โดย…วณัฐสุข สงวนศิริ

เทศกาลปีใหม่เวียนบรรจบครบรอบ ปีเก่าผ่านไปปีใหม่กำลังมา ผมขอถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่ทุกท่านและขอวิงวอนอำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์ทั้งหลายทั้งปวงในสากลโลกนี้จงโปรดดลบันดาลให้สิ่งดี ๆ ทั้งหลายจงไหลเข้ากิจการงานของทุก ๆ ท่าน ร่ำรวย กิจการรุ่งเรือง มีความปลอดภัย งานไม่ลด รถไม่เสีย ตลอดปีใหม่นี้เทอญ

ช่วงระยะเวลาสิ้นปีเป็นช่วงที่นิยมทบทวนผลงานสิ่งที่ทำมาในอดีตส่วนปีใหม่ก็เป็นช่วงการเริ่มต้นสิ่งที่จะให้ดีกว่าเดิมซึ่งเป็นแนวปฏิบัติต่อเนื่องมาอย่างยาวนาน นอกจากความเชื่อเหล่านั้นแล้วทุกวันนี้ก็มีหลักปฏิบัติหรือแนวความเชื่อเชิงวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมมาอีก ทุกท่านรู้จักดีและเป็นอยู่คู่กับเราเปรียบว่าสมุนคู่กายหรือตัวช่วยหรือมือขวาติดตัวเราตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไร อยู่ที่ไหน คิดอะไร ทำอะไร เขาก็อยู่กับเราตลอดเวลา ความพิเศษของเขาคือเป็นเครื่องมือดีเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยให้ “เราประสบความสำเร็จได้เร็วขึ้นกว่าอดีต” หรืออาจจะแก้ไขปรับปรุงลดปัญหาลดข้อจำกัดขจัดคอขวดได้รวดเร็วมากขึ้น

ตัวอย่างที่ใกล้ตัวเรามากที่สุดก็คือธุรกิจรูปแบบใหม่อย่างเช่น 7-11 หรือห้างค้าปลีกค้าส่งต่าง ๆ และอีกหลาย ๆ กิจการไม่เว้นแม้กระทั่งโรงพยาบาลหรือโรงเรียน โดยส่วนตัวผมมีความเชื่อว่า “โลจิสติกส์ (Logistics) จะเป็นเกณฑ์หรือมาตรฐานกลางสำหรับการทำธุรกิจต่อไปในอนาคตอย่างแน่นอน” เหมือนภาษาอังกฤษที่เป็นภาษากลางสื่อสารเข้าใจทั่วโลก เหมือน In co Term ต่าง ๆ ในการเปิดการสั่งซื้อสินค้าต่างประเทศ (Letter of credit) เกณฑ์หรือมาตรฐานกลางจะเข้าไปอยู่ในสมองในหัวใจของมนุษย์เรามากยิ่งขึ้น

ในสมองและในหัวใจของผู้ประสบความสำเร็จมาแล้วล้วนมี Logistics อยู่ในหัวใจมานานแล้ว และที่สำคัญสิ่งที่ว่านั้น (Logistics) อยู่กับคนทุกระดับอาชีพทุกระดับการศึกษาทุกเพศทุกวัย ผมพยากรณ์ว่าความสำเร็จขององค์กรจะเพิ่มมากในอนาคตก็จะเกิดจาก รู้เหมือนกัน คิดเหมือนกันด้วยเกณฑ์ด้วยทฤษฏี เชื่อเหมือนกัน ปฏิบัติเหมือนกัน (มีหลายองค์กรที่ใช้หลักการนี้แล้วประสบความสำเร็จ)

ในอดีตนั้นเราติดตามสินค้าที่เราสั่งซื้อด้วยวิธีการที่เรียกสมัยนั้นว่า “ติดตามการจราจร (Traffic Monitoring) ฟังทะแม่ง ๆ แต่ก็เข้าใจกันได้ว่านั่นคือการติดตามสินค้า สมัยก่อนใช้การโทรสารหลักฐาน (Fax) ทุกวันนี้เราติดตามสินค้าที่เราส่งไปให้ลูกค้าว่าสินค้าถึงไหนแล้วด้วยการแทรคกิ้ง (Tracking) เพียงใส่รหัสก็ทราบ ศาสตร์ที่ทำให้เราติดตามสินค้าได้เร็วและทราบสถานะก็เพราะโลกมี Internet มีระบบ IT มีโปรแกรมประยุกต์การใช้งาน (Application) การรู้สถานะช่วยในด้านการวางแผนต่าง ๆ มากมาย ขนมปังหมดระบบก็สั่งให้เอาไปเติมให้เต็ม ไม่ต้องรอให้คนสั่งซื้อเหมือนสมัยก่อน

โกดังสมัยก่อนนิยมวางสินค้าแนวราบ มีพื้นที่เยอะ ใช้รถเข็น แต่รูปแบบการจัดเก็บทุกวันนี้ได้เปลี่ยนแปลงโดยพื้นที่แนวดิ่งมาก ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมาก็เกิดจากศาสตร์ทางด้านวิศวกรรมการคิดการคำนวณการพยากรณ์ด้วยตัวเลข ซึ่งจะช่วยให้การใช้สอยพื้นที่ได้มากขึ้น อีกทั้งสามารถกำหนดให้ Robot ทำงานแทนคนทำหน้าที่หยิบย้ายได้อย่างแม่นยำ

การกระจายสินค้าเพื่อให้ทันเวลาทันความต้องการและมีต้นทุนต่ำ ก็ยกตัวอย่าง เช่น โรงงานผลิตอาหารสัตว์ที่มีแต่ละภาคแต่ละแห่งทำให้เกิดความคล่องตัวในการบริการจัดส่ง เกี่ยวกับการวางแผนซื้อการวางแผนขายวางแผนผลิตและบริการจัดส่งต่าง ๆ ก็เป็นศาสตร์ทางด้านการบริหารจัดการ

โดยหลัก ๆ แล้ว Logistics ประกอบด้วย 3 ศาสตร์ที่กล่าวมาคือด้าน IT ด้านวิศวกรรมและด้านการจัดการ การนำเอามาประสมรวมกันได้อย่างลงตัวก็จะเกิด “ความพึงพอใจ มีกำไรเพิ่มและมีต้นทุนที่ต่ำ” ตัวอย่างการประสมรวมกันได้อย่างลงตัวที่ใกล้เราคือการบริหารจัดการของ 7 – 11 ทุกสาขามีวิธีการปฏิบัติงานที่เหมือนกัน พนักงานเข้าใจนโยบาย กฎระเบียบ การบริการลูกค้าเหมือน ๆ กัน เราพอจะสรุปได้ว่า Logistics คือเครื่องมือนำไปสู่ความสำเร็จ การทำ Logistics สำเร็จก็จะเกิดผลลัพธ์ที่ธุรกิจต้องการก็คือ ความพึงพอใจ มีกำไรและต้นทุนต่ำ “การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรต่าง ๆ ได้อย่างลงตัวและคุ้มค่าก็จะนำมาซึ่งความสำเร็จครับ”

 

 

Advertisement