เมื่อกล่าวถึง ธุรกิจขนส่งทางบกของคนไทยแท้นั้น ปัจจุบันมีทั้งขนส่งขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็ก ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วมีจำนวนมากกว่า 40,000 ราย แต่เมื่อขนส่งต่างชาติสามารถเข้ามาทำตลาดในเมืองไทยได้อย่างเต็มตัว ผลกระทบแรกของขนส่งทางไทย ก็คือ การถูกแย่งลูกค้าไปต่อหน้าต่อตา รวมถึงโรงงานผลิตสินค้าจากต่างประเทศได้ดึงขนส่งจากชาติตัวเองเข้ามาเพื่อบริการขนส่งสินค้าในเมืองไทยด้วย

และมีสิ่งหนึ่งก็คือไม่มีหน่วยงานใดของทางรัฐบาลที่ให้การดูแลและปกป้องขนส่งไทยเลย จึงมองได้ว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ ขนส่งไทยจะต้องปิดบริษัทไปเป็นจำนวนมากอย่างแน่นอน แต่ก่อนที่จะถึงวันนั้น ก็ยังมีแน่คิดและวิธีการที่ยังจะช่วยให้ขนส่งไทยสามารถประคองตัวให้ดำเนินธุรกิจขนส่งต่อไปได้ และอาจจะพลิกฟื้นกลับมาขยายกิจการให้เติบโตขึ้นไปอีกก็เป็นไปได้

ประยุกต์รูปแบบขนส่งต่างชาติมาใช้

แหล่งข่าวจากวงการขนส่ง เปิดเผยว่า ด้วยบริษัทขนส่งต่างชาติที่เข้ามาบุกตลาดขนส่งในเมืองไทย ต่างเป็นบริษัทใหญ่ มีเงินทุนจำนวนมหาศาล และเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวมถึงระบบการบริหารธุรกิจที่มีประสิทธิภาพด้วย การสร้างความเชื่อมั่นให้กลุ่มลูกค้าจึงมีสูงกว่า เมื่อขนส่งไทยมีคู่แข่งขันที่มีศักยภาพที่สูงกว่ามาก เราจึงต้องสามารถประยุกต์วิธีการต่าง ๆ เหล่านั้น มาใช้กับธุรกิจของตัวเองได้ แม้จะมีธุรกิจที่ไม่สามารถโตเท่าเทียมกันได้ แต่ก็จะสร้างความเชื่อถือให้แก่กลุ่มผู้ว่าจ้างได้เหมือนกัน

อย่างวิธีการแรก ก็คือ การใช้รถใหญ่เพียง 5 ปี เพราะตามปกติโดยทั่วไปแล้ว ชิ้นส่วนของรถใหญ่จะสามารถใช้งานได้ประมาณ 5-6 ปี โดยที่ไม่ต้องดูแลรักษาเลย ซึ่งช่วงระยะเวลา 5 ปีนี้ เป็นช่วงของการทำงานขนส่งอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเสียเวลาดูแลตัวรถเลย โดยให้ศูนย์บริการของรถยี่ห้อนั้น เป็นผู้ดูแลเพราะเป็นช่วงที่อยู่ในการรับประกัน

สำหรับการดูแลพนักงานและคนขับรถของบริษัทต่างชาติ ก็จะดูแลให้เงินเดือนสูง ทำงานเฉพาะในช่วงเวลาของการทำงานปกติ มีสวัสดิการที่ดี และบางแห่งยังมีการจ่ายเงินค่าเกษียณอายุให้อีกด้วย ถือได้ว่า เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนอยากทำงานด้วย ยิ่งเฉพาะคนขับรถ ทางบริษัทยังมีการพัฒนาฝีมือการขับรถใหญ่ให้อย่างต่อเนื่องอีกด้วย เพื่อให้เป็นคนที่รักการขับรถใหญ่ มีความปลอดภัยในท้องถนน และประหยัดเชื้อเพลิง แถมปลายปียังมีงานเลี้ยงและโบนัสประจำปีให้กับพนักงานทุกคนอีกต่างหาก

ส่วนการติดต่อประสานงานกับผู้ว่าจ้างนั้น ก็จะมีการรับสินค้าและส่งสินค้าตรงตามเวลาที่กำหนด และให้การรับประกันว่าสินค้าที่รับจากต้นทุนจะเหมือนกับสินค้าที่ส่งจากต้นทางให้ทุกครั้ง และที่สำคัญยังให้เครดิตลูกค้ามากถึง 3 เดือนอีกด้วย ถือเป็นการเรียกลูกค้าเข้ามาใช้บริการเป็นเป็นอย่างมาก

