โดย…วณัฐสุข สงวนศิริ 

เรื่องนี้พูดบ่อย แต่ก็ยังคงพูดต่อไปอีกเรื่อย ๆ ครับเพราะอุบัติเหตุยังคงมีเกิดขึ้น รถบรรทุกเกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถคันอื่น ก็มักจะต้องงัด หรือบางรายเสียชีวิตคาที่ ทั้งนี้และทั้งนั้นส่วนด้านหน้าของรถบรรทุกไม่ได้แข็งแรงเลย

ขออนุญาตย้ำอีกครั้งครับว่า สิ่งที่น่ากลัวมากที่สุดสำหรับชาวรถบรรทุกก็คือ หลับในเพราะสูญเสียการควบคุม ส่วนสิ่งที่เกี่ยวข้องกับฝีมือการขับก็ไม่ค่อยห่วงเท่าไหร่เพราะทุกวันนี้วิวัฒนาการของรถบรรทุกและรูปแบบการสนับสนุนส่งเสริมอบรมมีมากมาย การเดินรถแบบสวนทางอย่างสมัยก่อนก็มีน้อยลงอย่างมาก

ทั้งนี้และทั้งนั้นเพราะถนนสายหลัก ๆ มีมาตรฐานนั่นเอง ยกตัวอย่างเช่นถนนสายโชคชัย – เดชอุดม (เส้นหมายเลข 24) ก็มีการขยายพื้นที่ถนน รวมทั้งอีกเพียงสองปีถนนสาย 304 ช่วงเขาปัก นาดี ศาลโทนก็จะสร้างเสร็จและคงจะเป็นถนนอีกเส้นหนึ่งที่มีมาตรฐานถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

ภายในระยะเวลาอันใกล้นี้เราก็จะมีทั้งถนนและทั้งรถที่มีมาตรฐานสูงสอดคล้องกับหลักสากล เพื่อจะลดโอกาสเกิดอุบัติเหตุจากสองปัจจัยคือจากรถและจากถนน มาตรฐานของรถยนต์รถบรรทุกที่เรามีอยู่ขณะนี้คือระบบห้ามล้อที่ทันสมัย รถมีเข็มขัดนิรภัย รถบางคันมีระบบกันสะเทือนแบบถุงลม เป็นความเพียบพร้อมที่จะพยายามลดความเสี่ยง ลดความสูญเสียหรืออุบัติเหตุนั่นเอง

รถกับถนนเป็นสิ่งคู่กันครับ หากถนนไม่พร้อมถนนไม่มาตรฐานก็จะเกิดความไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของรถยนต์ โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุโดยมีสาเหตุจากรถจากถนนก็จะลดน้อยลงไป สถิติที่เราใช้กันอยู่ก็คือ 9% ที่เกิดจากรถและเกิดจากถนน ร้อยละ 90 เกิดจากคนและอีกร้อยละ 1 เกิดจากเหตุการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ เช่น สะพานหักขณะรถกำลังแล่นอยู่บนสะพาน ฟ้าผ่ารถที่กำลังวิ่งผ่านสายฝน ชิ้นส่วนเครื่องบินหล่นใส่ (ถนนเปียกถนนลื่นเราสามารถควบคุมการขับของเราได้ ดังนั้นจึงไม่ใช่สิ่งที่ควบคุมไม่ได้ การขับรถผ่านถนนเปียกแล้วเกิดอุบัติเหตุสาเหตุก็เกิดจากคน เช่น ความเร็วสูง คาดการณ์ผิดพลาด สิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากรถ)

บ่อยครั้งเมื่อมีข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุเราก็มักจะบอกว่าเกิดจากการประมาทของผู้ขับขี่ บางครั้งข่าวหรือสื่อต่าง ๆ ก็มักจะบอกว่าเกิดจากความประมาทของผู้ขับขี่ ความประมาทหมายถึงอะไรคือสิ่งที่เราควรทราบก่อน การทราบความหมายก็จะพอช่วยให้เราเข้าใจว่าแท้จริงแล้วความประมาทคืออะไร

ฎีกาหนึ่งที่พิพากษาว่าผู้ขับประมาท “ผู้ขับทราบแล้วว่ารถที่ตนนำออกไปขับมีสภาพไม่พร้อมกล่าวคือ คันส่งคันชักหลวม ไม่พร้อมใช้งาน ผู้ขับทราบดีว่ามีโอกาสหลุดและเป็นสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุ” พอจะเห็นภาพนะครับว่าความประมาทคืออะไร เข้าใจได้ไม่ยากหรอกครับ

