โดย…เฉลิมชัย หุ่นนาครินทร์ทร

ต้องขอชมเชยว่ารัฐบาลทหารชุดนี้เข้ามาบริหารประเทศด้วยการมุ่งพัฒนาให้คนจนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากในประเทศได้พัฒนาตัวเองขึ้นมาเป็นคนระดับกลาง และสามารถทำมาหากินได้ด้วยตัวเอง

ซึ่งหลักการทำงานก็คือ การแจกเงินให้กับคนยากคนจน หากใครมีรายได้ไม่ถึงปีละ 30,000 หมื่นบาทก็จะแจกให้เดือนละ 300 บาท หากใครมีรายได้ไม่ถึงปีละ 100,000 แสนบาท ก็จะแจกให้เดือนละ 200 บาท ซึ่งรวมแล้วมีคนจนทั่วประเทศมากถึง 14.5 ล้านคนทีเดียว แต่เมื่อยกระดับให้เป็นผู้พัฒนาอาชีพร่วมกับงานที่รัฐบาลจัดให้แล้วจะมีการจ่ายเงินเดือนเพิ่มให้อีกเดือนละ 100 บาท แต่ก็มีคนจนเข้าร่วมเพียงแค่ 2 แสนคนเท่านั้น

เท่านั้นยังไม่พอ ปลายปี 2561 นี้ รัฐบาลยังมีโครงการที่จะแจกเงินให้คนจนเพิ่มขึ้นอีก ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำ-ค่าไฟ ค่าเช่าบ้าน ค่าเดินทาง บางโครงการเริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคมศกนี้ จนถึงเดือนกันยายนศกหน้า เรียกว่าเป็นเงินอีกหลายพันล้านบาทเลยทีเดียว แถมยังบอกว่ามีอีกหลายโครงการที่จะช่วยทำให้คนจนมีรายได้เพิ่มขึ้น  

จึงตั้งข้องสังเกตุได้ 2 มุมมองว่า รัฐบาลบริหารงานแบบนี้เพื่ออะไร มุมมองแรก คือ การยกระดับให้คนจนมีรายได้เพิ่มเพื่อที่จะหารายได้เข้ามาด้วยตัวเอง ซึ่งการที่คนจนมีรายได้จากการที่รัฐบาลจัดหาให้ เป็นการสัญญาว่าจะจัดหาให้ตลอดไป ทำให้วงการเศรษฐกิจมีความคล่องตัวมากขึ้น อย่างเช่น เมื่อคนจนได้นำเงินไปหาซื้อผักในร้านธงฟ้าไปทำกับข้าวกิน คนปลูกผักก็จะมีรายได้ ส่วนร้านธงฟ้าก็สามารถหาเงินมาจากค่าวางผักได้อีกทอดหนึ่ง แต่หากซื้อข้าวสารมาหุงกินก็จะมีรายได้ให้ชาวนา โรงสีข้าว ร้านธงฟ้า และร้านขายแก๊สอีก เป็นต้น เป็นความคิดอันแยบยล โดยจ่ายเงินเพียงแค่ครั้งเดียวได้นกรวมกันถึง 6 ตัวเลยทีเดียว และเมื่อรวมกับการให้เงินทางอื่นอีกก็จะช่วยให้เศรษฐกิจโดยรวมของชาติเติบโตขึ้น

แต่หากมองอีกแง่หนึ่ง การที่คนจนได้เงินจากรัฐบาลมาใช้ฟรีเดือนละหลายพันบาทจะทำให้คนที่ยังไม่เคยทำงานมาก่อนก็จะไม่ทำงานต่อไป เพราะคิดว่าตนเองมีเงินกินเพียงพออยู่แล้ว ค่ารักษาพยาบาลก็ไม่ต้องเตรียมไว้เพราะมีบัตร 30 บาทรักษาได้ทุกโรค ซึ่งรัฐบาลให้การรองรับอยู่แล้วเหมือนกัน มองแล้วเหมือนกับคนหิวข้าวที่ไม่ต้องเอ่ยปากขอก็มีคนตักข้าว และป้อนให้ถึงปากแล้ว แบบนี้ก็สบายไปตลอดชีวิตเลย

ยิ่งช่วงใกล้การเลือกตั้ง ที่มีคนของรัฐบาลเป็นหัวหน้าพรรคการเมืองที่พร้อมลงเลือกตั้งด้วยแล้ว ทำให้ประชาชนทั้งประเทศต่างลงความเห็นว่า ที่ทางรัฐบาลให้เงินเลี้ยงดูคนยากจนก็เพื่อหวังคะแนนเสียงจากการเลือกตั้ง เนื่องจากคนยากจนถือเป็นเสียงข้างมากของประเทศ ซึ่งเมื่อรวมตัวกันลงคะแนนให้กับพรรคไหนแล้ว พรรคนั้นต้องชนะการเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาลแน่ หากไม่เชื่อต้องลองดูรัฐบาลชุดใหม่ว่าพรรคไหนเป็นแกนนำ