ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย คว้ารางวัลคุณภาพ

Green Freight Asia Label ระดับ 4

ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย รับมอบรางวัล Green Freight Asia Label ระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุด จาก Green Freight Asia (GFA) อันเป็นผลจากความพยายามอย่างต่อเนื่อง ในการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนสู่ชั้นบรรยากาศ การใช้เชื้อเพลิงให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และการนำนวัตกรรมมาใช้ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น

คุณเจมส์ แมคเคลียรีย์ หัวหน้าภาคการขนส่งประเทศไทย เวียดนาม กัมพูชา และเมียนมาร์ ดีเอชแอล ซัพพลายเชน ประเทศไทย กล่าวว่า ดีเอชแอล ซัพพลายเชน มีความภาคภูมิใจที่ได้ทำงานร่วมกับ Green Freight Asia และถือเป็นเกียรติที่เราเป็นบริษัทแห่งแรกในเอเชียแปซิฟิกที่ได้รับรางวัลระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดครั้งนี้ หลังจากที่เราเคยได้รับรางวัลระดับ 2 และ 3 เมื่อปี 2558 และ 2560 ตามลำดับ การได้รับรางวัลระดับสูงสุดถือเป็นสิ่งยืนยันว่าเรามุ่งมั่นสร้างความเปลี่ยนแปลงให้แก่สิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง และเรากำลังอยู่บนแนวทางที่ถูกต้องสู่การลดการปล่อยมลพิษที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจให้เป็นศูนย์ (Zero Emission) ภายในปี 2593

โดยแนวทางการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของดีเอชแอลเกิดขึ้นจากการที่บริษัทต้องการยกระดับบริการ การขนส่งและประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันระหว่างเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการดำเนินธุรกิจที่เปี่ยมประสิทธิภาพ อีกหนึ่งสิ่งที่ยืนยันถึงความมุ่งมั่นในเรื่องนี้ของ ดีเอชแอล คือ Transport Management Center (TMC) ซึ่งเป็นศูนย์บริหารจัดการการขนส่งเพื่อคอยติดตามสถานะของยานพาหนะขนส่งตลอด 24 ชั่วโมง บวกกับอุปกรณ์เทเลมาติกส์ (Telematics) ที่ได้ถูกนำมาใช้งานร่วมกัน ได้ช่วยเพิ่มขีดความสามารถของ TMC ในการจัดการเส้นทางขนส่งและพัฒนาการทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

 

 

 

เทคโนโลยีดังกล่าวช่วยให้ระยะทางการขนส่งน้อยลงจากการวางแผนการเดินรถที่ดีขึ้น อีกทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการใช้รถให้เกิดประโยชน์และความคุ้มค่าสูงสุด ลดโอกาสที่รถจะถูกจอดไว้โดยไม่ได้ใช้งาน  พร้อมการประหยัดค่าน้ำมันและค่าบำรุงรักษาอีกด้วย และนั่นทำให้บริษัทสามารถลดการใช้น้ำมันไปได้ถึง 12% และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนได้ถึง 9% ซึ่งถือเป็นอัตราการลดลงที่มากกว่าค่ามาตรฐานด้านประสิทธิภาพการใช้น้ำมันของเอเชียที่กำหนดไว้

สำหรับการใช้โซลูชั่นนวัตกรรมที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในการทำงาน ถูกยึดถือเป็นองค์ประกอบหลักในวัฒนธรรมองค์กรของดีเอชแอล บริษัทมีรถขนส่งจำนวนกว่า 4,000 คันวิ่งส่งสินค้าทั่วประเทศไทยในทุกๆ วัน นั่นทำให้ดีเอชแอลซัพพลายเชน ประเทศไทย ต้องการที่จะช่วยแก้ไขและลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ผ่านการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์บนแนวทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง

 

ข่าว 2

เคอรี่ เอ็กซ์เพรส ผนึกกำลัง ม.ราชภัฏนครราชสีมา

เดินหน้าโครงการสรรค์สร้างความร่วมมือทางวิชาการฯ


เคอรี่ เอ็กซ์เพรส สนับสนุนวงการการศึกษาไทยสู่การเดินหน้าสร้างสรรค์สังคม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา จัดตั้งโครงการ “สร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างบริษัทฯ และทางมหาวิทยาลัย” ต่อยอดสู่ความเป็นหนึ่งด้านความเชี่ยวชาญทางวิชาชีพ โดยจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกพร้อมวางแผนเป็นโครงการนำร่องในการขยายออกสู่มหาวิทยาลัยทั่วประเทศ

คุณ วราวุธ นาถประดิษฐ์ รองผู้จัดการทั่วไป  บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันเรามองว่าแรงขับเคลื่อนที่สำคัญของระบบการทำงานคือบุคลากรในองค์กร ทางบริษัทจึงเล็งเห็นถึงความสำคัญของคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังหนุนขับเคลื่อนธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง ดังนั้น จึงต้องเริ่มต้นจากการพัฒนา ทั้งทางวิชาการ งานวิจัย และประสบการณ์ทำงานอย่างเป็นระบบจึงทำให้ “โครงการสรรค์สร้างความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา และบริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด” เกิดขึ้น เพื่อให้นักศึกษาได้มีโอกาสเรียนรู้ถึงกระบวนการทำงานและสามารถปฏิบัติงานได้จริง นอกจากนั้นเรายังร่วมพัฒนามาตรฐานการจัดการการศึกษาในหลักสูตรบริหารธุรกิจบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการ และสาขาวิชาการจัดการโลจิสติกส์และโซ่อุปทาน

โดยนักศึกษาจะได้ฝึกประสบการณ์จากบุคลากรประจำการของสถานประกอบการโดยตรง เช่น
1.ด้านการรับบุคลากรเข้าแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้านวิชาการ หรือรับการฝึกอบรมที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ตามบันทึกข้อตกลง 2.ด้านการฝึกประสบการณ์วิชาชีพและสหกิจศึกษาให้กับนักศึกษา เพื่อเสริมสร้างคุณภาพมาตรฐานให้กับบัณฑิต 3.ด้านการแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ จัดหาผู้ทรงคุณวุฒิ อาจารย์พิเศษ หรือคณะกรรมการที่ปรึกษาวิชาการ เพื่อเป็นวิทยากร ในการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและสอดคล้องกับนโยบายของหลักสูตรอุดมศึกษา และ 4.ด้านกิจกรรมทางการศึกษา โดยจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมและสร้างโอกาสให้แก่นักศึกษา เพื่อสร้างคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์และตรงตามกับความต้องการของสถานประกอบการและตลาดแรงงาน

“ทั้งหมดนี้คือการวางรากฐานมาตรฐานระบบการศึกษาอันเป็นหัวใจสำคัญของการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เยาวชนไทยสามารถเข้าถึง  เข้าใจ กระบวนการทำงานได้อย่างดีและสามารถนำไปประยุกต์ใช้ต่อยอดศักยภาพตนจนประสบความสำเร็จต่อไปในอนาคต”

ด้าน ดร.ยุทธกร ฤทธิ์ไธสง คณบดีคณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา กล่าวว่า มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมารู้สึกเป็นเกียรติและปลื้มใจแทนนักศึกษาอย่างมากที่ทาง บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ได้เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เข้ามามีส่วนร่วมและแชร์ประสบการณ์จากการปฏิบัติงานในสถานประกอบการจริง เพื่อที่จะช่วยเปิดมุมมองและแนวคิดให้นักศึกษาสามารถดึงศักยภาพของตัวเองออกมา พร้อมพัฒนาต่อยอดสู่วิชาชีพในอนาคต

 

Advertisement