ปัจจุบันการดำเนินธุรกิจขนส่งนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป เพราะทุกวันนี้การแข่งขันเริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่แน่จริงอาจถึงขั้นต้องปิดบริษัทได้ ดังนั้นนักธุรกิจรุ่นใหม่จึงหันไปจับธุรกิจอื่นที่บริหารง่ายกว่าการขนส่ง หลงเหลือเพียง “ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น” เท่านั้น ที่จะสามารถสืบสานต่อธุรกิจขนส่งได้
 
“เทียบท่า” ฉบับนี้ จะนำพาท่านผู้อ่านไปรู้จัก “คุณโอ-พัชณัท พบธัญพบภัค” ผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ในฐานะทายาทผู้สานต่อกิจการขนส่งของครอบครัวภายใต้ บริษัท โชคเกียรติขจร จำกัด ที่ถือเป็นอีกหนึ่งเมล็ดผลเม็ดงามของวงการขนส่ง
 
 
 
พนักงานส่งเอกสารชิปปิ้งสู่เถ้าแก่ขนส่ง
 
แม้ธุรกิจครอบครัวเกี่ยวกับการขนส่งให้กับเครือสหพัฒน์ที่ทำมาแล้วกว่า 20 ปี ซึ่งมีรถกระบะร่วม 40 คัน และมีรถบรรทุก 6 ล้ออีกร่วม 20 คัน จะไปได้สวยก็ตาม แต่ก็อยากขยายงานไปด้านอื่น ๆ บ้าง จึงได้ไปเรียนชิปปิ้งแล้วไปจับงานวิ่งเอกสารชิปปิ้งเอาตู้สินค้าผักผลไม้ออกจากท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี แต่เผอิญได้เจอกับนักธุรกิจจีนและคุยกันถูกคอ จากนั้นก็จับคู่ธุรกิจกัน และได้ตัดสินใจซื้อรถบรรทุกหัวกลากวิ่งงานรับส่งผลไม้และกระเทียมจากจีนมาส่งที่ตลาดไทย จากนั้นก็ขยายเป็นตู้เนื้อผ่านสปป.ลาวไปส่งถึงจีนแผ่นดินใหญ่  
 
เบนเข็มเปลี่ยนเป็น FV SHOGUN 380 
 
ก่อนหน้านี้ได้ซื้อรถหัวลากสัญชาติญี่ปุ่นยี่ห้อหนึ่ง ทั้งนี้ ยังได้รับการยืนยันจากเซลล์ว่าวิ่งงานได้ดี แต่พอนำมาใช้วิ่งงานขนส่งสินค้าจากแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ไปส่งที่เชียงแสน จ.เชียงราย ได้สักพักเริ่มปัญหาจุกจิก เพราะบรราดาอะไหล่ไส้ในเป็นของจีนล้วน ๆ ไม่ว่าจะเป็นการอาการเฟื่องท้ายรั่ว เกียร์แข็ง หัวเก๋งยกไม่ขึ้น คอมแอร์ก็พัง กระปุกพวงมาลัยก็หอน อีกปัญหาน่าเบื่อมาก ก็คือยางหน้า ที่กินยางหน้าตลอด แก้ไม่ตกแก้ไม่หาย ระยะหลังอาการหนักกว่าเดิม ถึงขนาดเครื่องพังในขณะที่วิ่งส่งผักสด (มอคโคลี่)จากประเทศจีนมาส่งที่ไทย จนทำให้ผักสดเน่าเสียหาย และโดนปรับบานถึง 6 แสนบาท 
 
 
 
