ก่อนหน้าที่จะมีการรัฐประหารในปี 2557 สภาพเศรษฐกิจยังอยู่ในภาวะที่การเงินคล่องตัวเป็นอย่างมาก และยิ่งมีการจำนำข้าวที่ให้ราคาสูงในช่วงปี 2555 จึงส่งผลให้ทุกธุรกิจมีความคล่องตัวตามกันไปพอสมควร โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งทางบกที่มีการระดมเงินทุนเพื่อนำไปซื้อรถใหญ่คันใหม่ เพื่อที่จะได้นำไปขนข้าวเปลือกในปริมาณที่มากขึ้น จนทำให้ยอดจำหน่ายรถใหญ่ในปีนั้นสูงถึง 40,000 คันเลยทีเดียว

แต่อีก 2 ปีถัดมาได้มีการเปิดเผยอย่างละเอียดว่า เงินที่รัฐบาลไปกู้มาจากต่างประเทศ โดยบอกว่าจะนำมาแจกจ่ายให้กับชาวนาที่นำข้าวเปลือกมาจำนำกับโรงสีที่ทางรัฐบาลได้แต่งตั้ง ซึ่งเงินจำนวนนี้มากถึงเกือบ 6 แสนล้านบาทเลยทีเดียว แต่ในความเป็นจริงแล้วเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลชุดนั้นกลับเป็นผู้เก็บเงินทั้งหมดเข้ากระเป๋าของตัวเอง ทำให้บรรดาชาวนาทั่วทั้งประเทศและกลุ่มขนส่งทางบกได้รับความเดือดร้อนอย่างหนักไปตาม ๆ กัน ซึ่งจากเดิมที่เป็นหนี้อยู่แล้วก็ต้องมีหนี้เพิ่มขึ้นอีก แทนที่จะมีฐานะดีขึ้นบ้างตามที่รัฐบาลบอกไว้ตั้งแต่ต้น

จากวันนั้นจนมาถึงปัจจุบันนี้ สภาพเศรษฐกิจก็ยังไม่รุ่ง บรรดากลุ่มขนส่งทางบกต่าง ๆ ยังไม่สามารถขยายงานขนส่งให้เติบโตได้เท่าที่ควร ด้วยสาเหตุหลักที่ยังมีหนี้เก่าคงค้างไม่สามารถผ่อนชำระค่างวดรถใหญ่ที่ซื้อมาก่อนหน้านี้ได้หมด อีกสาเหตุหนึ่งคืองานขนส่งมีแต่ลดลงไม่มีการเพิ่มขึ้นเลย เงินทองจึงขาดมือไม่สามารถหาเพิ่มขึ้นได้ มีแต่ต้องกู้เพิ่มเพื่อนำมาเลี้ยงพนักงานในบริษัทให้สามารถอยู่รอดต่อไปได้

สมาชิกรายหนึ่งของนิตยสาร BUS & TRUCK ได้เปิดเผยว่า ด้วยความที่เขาเองอยู่ในวงการขนส่งมานานเลยรู้จักบรรดาสมาชิกของสมาคมต่าง ๆ ทั้ง 13 แห่ง ทั่วประเทศ จึงพอประเมินได้ว่ามีผู้ประกอบการขนส่งทางบกจำนวน 15% ที่เป็นกิจการขนาดใหญ่สามารถทำธุรกิจขนส่งให้อยู่รอดได้ ส่วนอีก 85% ยังมีสภาพติดขัด โดยมีรถใหญ่มากเกินกว่าจำนวนของผู้ว่าจ้าง ซึ่งทำให้เงินทองที่จะนำมาใช้ในการงานบริษัทไม่มีความคล่องตัว ส่งผลให้พนักงานขับรถและพนักงานอื่น ๆ ในบริษัทฯ ออกไปหางานใหม่ ระบบการทำงานภายในบริษัทจึงติดขัดเกือบแทบทั้งหมด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าของกิจการคิดที่จะทำธุรกิจอื่นแทนธุรกิจขนส่งก็ไม่สามารถทำได้ เพราะไม่มีความรู้เกี่ยวกับการประกอบอาชีพอย่างอื่น ตั้งแต่เกิดมาก็อยู่กับอาชีพที่เกี่ยวเนื่องกับการขนส่งมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งมีพ่อแม่-ปู่ย่า-ตายาย เป็นผู้ปูทางไว้ให้ และเมื่อมีปัญหาในวงการขนส่งเกิดขึ้นในแต่ละครั้ง ก็ไม่สามารถเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่รับผิดชอบมาช่วยแก้ไขปัญหาในแต่ละครั้งให้ได้เลย แม้จะนำหลักฐานและข้อมูลต่าง ๆ ไปให้พิจารณาอย่างครบถ้วนแล้วก็ตาม

สำหรับทางออกแรกที่อาจจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องธุรกิจขนส่งให้มีสภาพคล่องตัวขึ้น คิดว่าน่าจะมีบริษัทเอกชนสักแห่งปล่อยสินเชื่อด้วยการนำรถบรรทุกหรือรถโดยสารมาเป็นหลักทรัพย์เพื่อการค้ำประกัน เนื่องจากผู้ประกอบการเหล่านั้นมีรถใหญ่หลายคันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ในขณะที่การนำบ้านและที่ดินมาเป็นหลักทรัพย์เพื่อค้ำประกันเช่นเดียวกับเงื่อนไขของธนาคารนั้นคงเป็นไปได้ยากมาก เพราะเงินทุกบาท ทุกสตางค์ต้องนำมาหมุนเวียนในกิจการเพื่อทำให้มีรายได้เพิ่มมากขึ้น

ทั้งนี้ หากมีภาคเอกชนหรือหน่วยงานราชการใดที่ต้องการช่วยทำให้ธุรกิจขนส่งของคนไทยสามารถอยู่รอดได้ โดยหาวิธีการช่วยประคองให้ธุรกิจเกิดสภาพคล่อง และไม่ถูกขนส่งต่างชาติแย่งลูกค้าไป ก็ช่วยบอกแนวทางและแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ด้วย แต่อย่าเอารัดเอาเปรียบด้วยการคิดดอกเบี้ยที่แพงเกินไปจนหาส่งให้ไม่ทัน

โดย…ยกล้อ