ทุกวันนี้ที่พบเห็นกันอยู่ทั่วไป คุณภาพชีวิตของคนขับรถ ดูจะไม่สมบูรณ์สักเท่าไร ไม่ต่างกับคำว่าหาเช้ากินค่ำ หรือขับให้ผ่านๆ ไปในแต่ละเที่ยว เพื่อให้ได้เงินมาเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวเพียงเท่านั้น ในความเป็นจริงคนทำงานย่อมคาดหวังไปถึงอนาคตที่สุขสบาย และความมั่นคงในบั้นปลายชีวิต คงไม่มีใครที่จะขับรถไปจนแก่ สุดท้ายก็ไม่มีอะไรงอกเงยขึ้นมาเลย การสร้างคุณภาพชีวิตของคนขับรถที่ดีและมีความสุข มีแนวทางที่สามารถทำได้และนำมาใช้ได้จริง โดยการใช้หลัก Happy 8 ประการ ดังนี้
1.Happy Body การมีสุขภาพที่ดี อาชีพขับรถเป็นอาชีพที่ต้องใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายทำงานเกือบทั้งหมด ตั้งแต่ตา แขน ขา ปัญหาที่มักจะพบกับคนที่ขับรถ เป็นระยะเวลานานๆ ก็คืออาการเมื่อยล้า ปวดหลัง คนขับรถควรเริ่มดูแลร่างกายของตนเองให้ถูกต้อง เริ่มตั้งแต่เรื่องเล็กๆ เช่น การนอนที่ควรนอนให้ถูกท่า ถูกวิธี จะช่วยให้ลดอาการบาดเจ็บของร่างกายลงไปได้ ร่างกายของท่านจะสามารถทำงานได้ยาวนานขึ้น หรือเรื่องที่จะมีผลต่อร่างกายอย่างอาหารการกิน เป็นต้น
2.Happy Heart มีน้ำใจงาม ในที่นี้จะกล่าวถึงน้ำใจภายในองค์กร สิ่งที่จำเป็นสำหรับกลุ่มคนที่อยู่ด้วยกันเยอะๆ คือน้ำใจและการเอื้ออาทรต่อกัน ทั้งนายจ้าง หัวหน้างาน และเพื่อนร่วมงาน รู้จักการแบ่งปัน รู้จักบทบาทแหละหน้าที่ของตนเอง ไม่ก้าวก่ายกัน เพียงเท่านี้สังคมในการทำงานของท่านก็จะเป็นสังคมที่น่าอยู่ ส่งผลให้เกิดความอยากทำงาน ไม่น่าเบื่อหน่ายอีกต่อไป
3. Happy Relax รู้จักการผ่อนคลาย มนุษย์เรามีความเครียดอยู่ 2 ส่วน คือเครียดกับงาน และเครียดกับปัญหาส่วนตัว นักขับที่ดีต้องแยกแยะให้ถูก ต้องรู้จักการปล่อยวางและผ่อนคลาย พึงระลึกไว้เสมอว่าทุกปัญหาย่อมมีทางออก ในขณะที่ขับรถท่านก็พบความเครียดจากการจราจรอยู่แล้ว จงอย่าเอาปัญหาส่วนตัว ปัญหาทางบ้านมาคิดให้รกสมองเด็ดขาด เพราะหากสมาธิไม่ได้อยู่ที่ถนนข้างหน้า สิ่งที่จะเกิดตามมานั่นอาจหมายถึงความสูญเสียนั่นเอง
4.Happy Brain หมั่นศึกษาหาความรู้และพัฒนาศักยภาพของตนเองอยู่เสมอ นักขับที่ดีควรมีความใส่ใจ ในวิชาชีพที่ตนเองทำงานอยู่ เพื่อความเป็นนักขับมืออาชีพ เพราะการขับรถใหญ่ ไม่ใช่ว่าใครก็ขับได้ ต้องอาศัยทักษะเป็นอย่างมากในการควบคุมรถ หากมีโอกาสเข้าร่วมการฝึกอบรมที่มีประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเอง ก็ควรคว้าโอกาสนั้นไว้ ซึ่งตรงนี้นายจ้างก็มีส่วนที่จะช่วยพัฒนาได้ โดยการจัดให้มีวิทยากรมาอบรมความรู้ต่างๆ ให้กับพนักงานขับรถของท่าน แน่นอนว่าสิ่งที่กล่าวมานี้คือการลงทุน แต่สุดท้ายแล้วผลของการลงทุนครั้งนี้ก็จะกลับมาตกอยู่ที่องค์กรของท่านเอง