หลังเกิดปัญหาดังกล่าวก็ไปปรึกษา คุณสุรัติ วทานิยปราโมทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ภาวีกิจ ทรัค เซลส์ จำกัด และได้รับคำแนะให้เอาตัว FUSO FV SHOGUN 380 ไปใช้ ก็ตัดสินใจซื้อโดยที่ไม่ได้ลองทดสอบเลย ทีแรกลูกน้องบอกว่า รถกินน้ำมันก็เลยกะซื้อมาซักคันเดียวพอ มีอยู่ครั้งหนึ่งได้ลองขับเองเที่ยวหนึ่งเพื่อส่งสินค้าไปประเทศเวียดนามลากยาวไปจนถึงประเทศจีน ก็เลยรับรู้ถึงสมรรถนะของรถที่แรงดี ประหยัดน้ำมัน ระบบเซฟตี้ก็ดี เวลาลงเขาระบบเบรกทำงานได้ดี เพราะรุ่นนี้มีระบบซอล์ฟเบรก 2 อย่าง คือดึง 1 มา 2 และลงเกียร์ต่ำนี่เอาอยู่เลย โดยไม่ต้องแตะซ้ำอีกเลย อีกทั้งเวลาวิ่งขึ้นเนินก็วิ่งดี วิ่งหลังถนนก็เยี่ยม ซึ่งงานที่วิ่งอยู่ทุกวันนี้กินระยะทางไป-กลับกว่า 4 พันกิโลเมตร หากรถไม่ดีจริงอึดไม่พอ งานมีปัญหาแน่ บางงานตีตู้จากแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ไปขึ้นมังคุดที่จ.นครศรีธรรมราช ไปส่งที่บ่อเต็น (สปป.ลาว) ขากลับรับสินค้าจากบ่อเต็นมาส่งที่ตลาดไท จากนั้นก็ตีรถไปขึ้นตู้ที่จ.นครศรีธรรมราชอีกครั้ง 
 
เชื่อมั่นบริการหลังการขายของ “ฟูโซ่” 
 
ตอนนี้มีรถหัวลากฟูโซ่อยู่  3  คัน และหลังจากนี้ก็จะนำรถหัวลากญี่ปุ่นยี่ห้อที่มีปัญหา 6 คันไปเทิร์นเป็นรถฟูโซ่ให้หมด และจะซื้อเพิ่มอีก 2 คัน ซึ่งทั้งหมดเป็นรุ่น FUSO FV SHOGUN 380 นอกจากนี้ ยังเชื่อมั่นการบริการหลังการขายของบริษัท ภาวีกิจ ทรัค เซลส์ จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายรถบรรทุกฟูโซ่ เมื่อเกิดปัญหาอะไรเร่งด่วนเขาจะมีรถโมบายเซอร์วิสตลอด 24 ชม. ส่วนปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ เรามีทีมช่างดูแล ดังนั้น มั่นใจในบริการหลังการขายอย่างดีเยี่ยม อะไหล่ก็ของญี่ปุ่นแท้และหาได้ง่าย ราคาไม่แพง จึงตัดสินเลือกใช้ฟูโซ่ และหากถึงเวลาการเปลี่ยนรถใหม่ หรือต้องการซื้อรถเพิ่มก็จะเลือกใช้รถบรรทุกฟูโซ่ 
 
รับงานแบ่งกับคนขับแบบ Win – Win 
 
การรับงานและการดูแลคนขับจะวัดใจกับ Win – Win ทั้ง 2 ฝ่าย โดยจะแบ่งรายได้ให้กับคนขับครึ่งหนึ่ง เช่น หากรับงานไปวิ่งงานที่จ.นครศรีธรรมราช ในราคาเหมา 120,000 บาท ก็จะแบ่งคนละครึ่งกับคนขับไปเลย 60,000 หมื่นบาท ซึ่งในจำนวนดังกล่าวให้เขาไปบริหารจัดการเองหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าน้ำมัน ค่าอยู่ค่ากิน จะไปตกค้างอยู่ที่ไหนกี่วันก็เป็นเรื่องของเขาที่จะบริหารจัดการเอง ซึ่งก็ต้องวัดใจกันอย่างมาก เพราะค่าความเสี่ยงของเขาก็สูง เราเองก็เข้าใจเขาเข้าใจเรา จึงรับงานและแบ่งให้กับคนขับแบบคนละครึ่ง