“โลจิเซ้นส์” ส่งเทคโนโลยี  IoT Logistics สร้างทางเลือกใหม่แก่ผู้ประกอบการโลจิสติกส์และขนส่ง มั่นใจในผลิตภัณฑ์ให้มากกว่าความคุ้มค่า ในรูปแบบของแพลตฟอร์มโลจิสติกส์อัจริยะ ช่วงแรกเน้นลูกค้ากลุ่มขนส่งที่เป็นนีชมาร์เก็ต

ในยุคที่ใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนธุรกิจ การคิดค้นหรือเปิดตัวนวัตกรรมใหม่ ๆ จึงเกิดขึ้นอย่างหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ประกอบการ  เช่นเดียวกับ “โลจิเซ้นส์” ผู้พัฒนาเทคโนโลยีระบบ IoT Logistics ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนกับ “พนัส แอสเซมบลีย์” ผู้ผลิตรถพ่วง รถดัมพ์ รถกึ่งพ่วง รถเทรลเลอร์ อู่ต่อรถพ่วงและผลิตอุปกรณ์การขนส่งที่มีคุณภาพมาตรฐานสูงและติดอันดับในประเทศไทย

คุณทศพร เวชศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โลจิเซ้นส์ จำกัด  กล่าวว่า ตนต้องการเห็นเทคโนโลยีฝีมือคนไทย ถูกพัฒนามาใช้ในภาคธุรกิจให้เกิดประโยชน์มากที่สุด การเริ่มต้นทำธุรกิจอย่างจริงจัง  ช่วงแรกในการดำเนินกิจการ บริษัทให้บริการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับ IoT แทรคกิ้ง   ซึ่งเป็นการแทรคกิ้งสินค้า ต่อมามีโอกาสได้ร่วมงานกับพนัส แอสเซมบลีย์ จึงมีการพูดคุยและเกิดการร่วมทุนกัน ในที่สุด ทำให้มีขนาดของงานที่ใหญ่ขึ้น จากการให้บริการแค่แทรคกิ้ง จึงกลายเป็น IoT Logistics ซึ่งมีทั้งให้บริการในส่วนของขนส่งและคลังสินค้า

 ส่วนผลิตภัณฑ์ของบริษัทที่ให้บริการนั้น อยู่ในรูปแบบของแพลตฟอร์มโลจิสติกส์อัจริยะ เริ่มที่  LogiSenses box  ซึ่งใช้ได้กับการขนส่งและไม่ใช่การขนส่ง  ถ้าใช้กับการขนส่งจะมีคุณสมบัติมากกว่า GPS  โดยมี H/W ใช้ในการเชื่อมต่อกับระบบ IoT ของ LogiSenses Cloud ซึ่งมีระบบประมวลผลเร็วและมีประสิทธิภาพสูง ด้วย ARM 32 บิต บนระบบปฏิบัติการ Linux ที่มีเสถียรภาพสูงและทำงานพร้อมกันได้หลานฟังก์ชั่น ซึ่งรองรับการสื่อสารด้วย WiFi ,Bluetooth, RF 443 เพื่อติดต่อกับสถานีรับรถและSensor และพ่วงท้ายหรือติดต่อพนักงาน

นอกจากนี้ยังเป็นการรองรับการสื่อสารระบบ 3 G,4G และ NB-IoT สำหรับ Real-time Tracking and Monitoring  ซึ่งประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่าย ที่สำคัญสามารถรองรับการเชื่อมต่อ Sensor ได้ทั้งแบบ Digital และ Analog ครอบคลุมยานพาหนะทุกประเภท ส่วนการใช้งานในคลังสินค้า เป็นการนำข้อมูลสู่ระบบคราวน์ ใช้เช็คสินค้าสินค้าเข้าสินค้าออก พนักงานก็สามารถตรวจสอบข้อมูลได้

ในฐานะที่เป็นบริษัทน้องใหม่ คุณทศพร กล่าวว่ามีลูกค้า  2 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มทรานสปอร์ตและกลุ่มที่ไม่ได้เป็นทรานสปอร์ต   สำหรับกลุ่มทรานสปอร์ตจะเป็นลูกค้าที่เคยใช้ระบบ  GPS มาก่อน  เมื่อเปลี่ยนมาใช้ซอฟแวร์ของ LogiSenses  ลูกค้าจะได้ประโยชน์มากกว่าเดิม แต่ค่าใช้จ่ายเท่าเดิม เนื่องจากระบบของเรา มีในสิ่งที่  GPS ไม่มี เช่น การพยากรณ์อุปนิสัยของผู้ขับขี่  มีการเก็บข้อมูลของผู้ขับขี่และแจ้งเตือนอัตโนมัติผ่านระบบไลน์  เจ้าของธุรกิจสามารถเปิดดูได้ทางมอร์นิเตอร์ ถือว่าเป็นผู้ช่วยในการบริหารจัดการระบบโลจิสติกส์ที่ดี  

“การทำการตลาดในช่วงแรกนั้นจะเจาะลูกค้ากลุ่มขนส่งที่เป็นนีชมาร์เก็ต เช่น ลูกค้าในสนามบินที่ต้องใช้แทรคกิ้งจำนวนมาก  กลุ่มลูกค้าที่ให้บริการเกี่ยวกับโคลเชนที่ต้องการดูความเย็นของห้อง  และกลุ่มลูกค้ารถทัวร์ ซึ่งจะดูเรื่องความปลอดภัยในการให้บริการผู้โดยสาร การเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มจะเข้าถึงง่ายกว่า ตลาดใหญ่เพราะเจ้าตลาดเดิมอยู่แล้ว  ซึ่งหัวใจสำคัญของสตาร์อัพ คือ ไม่นิยมแข่งกับตลดาเดิมแต่มุ่งเน้นหาตลาดใหม่มากกว่า”