ฮีโน่ ประกาศชัด! ไม่รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 รับได้เฉพาะ B7 เท่านั้น ด้านกลุ่มขนส่งยืนยันเสียงแข็ง B20 ตกยุคแล้ว นำมาใช้กับรถใหญ่มีแต่ผลเสีย สุ่มเสี่ยงทำให้เครื่องยนต์พัง “ยูทองอยู่” ประสานเสียง B20 ไม่เหมาะกับรถบรรทุกในยุคปัจจุบัน

คุณชาตรี กิตติประภัสร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผน บริษัท ฮีโน่มอเตอร์สเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงพลังงานได้มีมาตรการส่งเสริมน้ำมันไบโอดีเซล B20 จากสถานการณ์ปริมาณน้ำมันปาล์มดิบล้นตลาด ราคาน้ำมันมีความผันผวน และเพื่อไม่ให้เป็นข้ออ้างในการปรับขึ้นค่าขนส่ง และชี้แจงผ่านสื่อและสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ว่า น้ำมันไบโอดีเซล B20 เหมาะสมกับกลุ่มรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่มีการตรวจเช็คสภาพแล้วว่า สามารถใช้ได้โดยไม่มีปัญหาเท่านั้น โดยไม่แนะนำให้ใช้กับรถยนต์ทั่วไป คาดว่าจะออกจำหน่ายได้ ประมาณเดือนก.. 2561

ทั้งนี้ กรมธุรกิจพลังงาน กระทรวงพลังงาน ยังไม่มีการออกประกาศกำหนดคุณภาพน้ำมันไปโอดีเซล B20 เนื่องจากเป็นการจำหน่ายให้เฉพาะกลุ่มลูกค้า ตามความสมัครใจ และเป็นการจำหน่ายนอกสถานีบริการน้ำมันทั่วไป ดังนั้น บริษัทฯ จึงขอชี้แจงว่า รถยนต์ฮีโน่ทุกรุ่น รองรับน้ำมันไบโอดีเซล B7 เท่านั้น ไม่สามารถรองรับน้ำมันไบโอดีเซล B20 ได้

ด้าน คุณกุลยา ตันติเตมิท ผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 19 มิ.. 2561 ที่ผ่านมา เห็นชอบมาตรการภาษีสรรพสามิตเพื่อสนับสนุนน้ำมันดีเซล B20 เพื่อใช้เป็นกลไกส่งเสริมการใช้น้ำมันดีเซลที่มีส่วนผสมของไบโอดีเซลมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนค่าบริการขนส่งและค่าโดยสารสาธารณะ รวมทั้งเป็นการช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลูกปาล์มน้ำมันอีกช่องทางหนึ่ง เนื่องจากปัจจุบันที่มีสต๊อกน้ำมันปาล์มสูงถึง 600,000 ล้านลิตร ขณะที่สต๊อกน้ำมันปาล์มระดับปกติจะอยู่ที่ประมาณ 400,000-500,000 ล้านลิตร

โดยกรมสรรพสามิตได้เสนอกำหนดอัตราภาษีน้ำมันดีเซล B20 อยู่ที่ 5.152 บาท/ลิตร และปรับอัตราภาษีน้ำมันดีเซล B7 จาก 5.85 บาท/ลิตร เป็น 5.980 บาท/ลิตร โดยกระทรวงพลังงานจะใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปสนับสนุนส่วนต่างเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมัน B20 ถูกกว่า B7 ถึง 3 บาทต่อลิตร และจากการสอบถามมีผู้ประกอบการน้ำมันที่ได้รับอนุญาตจากกรมธุรกิจพลังงาน ตามมาตรา 10 จำนวน 5 ราย เช่น บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และบริษัท บางจาก จำกัด (มหาชน) เป็นต้น สนใจเข้าร่วมโครงการ ซึ่งคาดว่า จะมีการใช้น้ำมัน B20 ประมาณ 1.5 ล้านลิตรต่อวัน จากปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลทั้งระบบ 1,800 ล้านลิตรต่อเดือน

ด้าน คุณยู เจียนยืนยงพงศ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางรถบรรรทุกแห่งอาเซียน (ATF) กล่าวว่า น้ำมันดีเซล B20 เหมาะกับเครื่องยนต์รุ่นเก่าที่มีอายุตั้งแต่ 10  ปีขึ้นไปเท่านั้น เนื่องจากผู้ผลิตยังไม่สามารถพัฒนาไบโอดีเซลให้เป็นไปตามมาตรฐาน JAMA หรือมาตรฐานของสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่นโดยเฉพาะการปรับปรุงค่า Monocytes ให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดได้ ส่วนเครื่องยนต์ใหม่ในปัจจุบันนี้ไม่ใช้กันแล้ว เพราะมันเป็นเครื่องยนต์คอมมอนเรลกันหมดแล้ว ซึ่งสุ่มเสี่ยงอาจทำให้เครื่องยนต์พังได้ และอยากเสนอแนะให้ภาครัฐเสนอผู้ค้าปลีกนำน้ำมัน B100 มาจำหน่ายเลยดีกว่า เพื่อให้ผู้ประกอบการมีสิทธิเลือกใช้ไบโอดีเซลให้เหมาะสมกับรุ่นและเครื่องยนต์ที่อยู่ในปัจจุบันได้

ขณะที่ ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หากเราจะไปใช้ B20 เกรงว่า อาจจะทำให้เกิดค่าซ่อมบำรุงเครื่องจะสูงขึ้น เพราะอาจมีปัญหาในเรื่องของกรองเครื่องกรองโซล่า หรืออาจจะเป็นเรื่องของการสันดาปเครื่อง และอาจส่งผลให้เครื่องยนต์อืดก็เป็นได้ ซึ่งยังไม่เหมาะกับรถบรรทุกในปัจจุบัน

โดย…สวนเลน