ปรากฏการณ์ของการนำเทคโนโลยี หุ่นยนต์ การใช้คลาว์ด หรือการใช้อินเทอร์เน็ตเชื่อมโยงกับสิ่งต่างๆ ในทุกกระบวนการของธุรกิจเพื่อช่วยให้การทำงานเกิดความสะดวก รวดเร็ว ประหยัดต้นทุนในการดำเนินงานแล้ว ยังจะช่วยให้ลูกค้าเกิดประสบการณ์ที่ดีขึ้นแบบ Real Time  ซึ่งมีกรณีศึกษาของ Henkel องค์กรที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Laundry and Home Care) ผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม (Beauty Care) และเทคโนโลยีกาว (Adhesive Technologies) มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 140 ปี เป็นองค์กรสัญชาติเยอรมันที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์มากมาย อาทิ กาว Loctite สบู่ Dial ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม Schwarzkopf ผงซักซอก Syoss สบู่ Persll โฟมอาบน้ำ เจลสระผม ผลิตภัณฑ์ดับกลิ่นกาย Fa เป็นต้น ประเด็นน่าสนใจบริษัทแห่งนี้คือ ได้มีเตรียมตัวมานานแล้วต่อการเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ธุรกิจปรับตลอดทั้งห่วงโซ่เข้าสู่ยุคดิจิทัล ด้วย 3 ประสาน ดังนี้ 

1.การจัดการทรัพยากรมนุษย์ โดยการจะค้นหาพนักงานที่เป็น Talent ในแต่ละประเทศนั้นจะมีอยู่อย่างจำกัด ซึ่งการใช้ค่าตอบแทนที่สูงอาจจะไม่ใช่คำตอบในการดึงดูดกลุ่มคนเหล่านี้ แต่อาจจะใช้เส้นทางการเติบโตในสายอาชีพ สำหรับบริษัทแห่งนี้ได้ใช้กลยุทธ์แนวทางการบริหารทรัพยากรมนุษย์ก็คือ การสร้างแบรนด์นายจ้างดีเด่น (Employer Brand) เพื่อเป็นตัวดึงดูดกลุ่ม Talent ทั้งหลายให้อยากเข้ามาทำงานกับบริษัท การทุ่มเงินลงทุนพัฒนาและรักษาบุคลากร โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดและสถาบันการศึกษาอื่น ๆ จัดทำโครงการ Talent Development หรือการจัดทำหลักสูตรฝึกอบรมด้วยตนเอง ซึ่งพนักงานทั่วโลกสามารถเข้ารับการฝึกอบรมความรู้ด้วยเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่าย เช่น ทักษะทางด้านภาษา การบริหารจัดการคนต่างวัฒนธรรม การฝึกสอนในลักษณะแบบตัวต่อตัว รวมถึงยังมีการตั้งหน่วยงานที่คล้ายกับวิทยาเขตของสถาบันอุดมศึกษา โดยเชิญนักวิชาการที่มีองค์กรความรู้สมัยใหม่ ผู้จัดการอาวุโส หรือผู้เกษียณมาเป็นวิทยากร ซึ่งผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้รับนำไปประยุกต์ใช้ได้ทันที

2.การใช้ประโยชน์จากไอที อินเทอร์เน็ตและโซเซียลมีเดีย ซึ่งการที่องค์กรมีหน่วยธุรกิจกระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาคนั้น จึงมีการประยุกต์ใช้ไอทีและอินเทอร์เน็ตเพื่อทำให้องค์กรดำเนินธุรกิจด้วยความรวดเร็วฉับไวสามารถตัดสินใจและสื่อสารข้อมูลได้อย่างรวดเร็วถูกต้องและแม่นยำ โดยได้สร้างระบบจัดการฐานข้อมูลที่มีความเป็นมาตรฐานทั่วทั้งองค์กร พัฒนาแบบจำลองที่ทำให้สามารถคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบได้อย่างแม่นยำ รวมถึงจัดตั้งคณะกรรมการดิจิทัล (Digital Council) เพื่อประสานกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินธุรกิจ นอกจากนี้ ยังใช้อินเทอร์เน็ตและโซเซียลมีเดียในการทำตลาด เพื่อเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคที่ยุคนี้โซเซียลกำลังมีอิทธิพลต่อการค้นหาข้อมูลและเลือกหาซื้อผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ

3.การขับเคลื่อนองค์กรไปในทิศทางที่มุ่งเน้นแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมขององค์กร (Corporate Social Responsibility : CSR) จนได้รับการยอมรับจากสังคมและหน่วยงานต่าง ๆ ว่าเป็นผู้นำทางด้านการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม ทำธุรกิจอยู่บนความถูกต้อง โดยมิได้มุ่งหวังแต่กอบโกยผลกำไร หรือตักตวงประโยชน์จากสังคม ซึ่งเป้าหมายด้านการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมคือ ผลิตภัณฑ์ใหม่ทั้งหมดต้องมีคุณสมบัติที่ช่วยลดเรื่องใดเรื่องหนึ่งต่อการรักษาสภาพแวดล้อม เช่น ลดการใช้พลังงานและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลดการใช้น้ำและลดทำให้เกิดน้ำเสีย ไม่ก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพและความปลอดภัย หรือปัญหาสังคม ลดการใช้วัตถุดิบ และลดการทำให้เกิดของเสีย เป็นต้น นอกจากนี้แล้วยังทำฉลากติดในแต่ละผลิตภัณฑ์ระบุถึงคุณสมบัติ กระบวนการผลิตที่แสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอีกด้วย ซึ่งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของกิจกรรมต่าง ๆ เช่น สามารถลดการใช้น้ำลง 15% ลดการใช้พลังงานลง 21%  ลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลง 15%  และลดปริมาณของเสียลง 32% เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังได้กำหนดเป็นนโยบายหลอมรวมให้เข้ากับงานประจำวันของพนักงานทุกคนและได้จัดให้มีการฝึกอบรมให้ความรู้แก่พนักงานทุกระดับมีส่วนรับผิดชอบและสร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว รวมถึงได้สร้างรูปแบบการกระจายความรู้ด้านการอนุรักษ์สภาพแวดล้อมไปยังสังคมในวงกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือกพนักงานเป็นทูตแห่งการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม การเยี่ยมเยียนเพื่อนร่วมงาน ซัพพลายเออร์ ลูกค้า  เยาวชน และการไปบรรยายในสถาบันการศึกษาต่าง ๆ  

ฉะนั้น ไม่มีธุรกิจใดที่ไม่ต้องปรับตัว และนับวันความเปลี่ยนแปลงจะยิ่งมาถึงเร็วขึ้น ทั้งนี้ องค์กรจะต้องจัดลำดับความสำคัญเรื่องที่ต้องเปลี่ยนแปลง โดยดำเนินการให้มีความสอดประสานกันไปในทุกด้าน และที่สำคัญต้องเข้าใจถึงโอกาสที่มีคุณค่าต่อบริษัทมากที่สุด และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้ถึงแก่นแกนของธุรกิจมากกว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างผิวเผินเพียงบางด้าน

โดย…ดร.สิทธิชัย  ฝรั่งทอง