ด้วยเหตุนี้เองขนส่งไทยก็ต้องนำแผนการบริหารมาประยุกต์ใช้กับองค์กร หรือนำวิธีการของขนส่งต่างชาติมาให้ในบริษัทของตัวเอง เพื่อที่จะทำให้ขนส่งของตัวเองสามารถประคองตัวให้อยู่รอดได้ และต้องเติบขึ้นอย่างแน่นอน

ค่ายรถใหญ่เป็นผู้ดูแลรถให้ทั้งหมด

แหล่งข่าวจากวงการรถบรรทุก กล่าวว่า ในปัจจุบันนี้การแข่งขันในตลาดรถใหญ่มีความดุเดือดมากขึ้น จนทำให้ผู้นำตลาดอย่างค่ายอีซูซุ และฮีโน่ ต้องแข่งขันการให้บริการของลูกค้าเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการรับประกันหลังการขายให้รถทุกรุ่นนานถึง 5 ปี เป็นการช่วยเพิ่มเวลาให้กับลูกค้าในการดูแลงานขนส่งของตัวเองได้นานขึ้น และไม่ต้องเสียค่าดูแลรักษารถบรรทุกนานถึง 5 ปีทีเดียว

นอกจากนี้ ยังทำให้ราคาขายต่อปรับตัวสูงขึ้น เพราะเข้ารับการบริการในศูนย์บริการ รวมถึงยังได้อะไหล่แท้ทุกชิ้นในซ่อมอีก โดยมีอะไหล่ให้เลือกไม่ว่าจะเป็นอะไหล่นำเข้า อะไหล่ที่ผลิตในประเทศ และอะไหล่ POP ที่มีคุณภาพสูงแต่ราคาต่ำให้เลือกอีก ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ราคาขายต่อรถมือสองสูงกว่ารถที่ซ่อมด้วยอะไหล่เทียมหรือซ่อมตามอู่ข้างถนนเป็นอย่างมาก

และที่สำคัญยังมีกลยุทธ์หลักอีกอย่างหนึ่ง คือการรับเทิร์นเพื่อเป็นเงินดาวน์ในราคาสูง ด้วยลูกค้าที่ใช้รถใหญ่ยี่ห้อใดยี่ห้อหนึ่ง และนำเข้าซ่อมบำรุงในศูนย์บริการเป็นประจำ เมื่อทำงานได้ครบเวลาที่ผู้ว่าจ้างได้กำหนดไว้ก็สามารถนำรถใหญ่ยี่ห้อนั้นไปเทิร์นยังที่ผู้แทนจำหน่ายรถใหญ่ยี่ห้อเดียวกันนี้ได้ เพราะจะให้ค่าเทิร์นในราคาสูง เพื่อที่จะนำมาดาวน์รถใหญ่คันใหม่ได้ ทั้งนี้ ถือว่าเป็นการประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถด้วย

ส่วนบริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ดูแลรถใหญ่ MAN, FUSO และ FOTON ได้เปิดกลยุทธ์พิเศษ คือ ให้เช่าเป็นเวลาถึง 4 ปี และที่สำคัญยังรับประกันหลังการขายให้อีก 4 ปี และยังรับทำประกันภัยภาคสมัครใจในราคาพิเศษให้อีกด้วย

ซึ่งถือว่าโครงการดังกล่าว ได้รับความสนใจจากกลุ่มขนส่งเป็นอย่างมาก มีทั้งลูกค้ารายเก่าที่เคยใช้รถใหญ่เหล่านี้อยู่แล้ว และยังมีลูกค้ารายใหม่ที่ให้ความสนใจมาทดสอบดูอัตราการสิ้นเปลืองของราคาน้ำมัน และก็เป็นที่พอใจเป็นอย่างมาก จึงคาดว่า ภายในปี 2561 นี้จะสามารถจำหน่ายได้ 100 คันตามเป้าอย่างแน่นอน

