ด้วยคุณอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง จะครบวาระครองตำแหน่งนายกสมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย 3 วาระ หรือ 6 ปี ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2561 วันที่ 15 ธันวาคม 2561 ที่จะถึงนี้ และจะทำการสละตำแหน่ง เพราะด้วยมีอายุการทำงานที่ยาวนานจึงต้องการที่จะให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารงานแทน

เป็นกำลังสำคัญต่อยอด AEC

ในระหว่างทีเป็นนายกสมาคมฯ อยู่นั้นมีงานที่ภูมิใจมากงานหนึ่งเพราะช่วยทำให้การขนส่งในกลุ่มประเทศอาเซียนมีการเชื่อมต่อกัน นั่นคือในการประชุมใหญ่ประจำปีของสมาคมฯ เมื่อหลายปีที่ผ่านมาได้มีการเชิญนายกสมาคมขนส่งของกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สปป.ลาว, กัมพูชา, เวียดนาม และเมียนมา เข้ามาร่วมประชุมที่สำนักงานของสมาคมฯ ในจังหวัดนครวรรค์ โดยมีผู้บริหารของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม เข้าไปร่วมในการประชุมครั้งนั้นด้วย

นอกจากนี้ ยังเป็นแรงหนุนที่ช่วยก่อตั้งสหพันธ์รถบรรทุกแห่งอาเซียนขึ้นอีกด้วย ซึ่งขณะนี้ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ช่วยทำให้ประเทศในอาเซียนทั้ง 10 ประเทศรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน และพร้อมที่จะเดินหน้าทำให้การขนส่งทางบกในอาเซียนเป็นรูปแบบเดียวกันทั้งหมด ซึ่งจะผลักดันให้เศรษกิจในอาเซียนเติบโตขึ้นได้เป็นอย่างมาก

กระตุ้นนายกรัฐมนตรีให้กำจัดส่วย

ส่วนผลงานอีกชิ้นหนึ่งที่ช่วยทำให้บรรดาสมาชิกในภาคเหนือได้ประโยชน์ก็คือการทำให้นายกรัฐมนตรีเล็งเห็นถึงความสำคัญของรถบรรทุกที่ช่วยทำให้เศรษกิจมีความคล่องตัว แต่มีอุปสรรค์อย่างหนึ่งคือเรื่องส่วยที่มีพวกขนส่งนอกกฎหมายบรรทุกสินค้าเกินพิกัดที่กฎหมายกำหนด พร้อมทั้งยังจ่ายเงินให้กับเจ้าหน้าที่ของทางราชการเพื่อที่จะได้วิ่งบนถนนทั่วประเทศได้ ซึ่งนายกรัฐมนตรีก็ได้ออกมากำชับว่าให้เจ้าหน้าที่ของทางราชการทุกกระทรวงต้องตรวจตราให้รถบรรทุกทุกคันทั่วประเทศมีน้ำหนักรวมสินค้าที่บรรทุกมาสูงสุดเพียงแค่ 50.5 ตันเท่านั้น ใครทำผิดต้องได้รับโทษตามกฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ

และเมื่อเร็วๆ นี้ ทางอธิบดีของกรมทางหลวงได้เตรียมที่จะใช้กลยุทธ์กำจัดส่วยให้สิ้นซากด้วยการเอาความผิดกับโรงงานผลิตสินค้าหรือ โรงงานอื่นที่ว่าจ้างรถบรรทุกให้บรรทุกสินค้าน้ำหนักเกินพิกัดของกฎหมายซึ่งถือว่าเป็นการเอาจริงเพราะเป็นการกำจัดปัญหาที่ต้นทางเลย ซึ่งต้องได้ผลดีเกินคาด และจะช่วยทำให้สภาพถนนใช้งานได้อย่างยาวนานขึ้นไม่ต้องเสียภาษีของประชาชน เพื่อซ่อมแซมถนนทั่วประเทศปีละกว่า 1 แสนล้านบาททีเดียว

ช่วยดูแล GPS ให้กับสมาชิก

ตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่กรมการขนส่งทางบกกระทรวงคมนาคมได้ออกกฎระเบียบให้รถบรรทุกสิบล้อทุกคันต้องติดระบบ GPS ทั้งหมด ทั้งนี้เพื่อสร้างความปลอดภัยให้เกิดบนท้องถนน แต่มีสิ่งหนึ่งที่บรรดาสมาชิกต้องเดือดร้อน เพราะในกรณีที่รถบรรทุกทำผิดกฏจราจรที่จังหวัดใด เมื่อได้ใบสั่งปรับแล้วก็ต้องนำค่าปรับไปจ่ายให้กับกรมขนส่งในจังหวัดนั้นๆ ซึ่งบรรดาสมาชิกไม่ได้วิ่งขนส่งประจำทางทั้งหมด เมื่อผ่านไปยังจังหวัดใดแล้ว อีกนานหลายเดือนกว่าจะย้อนกลับไปที่จังหวัดเดิมอีก จึงได้เดินเรื่องให้กรมการขนส่งทางบกรับจ่ายค่าปรับที่กรมการขนส่งทางบกจังหวัดไหนก็ได้ และสำเร็จไปได้ด้วยดี

และในปัจจุบันนี้ บรรดาสมาชิกทั้งหมดต่างมีความเห็นว่า ระบบ GPS ช่วยทำให้ประหยัดนำมันและลดการเกิดอุบัติเหตุได้เป็นอย่างมาก เพราะส่งผลให้คนขับทุกคนเคารพในกฏจราจรเพิ่มมากขึ้น ซึ่งต้องยกนิ้วให้กรมการขนส่งทางบก

ต้องการให้มีจุด Rest Area

ถึงแม้ว่ากรมการขนส่งทางบก จะออกกฎให้คนขับรถใหญ่สามารถทำการขับรถได้เพียง 4 ชั่วโมงเท่านั้น และต้องหยุดพัก 15-30 นาทีจึงจะขับรถต่อไปได้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เห็นด้วย แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังขาดอยู่คือ Rest Area หรือจุดพักรถ จะเห็นได้ว่า ตามถนนทุกสายทั่วประเทศแทบจะไม่มีพื้นที่ขนาดใหญ่ให้กับรถใหญ่ได้จอดพักเลย หรืออาจจะมีบ้างแต่ก็ไม่มีร้านอาหารหรือจุดพักผ่อนให้เลย ดังนั้น เมื่อได้วางกฏระเบียบแล้วก็ต้องมีสถานที่รองรับไว้ด้วย ซึ่งต้องเร่งให้ทางราชการดำเนินการเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

โดย…ยกล้อ