,000 ล้านบาท แบ่งออกเป็นค่างานก่อสร้าง 125,000 ล้านบาท และค่างานระบบ 54,000 ล้านบาท โดยงานก่อสร้างแบ่งเป็น 14 สัญญา ที่ได้มีการเริ่มต้นในการก่อสร้างตอนที่ 1 สถานีกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ตั้งแต่วันที่ 21 ธ.ค.2560 ขณะนี้ก็มีความก้าวหน้าตามลำดับ และได้มีการย้ำในเรื่องของการเร่งรัดส่งแบบที่ในช่วงที่ 1 ยังเหลืออีก 13 ตอน โดยตอนที่ 2 ช่วงสีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง 11 กิโลเมตร วงเงิน 5,000 ล้านบาท ได้มีการส่งแบบมาแล้วทางฝ่ายที่ปรึกษาก็ได้มีการตรวจสอบแบบและแสดงความคิดเห็นเพื่อแก้ไขแบบ ซึ่งทางฝ่ายจีนจะส่งแบบกลับมาภายในวันที่ 8 มิ.ย.นี้ คาดว่าจะสามารถเริ่มประกวดราคาได้ประมาณเดือน ส.ค.นี้ และเริ่มต้นก่อสร้างได้ช่วงเดือน พ.ย.2561

ทั้งนี้ ตอนที่ 3 ช่วงแก่งคอย-นครราชสีมา ระยะทาง 119.5 กิโลเมตร จะมีการแบ่งเปิดประมูล 6 สัญญา คาดว่าจะเริ่มประกวดราคาได้เดือน ก.ย.2561 และเริ่มต้นก่อสร้างเดือน มี.ค.2562 และตอนที่ 4 ช่วงบางซื่อ-แก่งคอย ระยะทาง 119 กิโลเมตร แบ่งเปิดประมูล 6 สัญญา คาดว่าจะเริ่มประกวดราคาได้เดือน พ.ย.2561 และเริ่มต้นก่อสร้างเดือน เม.ย.2562 แต่จะมีการเร่งรัดการดำเนินการแล้วเสร็จหากก็สามารถเดินหน้างานต่อได้เลย ในส่วนของระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย นั้นยังเป็นไปตามหลักการเดิมว่าการทำการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดทางฝ่ายไทยจะเป็นผู้ดำเนินการทางจีนเป็นที่ปรึกษา โดยจะมีเร่งรัดในการศึกษาและออกแบบให้แล้วเสร็จภายในปี 2561 และเร่งเริ่มต้นก่อสร้างให้ได้ในปี 2562 ซึ่งทางจีนต้องการให้มีการเร่งการดำเนินการให้ทันกับระยะแรกเพื่อให้สามารถเปิดดำเนินการได้พร้อมกัน

ขณะที่การเชื่อมต่อเส้นทางช่วงหนองคาย-เวียงจันทร์ นั้นทางจีนจะเป็นเจ้าภาพในการศึกษาออกแบบและได้มีการขอให้ทางจีนหารือกับทางสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) เกี่ยวกับตำแหน่งที่ตั้งของสะพานและสถานีรถไฟฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งไทยได้มีการแจ้งจีนรับทราบว่าสะพานข้ามแม่น้ำโขงดังกล่าวจะเป็นสะพานที่ให้รถไฟความเร็วสูงขนาด 1.435 เมตรวิ่งผ่านและจะมีรถไฟขนาด 1 เมตรวิ่งด้วย เป็นลักษณะทางคู่เชื่อมต่อไปถึง สปป.ลาว สำหรับสัญญา 2.3 ที่เป็นสัญญางานระบบ รวมถึงจัดหาขบวนรถและจัดฝึกอบรมบุคลากร วงเงิน 54,000 ล้านบาท ขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจายังไม่ได้ข้อสรุปแต่จะพยายามเร่งหาข้อสรุปให้ได้ภายใน ส.ค.นี้ หลังจากนั้นจะเข้าไปสู่ขั้นตอนการขออนุมัติในช่วงประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย.นี้ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป

อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นด้านบุคลากรจะมีวิศวกรคุมงานก่อสร้างจีนประมาณ 50 คน และวิศวกรคุมงานไทยประมาณ 410 คน ส่วนเรื่องการฝึกอบรมบุคลากรนั้นได้ร่วมมือกับสมาคมวิศวกรรมที่ปรึกษาเพื่อหาแนวทางร่วมกันต่อไป นอกจากนี้ ในเรื่องของแหล่งเงินกู้ที่จะใช้เพื่อลงทุนในสัญญา 2.3 นั้น จะต้องมีการเจรจากับทางกระทรวงการคลังในรายละเอียดเช่น ดอกเบี้ย ระยะเวลาชำระหนี้ และเงื่อนไขหากผิดสัญญา ฯลฯซึ่งจีนได้มีการเสนอขอให้มีบทลงโทษเรื่องการยึดสัญญาก่อสร้างหากเอกชนทำงานล่าช้า แต่ปัจจุบันไทยไม่มีกฎหมายรองรับให้ดำเนินการดังกล่าวจึงต้องหารือร่วมกันอีกครั้งในเรื่องข้อกฎหมาย