ขนส่งอยู่รอดได้เพราะบุคลากร

แหล่งข่าวในวงการขนส่งรายใหญ่ของเมืองไทย เปิดเผยว่า จากการที่ได้ตั้งบริษัทมาได้กว่า 30 ปี เริ่มจากธุรกิจขนส่งเล็ก ๆ ก่อน แต่ด้วยบุคลากรที่ทำงานอยู่ด้วยกันเป็นคนที่ซื่อสัตย์และทำงานอย่างเต็มที่ ธุรกิจขนส่งของบริษัทจึงได้เติบโตเป็นอันดับต้น ๆ ของไทยในปัจจุบันนี้

สำหรับบุคลากรนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรก คือ ผู้ดูแลสำนักงาน ซึ่งจะมีทั้งฝ่ายติดต่อสำนักงานกับลูกค้า พนักงานออฟฟิศที่ดูแลพนักงานส่วนอื่น ๆ และที่สำคัญคือ ฝ่ายบัญชี ซึ่งต้องดูแลด้วยความเป็นกันเอง เพื่อให้การทำงานเป็นไปได้อย่างราบรื่น

กลุ่มสอง คือ คนขับรถใหญ่ ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ก่อนที่จะขับรถใหญ่เพื่อไปทำการขนส่ง ต้องคอยเตือนให้มีสติ และสมาธิ ขับรถตามกฎการจราจร และที่สำคัญต้องคอยช่วยเหลือลูกค้าที่ไปส่งสินค้า เพื่อที่จะได้การว่าจ้างครั้งต่อไปเรื่อย ๆ

และกลุ่มสุดท้าย คือ พนักงานซ่อมรถภายในอู่ ซึ่งก็ถือว่ามีความสำคัญ เพราะเมื่อรถใหญ่เกิดเสียขึ้นมาก็ต้องมีการดูแล การหาอะไหล่ และการเสียเวลาซ่อมแซมให้น้อยที่สุด ถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะรถใหญ่ที่วิ่งอยู่ต้องใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ยิ่งมีงานขนส่งเข้ามาเพิ่มขึ้นมากเท่าใด รถใหญ่ที่มีอยู่ก็ต้องทำงานหนักเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น การให้ความสำคัญกับช่างซ่อมจึงต้องดูแลให้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงเห็นได้ว่า บุคลากรทุกภาคส่วนสำคัญต่อบริษัททั้งหมด

ต้องมีธุรกิจเสริมควบคู่กับงานขนส่ง

แหล่งข่าวจากสมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน กล่าวว่า ในขณะนี้จะเห็นได้ว่า ขนส่งไทยในภาคอีสานเริ่มมีงานที่ลดน้อยลงเป็นอย่างมาก แต่เดิมนั้นที่คอยแบ่งงานขนส่งให้กันและกัน แต่ด้วยเศรษฐกิจที่ตกต่ำเช่นนี้ ทำให้กลุ่มขนส่งลดราคาแย่งงานกันเพื่อความอยู่รอด

แต่มีแนวทางหนึ่งที่จะช่วยให้ธุรกิจขนส่งไทยสามารถอยู่รอดได้ แม้จะไม่มีผู้จ้างมาจ้างขนส่งสินค้าให้ก็ตาม นั่นก็คือ การมีธุรกิจเสริมควบคู่กันไปด้วย อย่างมีโรงสีข้าวก็ต้องมีรถขนข้าวเปลือก การมีไร่อ้อยก็ต้องมีรถบรรทุกขนส่งไปที่โรงงาน หรือหากมีที่นา หรือไมีไร่ สวน ก็ให้ทำการปลูกพืชผลทางการเกษตร เพื่อใช้รถใหญ่ของตัวเองขนสินค้าทางการเกษตรของทั้งตัวเองและของเพื่อนบ้านไปขายยังตลาดนัดทั้งในที่ชุมชนและในตัวจังหวัด

อย่างตัวนายกของสมาคมฯ เอง นอกจากจะมีรถใหญ่ที่ใช้ในการขนส่งแล้ว ยังทำธุรกิจขายประกันภัยให้กับเพื่อนสมาชิกอีกด้วย เพราะอยู่ในวงการขนส่งย่อมรู้วิธีที่ดีที่สุดที่บริษัทประกันภัยดูแลรถของลูกค้าที่เกิดอุบัติเหตุได้ดีอย่างไร”

นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกรายหนึ่งของสมาคมฯ ที่ใช้ความรู้ที่มีมาคือการซ่อมรถใหญ่ จึงได้เปิดอู่ซ่อมรถใหญ่ของตัวเองขึ้นมา และก็ให้บริการซ่อมรถใหญ่จากทุกยี่ห้อ โดยเฉพาะรถใหญ่ของสมาชิกสมาคมฯ จะได้รับส่วนลดในราคาพิเศษ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนสมาชิกด้วยกัน ไม่ต้องเสียค่าซ่อมแพงเหมือนอู่ทั่วไป

รัฐบาลต้องลงมาช่วยขนส่งไทย

ดร.ชุมพล สายเชื้อ รองนายกสมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ เปิดเผยว่า ในอนาคตอันใกล้นี้ บรรดาขนส่งไทยจะต้องทำการปรับตัวใหม่ เพื่อประคองธุรกิจให้อยู่รอด ถ้ากล่าวถึงธุรกิจขนส่งรายใหญ่แล้วยังสามารถประคองธุรกิจให้อยู่รอดได้ เพราะมีเงินทุนที่มากพอ สามารถแข่งขันกับขนส่งต่างชาติได้ ส่วนขนส่งขนาดกลางนั้น ต้องทำการรวมตัวกัน เพื่อทำให้ผู้ว่าจ้างเห็นถึงความแข็งแรง สามารถทำการรับจ้างขนส่งได้ทุกแบบ และขนส่งรายเล็กนั้น ก็ต้องไปเป็นซับขนส่ง รับค่าจ้างเพียงแค่ 80% จากเดิมที่ได้เต็ม 100%

ดังนั้น หากรัฐบาลไทยไม่อยากให้ธุรกิจของคนไทยต้องปิดบริษัทไป หรือเป็นลูกจ้างของขนส่งต่างชาติก็ควรที่จะยื่นมือออกมาช่วยเหลือ ทั้งทางกระทรวงพาณิชย์ และทางกระทรวงอุตสาหกรรม ก็ควรจะเผยแพร่ให้กับกลุ่มโรงงานผู้ผลิตสินค้าทั้งอุปโภคและบริโภคของคนไทย ให้ทำการว่าจ้างขนส่งไทยขนส่งสินค้าให้เท่านั้น เพื่อที่จะเป็นการช่วยเหลือธุรกิจของคนไทย ให้สามารถอยู่รอดได้

ทั้งนี้ ดูได้จากโรงงานผลิตสินค้าจากต่างประเทศ เมื่อดำเนินการในไทยมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ก็จะทำการชักชวนขนส่งจากประเทศเดียวกันให้มาขนส่งสินค้าภายในเมืองไทยแทนขนส่งไทย เพราะมีความเป็นชาตินิยมสูง ซึ่งจะเหมือนกับว่า ใช้ฐานที่ประเทศไทยเป็นที่ตั้ง แล้วนำเงินกลับสู่ประเทศของตัวเอง ด้วยเหตุนี้เอง คนไทยด้วยกันก็ต้องรักเมืองไทยให้มากขึ้น เก็บเงินบาทของไทยไว้ในประเทศให้มากที่สุด โดยคนไทยต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อให้ทุกธุรกิจสามารถอยู่รอดและดำเนินธุรกิจต่อไปได้

ธุรกิจขนส่งไทย ถือว่าเป็นธุรกิจที่คนไทยเป็นผู้สร้างขึ้นเอง จากเริ่มต้นที่มีขนาดเล็กจนกระทั่งมีขนาดใหญ่ จนบางรายสามารถไปตั้งสาขาในต่างประเทศได้ ดังนั้น การที่ขนส่งต่างชาติเข้ามาบุกเมืองไทย และดูดลูกค้าไปเกือบหมดสิ้น การต่อสู้เพียงลำพังไม่อาจจะสำเร็จได้ จึงจำเป็นต้องรวมตัวกันเพื่อหาวิธีการต่าง ๆ ที่จะนำมาแข่งขันและสร้างจุดแข็งให้ผู้ว่าจ้างเห็นถึงความสำคัญ และทำให้กลุ่มธุรกิจขนส่งไทยสามารถเดินหน้าและเติบโตต่อไปได้ ที่สำคัญภาครัฐไม่ควรละเลยที่จะลงมาดูแล มิเช่นนั้นแล้ว ได้เห็นกลุ่มขนส่งไทยทยอยปิดบริษัทตาม ๆ กันไปแน่

โดย…กองบรรณาธิการ BUS & TRUCK