โดย…วณัฐสุข สงวนศิริ 

กำลังเข้าสู่ฤดูฝนการขับรถก็ระมัดระวังมาก ๆ นะครับ ถนนเปียกอาจจะมีผลทำให้รถเสียการทรงตัวแล้วเกิดอุบัติเหตุทำให้เสียทรัพย์สินหรือหากรุนแรงก็อาจถึงขั้นบาดเจ็บหรือพิการสูญเสียอวัยวะใดอวัยวะหนึ่ง

หากตายก็เสียใจเพียงไม่กี่วัน แต่ถ้าพิการก็คงจะไม่เสียใจมาก แต่ “เกิดความขมขื่น” เห็นกันทุกวันกินก็ไม่ถนัดเดินก็ไม่คล่องปวดท้องก็ต้องเรียกหาคนช่วยยกช่วยพยุง ถ้าหากท่านผู้อ่านอยากจะรู้ว่าความขมขื่นเป็นอย่างไรก็ลองเข้าไปในยูทูปแล้วพิมพ์ชื่อเพลง “เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง”

ก็จะพอเข้าใจได้ครับว่าความขมขื่นคือความลำบากคือสิ่งที่ไม่มีใครอยากจะได้ครอบครองเพราะมิฉะนั้นแล้วจะเอาไปทิ้งแม่โขงทำไม ก็มีคำถามอีกว่าแล้วทำไมต้องเอาไปทิ้งแม่น้ำโขงด้วยล่ะ ทำไมไม่ทิ้งลงบ่อลงสระข้าง ๆ บ้าน

ก็ได้คำตอบว่าแม่น้ำโขงไหลลงทะเลนำพาความขมขื่นไปไกล ๆ ลงสู่อ่าวไทยคลื่นพัดไปห่าง ๆ ที่พูดมาคือความขมขื่นที่เกิดกับร่างกายของมนุษย์เกิดกับอวัยวะ

ส่วนความขมขื่นอีกอย่างหนึ่งก็คือเกิดกับรถยนต์เกิดกับทรัพย์เครื่องมือทำมาหากิน ก็หมายความว่ารถวิ่งทำเงินทำรายได้ให้เราเป็นปกติแต่จู่ ๆ เกิดอุบัติเหตุต้องจอดซ่อมเป็นหลาย ๆ เดือนเพราะต้องรอคิวช่าง ต้องสั่งอะไหล่ และหากรถที่กำลังผ่อนงวดก็เดินไปทุกเดือนรายได้ก็ไม่ได้เข้ามาเพราะว่ารถไม่ได้วิ่งงาน

อันนี้ก็เป็น “ความขมขื่นอีกประการหนึ่งที่เกิดกับรถ” พอจะเห็นภาพนะครับว่าไม่ว่าความขมขื่นจะเกิดกับคนหรือเกิดกับรถก็ล้วนนำความเสียหายมาสู่ธุรกิจ

เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นการสอบสวนค้นหาสาเหตุก็มีทุกครั้งทุกราย การหาสาเหตุก็เพื่อต้องการรู้ความจริง เพื่อต้องการรู้แนวทางแก้ไขไม่ให้เกิดซ้ำ ต้องการรู้เพื่อจะได้สื่อสารบอกคนอื่น ๆ ให้ระมัดระวังไม่ให้เกิดซ้ำ สิ่งที่สำคัญและเชื่อว่าหลายท่านอยากรู้ก็คือ “ทำไมถึงเกิดอุบัติเหตุ เช่น ทำไมชน ทำไมคว่ำ ทำไมตกถนน ทำไมเหินข้ามเกาะกลางข้ามราวกั้น ทำไมตกน้ำ”

(ภาพประกอบจาก Google)

คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดอุบัติเหตุก็ประกอบด้วย 1. ผู้ขับขี่ 2. ผู้เดินเท้า และ 3.ผู้โดยสาร ถ้ารถคว่ำก็เกิดจากผู้ขับขี่ ถ้ารถชนคนเดินข้ามถนนก็คนเดินเท้า ถ้าห้อยโหนพลัดตกก็ผู้โดยสาร ผมจะขอนำเสนอเฉพาะในส่วนที่ 1 หรือผู้ขับขี่เท่านั้น

ผู้ขับขี่ทุกคนผ่านระบบและกระบวนการมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบกนั่นก็คือการได้รับใบอนุญาตให้เป็นผู้ขับขี่ตามลักษณะของรถ การสอบก็ประกอบด้วยข้อเขียนและภาคปฏิบัติ การสอบข้อเขียนก็เลือกข้อถูก ฟังหรืออ่านคำถามและคำตอบก็เลือกข้อที่มั่นใจว่าถูกที่สุดหรือใกล้เคียงกับความน่าจะเป็นมากที่สุด

หากถามว่าข้อสอบคืออะไร คำตอบก็คือแนวทางสำหรับการปฏิบัติการขับรถให้ปลอดภัยนั่นเอง ข้อสอบคือส่วนหนึ่งของแนวทางสำหรับการขับรถให้ปลอดภัยหรือการประกอบอาชีพ เวลาเราไปนั่งสอบข้อเขียนเราไม่สามารถเอาสมุดไปจดข้อสอบและจดคำตอบมาไว้อ่านในภายหลัง

เพราะฉะนั้นอาจจะจำได้ไม่หมดทุกข้อหรอกครับว่าข้อ 1 และข้อสุดท้ายถามว่าอะไร พอจำไม่ได้ก็เท่ากับว่าไม่มีอะไรติดตัวที่จะเอาไปเป็นแนวทางในการขับรถให้ปลอดภัย เพราะจำไม่ได้นั่นเอง

ส่วนการสอบภาคปฏิบัติก็สอบตามฐานบังคับต่าง ๆ ปฏิบัติได้ก็ถือว่าสอบผ่านได้รับใบอนุญาตสำหรับการออกไปสู่ยุทธ์จักรขับรถหาเลี้ยงชีพ

โดยส่วนมากแล้วอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นมักเกิดจากคน และที่เกิดจากคนก็เพราะคนขับมีความรู้และมีความชำนาญน้อยเกินไป ความรู้และประสบการณ์ที่ถูกต้องซึ่งถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการประกอบอาชีพขับรถ การรู้ไม่เพียงพอทำให้คนคิดไม่เหมือนกันพอคิดไม่เหมือนกันก็ปฏิบัติต่างกัน ซึ่งแท้จริงแล้วหลักของความปลอดภัยแต่ละเรื่องน่าจะมีเพียงหลักเดียวเท่านั้น ยกตัวอย่าง เช่น การเข้าโค้งต้องเข้าช้าออกเร็ว การขับรถลงทางลาดชันต้องใช้เกียร์ต่ำ การขับผ่านถนนเปียกต้องใช้ความเร็วต่ำ ๆ ไม่รีบร้อน นี่แหละครับแต่ละเรื่องมีวิธีจริง ๆ เพียงวิธีเดียวครับ