5.Happy Soul คุณธรรมอันดีงาม หิริ โอตตัปปะ คือคุณธรรมที่สอนให้เกรงกลัวและละอายต่อการกระทำที่ไม่ดีของตนเอง หากคิดจะมีความเจริญก้าวหน้าในอาชีพ ก็ไม่ควรทำสิ่งที่เป็นการทุจริตต่อนายจ้าง อย่างเห็นกันอยู่ ไม่ว่าจะเรื่องน้ำมัน เรื่องอะไหล่ บิลน้ำมัน หรือยาเสพติด เป็นต้น
6.Happy Money ใช้เงินให้เป็น นอกจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว คนขับรถยังมีครอบครัว ที่ต้องอาศัยรายได้ในการเลี้ยงดู ไม่ว่าจะเป็นค่ากินอยู่ ค่าการศึกษาเล่าเรียนของลูก สิ่งของบางอย่างที่จำเป็นต้องเป็นหนี้ ผ่อนชำระ อย่างเช่น รถยนต์ บ้าน ก็ควรเป็นหนี้ให้เหมาะสม มีการทำบัญชีรายรับรายจ่ายของตนเอง หรือถ้าเป็นระดับครอบครัวก็คือบัญชีครัวเรือน
7.Happy Family มีครอบครัวที่ดี ครอบครัวเป็นกำลังใจสำคัญอย่างหนึ่ง ที่มีผลต่อสภาพจิตใจและการทำงานของมนุษย์ ทำให้มีแรงขับดัน เป็นแรงกระตุ้นให้เอาชนะอุปสรรคได้เป็นอย่างดี ทุกๆ ครั้งที่รู้สึกว่าเหนื่อยล้า หลายคนมักนึกถึงครอบครัว ลูกเมียที่รออยู่ที่บ้าน การมีครอบครัวที่ดี ไม่มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน ก็จะส่งผลให้สุขภาพจิตของคนขับรถดี การทำงานก็จะออกมาดีไปด้วย
8.Happy Society สังคมที่ดี สังคมในการทำงานแน่นอนว่ามีบุคคลหลายกลุ่ม มีทั้งพฤติกรรมที่ดีและไม่ดีบ้าง แตกต่างกันออกไป หากเราเลือกที่จะอยู่ในสังคมที่ดี ไม่มีการมั่วสุม ไม่มียาเสพติด หรือการพนันเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จะส่งผลที่ดีต่อ 7 ข้อที่กล่าวมาข้างต้นด้วย
ทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เป็นแนวทางที่จะทำให้พนักงานขับรถ มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขในการทำงานมากขึ้น ทั้งนี้ไม่เพียงแต่ตัวของพนักงานเองเท่านั้น ตัวองค์กรเองก็มีส่วนสำคัญในการผลักดันคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้ดีด้วย ความเชื่อเก่าๆ คือลูกค้าต้องมาก่อน แต่ในวันนี้อยากให้นายจ้างทั้งหลายลองหันกลับมามองดูกลุ่มคนที่ฝากชีวิตไว้กับท่านสักหน่อย ถ้าหากคุณภาพชีวิตพวกเขาไม่ดี การขับรถ การบริการที่ออกมาจะดีได้อย่างไร ลูกค้าจะพึงพอใจได้อย่างไร เริ่มเสียแต่วันนี้เถอะครับ กับแนวทางที่กล่าวมา
|