การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC จากเดิมที่วางไว้ว่า จะเปิดในเดือนมกราคม 2558 ได้ปรับเปลี่ยนมาเปิดในช่วงปลายปี 2558 แทน แต่ถึงแม้ว่าจะปรับเปลี่ยนเวลาอย่างไรก็ตาม ธุรกิจขนส่งก็ไม่เคยหยุดนิ่ง เช่นเดียวกับ บริษัท บลูแอนด์ไวท์ โลจิสติกส์ (เบอร์มาร์)จำกัด ถือเป็นธุรกิจขนส่งไทยรายแรกที่บุกตลาดไปยังประเทศเมียนมาร์ตั้งแต่ต้นปี 2557

คุณสัญญวิทย์ เศรษฐโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บูลแอนด์ไวท์ โลจิสติกส์ (เมียนมา) จำกัด เปิดเผยถึงรายละเอียดตั้งแต่เข้าไปบุกประเทศเมียนมาร์ การทำตลาดและเทคนิคการใช่คนในพื้นที่ พร้อมทั้งแผนการที่จะขยายตลาดครอบคลุมประเทศเมียนมา ทั้งนี้ เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบขนส่งรายอื่นนำไปเป็นพื้นฐานหรือข้อมูลที่จะเข้าไปขยายตลาดในประเทศเพื่อนบ้านเช่นกัน

เริ่มบุกเมียนมาตามลูกค้า

ด้วยทางบลูแอนด์ไวท์ กรุ๊ป ถือเป็น ผู้ประกอบการขนส่ง สินค้า รายใหญ่โดยมีผู้ว่าจ้างขนส่งทั้งรายใหญ่ รายกลางและรายเล็ก กระจายอยู่ทั่วประเทศ โดยลูกค้าจะเป็นลูกค้าขาประจำเพราะมาตรฐานการขนส่ง ที่ถือได้ว่าอยู่ในระดับสากล ความสนิทสนมของผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้างขนส่งจึงมีมากเป็นพิเศษ ดังนั้นเมื่อผู้ว่าจ้างรายใหญ่ได้ขยายตลาดไปยังประเทศเมียนมาร์ ก็ได้ดึงทางบลูแอนด์ไวท์ กรุ๊ป เข้าไปทำการขนส่งให้ด้วย เพราะต้องการบริการเหมือนอยู่ในเมืองไทย

เมืองย่างกุ้ง คือเมืองแรกที่ได้เข้าไปทำการขนส่งให้ลูกค้า จากที่เริ่มเข้าไปตั้งบริษัทจนถึงปัจจุบันนี้ ถือได้ว่าการดำเนินงานเป็นไปอย่างราบรื่นและพร้อมที่จะขยายตัวออกไปอีก เมื่อลูกค้าต้องการ

ใช้คนในพื้นที่ดูแลการขนส่ง

หลักการในการบริหารการทำงานที่ต่างประเทศนั้น จำเป็นที่จะต้องมีหัวเรือใหญ่ในบริษัทเข้ามาบริหารงานจำนวน 2-3 คน รองลงมาทางด้านการขนส่งนั้นก็จะให้ชาวเมียนมาร์เป็นผู้ดูแลต่อเนื่องจากรู้เส้นทาง รู้กฎจราจร และรู้วัฒนธรรม ที่ต้องประสานงานตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางเป็นอย่างดี ส่วนยี่ห้อรถนั้น ไม่มีความสำคัญแต่อย่างใดขอเพียงแค่ขนส่งสินค้าได้ก็พอแล้ว และจากที่ได้คบหามาคนเมียนมาร์มีความซื่อสัตย์และจริงใจมากในการขนส่ง ไม่ต้องมีการทำสัญญาต่อกันเลย เพียงแค่รับปากอย่างเดียวก็เพียงพอแล้ว เมื่อบอกว่าจะมีการเพิ่มงานขนส่งมากขึ้นก็เต็มใจรับปากจะช่วยดูแลให้อย่างเต็มที่

ลูกค้าเตรียมขยายงานอีก 12 เมือง

ในเมืองย่างกุ้งที่ถือเป็นเมืองแรกและเมืองหลักนี้ ก็มีคลังสินค้าที่ต้องนำสินค้า ของผูว่า จ้างมาเก็บไว้เพื่อรอระบายส่งต่อไปยังปลายทาง โดยลูกค้าหลักที่มาจากเมืองไทยได้แจ้งว่า มีแผนที่จะกระจายตลาดไปอีก 12 เมืองในประเทศเมียนมาร์ โดยทุกเมืองจะต้องมีคลังสินค้าไว้รองรับ ซึ่งแผนการนี้ยังไม่เป็นรูปธรรม แต่หากพร้อมเมื่อไรก็สามารถดำเนินการได้ทันที และรับรองได้ว่าจะเหมือนกับที่ขนส่งในเมืองย่างกุ้ง 100%

เตรียมแผน One Stop Service

เมื่อเข้า มาทำงานในเมืองย่างกุ้ง ได้พอประมาณแล้ว ก็เรียนรู้ได้ว่ามีสินค้าที่แลกเปลี่ยนกัน ระหว่างไทยกับเมียนมาร์เป็นจำนวนมาก จึงได้วางแผนว่าจะตั้งศูนย์ One Stop Service หรือ การให้บริการแบบจุดเดียวเบ็ดเสร็จที่แม่สอด จ.ตาก โดยลูกค้าชาวไทยสามารถนำสินค้าไปที่จุดบริการเพียงจุดเดียว แล้วทางบริษัทจะทำหน้าที่ขนส่งสินค้าต่อไปยังเมืองย่างกุ้ง พร้อมทั้งกระจายสินค้าต่อไปยังจุดหมายปลายทาง