กลุ่มขนส่งทางบก ต้องการใช้รถบรรทุกไฟฟ้า เพราะช่วยประหยัดต้นทุนอย่างเห็นได้ชัด วอนรัฐบาลเห็นถึงผลประโยชน์และช่วยสนับสนุน ชี้ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียนเริ่มใช้แล้ว

แหล่งข่าวในวงการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า ด้วยภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่เติบโตเต็มที่ สินค้าทุกอย่างมีราคาแพง แต่ราคาค่าจ้างขนส่งมีราคาถูก จึงต้องการที่จะปรับเปลี่ยนจากรถบรรทุกเดิมที่ใช้น้ำมันมาเป็นรถบรรทุกไฟฟ้า เพราะจะช่วยลดต้นทุนลงได้เป็นอย่างมาก

ด้วยรถบรรทุกน้ำมันมีต้นทุนค่าน้ำมันมากเกินกว่า 50% ของรายได้ เมื่อต้องรวมกับค่าจ้างคนขับรถและค่าอะไหล่อื่น ๆ ที่ต้องใช้ซ่อมบำรุง ทำให้แทบจะไม่เหลือกำไรเลย แต่รถบรรทุกไฟฟ้านั้น แม้ว่าจะมีราคาแพงแต่ในการใช้แค่เสียบปลั๊กไฟฟ้าเพียง 2 ชม. ก็สามารถวิ่งได้เกินกว่า 250 กม. แทบจะไม่ต้องใช้ต้นทุนอะไรเลย

ปัจจุบันนี้เห็นได้ว่าในประเทศต่าง ๆ ที่พัฒนาแล้ว จะมีการผลิตรถบรรทุกไฟฟ้ากันมามากมายหลายยี่ห้อ ซึ่งทำให้ระบบการขนส่งทางบกมีการพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง นอกจากจะช่วยประหยัดต้นทุนในการขนส่งแล้ว ยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้ดีขึ้นอีกด้วย หากตลาดขนส่งในเมืองไทยเปิดกว้าง ค่ายรถต่าง ๆ ก็พร้อมที่จะส่งรถบรรทุกไฟฟ้ามาให้ถึงที่ทีเดียว”

สำหรับความคิดของรัฐบาลที่จะนำรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าเข้ามาวิ่งในเมืองไทยนั้น เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว อย่างเช่น รถเมล์ไฟฟ้าของ ขสมก. เป็นต้น แต่ติดปัญหาอยู่ที่การดำเนินงานที่มีอุปสรรคต่าง ๆ มากมายจนในที่สุดก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หรือหากสามารถดำเนินการต่อเนื่องไปได้ก็ติดปัญหาอยู่ที่ยังไม่มีกฎหมายฉบับใดอนุญาตให้รถใหญ่ไฟฟ้ามาวิ่งในเมืองไทยได้

แตกต่างจากประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ที่มีประเทศหนึ่งได้ใช้รถบรรทุกไฟฟ้าแล้ว ซึ่งค่ายรถใหญ่ที่จำหน่ายให้ได้มีการส่งทีมวิศวะมาคอยดูแล และในที่สุดก็ไม่มีปัญหาสามารถใช้งานขนส่งได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถลดต้นทุนได้เกินคาด และมีการสั่งรถบรรทุกไฟฟ้าเข้ามาใช้งานอีกอย่างต่อเนื่องด้วย

แหล่งข่าวรายเดิม กล่าวต่ออีกว่า เมื่อความต้องการของบรรดาผู้ประกอบการขนส่งทางบกที่จะใช้รถบรรทุกไฟฟ้าเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งมีผลดีต่อการนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ ซึ่งคิดเป็นจำนวนเงินก็มากมายหลายหมื่นล้านบาท ดังนั้น ทางรัฐบาลต้องอนุมัติให้มีทั้งรถโดยสารไฟฟ้าและรถบรรทุกไฟฟ้าให้มาวิ่งบนถนนไทยให้ได้ เพื่อความเจริญและการลดต้นทุนโลจิสติกส์ ที่สำคัญยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย

โดย…ยกล้อ