ความประมาทก็คือ เราฝืนทำโดยที่ทราบดีว่ามันมีโอกาสเกิดเหตุ เช่น มีโอกาสที่รถจะเสียการทรงตัว ถ้าขับรถเร็วบนถนนที่เปียกน้ำ เมื่อเกิดอุบัติเหตุก็คือความประมาท โดยปกติแล้วก่อนที่เราจะบอกว่าเกิดจากความประมาทหรือไม่เราก็ควรจะถามคนขับที่เกิดอุบัติเหตุก่อนว่าเขาทราบวิธีการขับรถบนถนนที่เปียกน้ำหรือไม่ บางคนไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ก่อนที่จะบอกว่าประมาทสิ่งแรกที่เราต้องรู้ก็คือเขารู้หรือไม่ว่าความประมาทคืออะไร

ยกตัวอย่างเช่น กฎระเบียบบอกว่า การขับรถหรือการทำงานเราจะต้องทำงานไม่เกิน 12 ชั่วโมงต่อรอบวัน และในรอบสัปดาห์ก็จะต้องไม่เกิน 72 ชั่วโมง การขับรถเราจะต้องหยุดพัก 30 นาทีทุก ๆ 4 ชั่วโมง ถ้าเราฝืนเราไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่กล่าวมาแล้วเกิดอุบัติเหตุ ก็พอจะสรุปได้ว่า เกิดจากความประมาท เพราะทราบกฎระเบียบดีแล้ว กฎหมายกฎระเบียบต่าง ๆ ที่หน่วยงานภาครัฐกำหนดไว้ก็ล้วนเกิดประโยชน์กับคนไทยทั้งสิ้นถ้าเราปฏิบัติตาม

คนที่ไม่ประมาทคือคนอย่างไร คำตอบสั้น ๆ ก็คือคนที่ไม่ฝืนกฎระเบียบไม่ฝืนกฎข้อบังคับต่าง ๆ หรือไม่ฝืนกฎจราจรนั่นเอง ในส่วนที่ตนรู้ถึงความสูญเสียความหายนะ การที่กฎกำหนดว่าขับไม่เกิน 60 ก็เพราะหากว่าขับเกินแล้วเกิดอุบัติเหตุ ระดับความรุนแรงหรือความสูญเสียจะมาก พอความสูญเสียมากก็จะส่งผลถึงระดับความปลอดภัยของผู้ขับขี่ ถ้าบาดเจ็บสาหัส บางทีก็อาจจะรักษาไม่หายเป็นปกติ อาจจะพิการหรือสูญเสียอวัยวะบางอย่างที่มีความสำคัญต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รถยนต์ถ้าไม่มีล้อก็วิ่งไม่ได้

คนขับถ้าไม่มีขาก็เดินไปไหนไม่ได้ หรือแขนใช้งานไม่ได้ก็ใช้ชีวิตอยู่อย่างยากลำบากเพราะอวัยวะเหลือไม่ครบหรือใช้งานได้ไม่ปกติ บางครั้งเราไม่มีเงิน เราไม่รวย เราก็สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้อย่างมีความสุขตามความพอเพียง เราเดินเหินไปไหนมาไหนได้ จับหยิบได้ตามปกติ ถ้าเกิดอุบัติเหตุแล้วตายไปเลยก็สบายไป ไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกายทรมานใจ รถจักรยานยนต์ รถกระบะ รถเก๋งทุกเละทุกคันถ้าชนกับรถบรรทุกคันใหญ่เพราะรถเหล่านั้นมีขนาดเล็กกว่า มีระดับความสูงที่ต่ำกว่ารถบรรทุก น้ำหนักก็เบากว่า เละทุกราย ในทางตรงกันข้ามถ้ารถบรรทุกสิบล้อหรือรถหัวลากชนท้ายรถบรรทุกด้วยกัน

ส่วนหัวรถของคันที่ชนท้ายมักจะเละเพราะว่าโครงสร้างส่วนหน้าของรถบรรทุกไม่ได้แข็งแรงเลย ลองพิจารณาดูดี ๆ ครับ ที่ชนแล้วไม่เละก็เพราะชนกับคันที่เล็กว่า ถ้าชนท้ายรถที่มีความสูงเท่ากันมักจะต้องงัดออกและเพราะขาคนขับติด อุบัติเหตุบางรายคนขับเสียชีวิตเพราะเสียเลือดมาก งัดออกยาก ใช้เวลานาน อย่าลืมนะครับว่าขาทั้งสองข้างของคนเรามีเส้นเลือดใหญ่ทั้งสองข้าง พอเส้นเลือดขาดเลือดก็ไหลออกหมดและหากรายใดที่ซวยมาก ๆ ก็คืออาจจะเกิดไฟไหม้ออกจากรถไม่ทันครับ