คมนาคมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการรถบรรทุกสีขาว เข้มงวดกวดขันน้ำหนักรถใหญ่ทุกประเภท เพื่อยืดอายุถนนไม่ให้ได้รับความเสียหายเร็วกว่าที่กำหนด พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วน รักและหวงแหนทางหลวง เหตุเสียค่าซ่อมถนนปีละประมาณ 20,000 – 30,000 ล้านบาท

คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้มีพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการรถบรรทุกสีขาว ตามนโยบายรัฐบาลในการเข้มงวดกวดขันน้ำหนักรถบรรทุก เมื่อช่วงปลายปี 2561 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ กรมทางหลวงได้บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหาและควบคุมรถบรรทุกบนทางหลวงและสายทางต่าง ๆ ไม่ให้บรรทุกน้ำหนักเกินกว่ากฎหมายกำหนด เพื่อยืดอายุถนนไม่ให้ได้รับความเสียหายเร็วกว่าที่กำหนด พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วน รักและหวงแหนทางหลวง เนื่องจากในแต่ละปีกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทต้องเสียงบประมาณในการซ่อมบำรุงถนน คิดเป็นสัดส่วน 20% ของงบประมาณทั้งหมด หรือประมาณ 20,000 – 30,000 ล้านบาท และส่งผลต่อความปลอดภัยของผู้ใช้เส้นทาง

ขณะที่ คุณอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง กล่าวว่า จากมาตรการเข้มงวดกวดขันการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินของรัฐบาล กรมทางหลวง ได้มีการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินเพิ่มขึ้นในแต่ละปี แต่อย่างไรก็ตามการจับกุมรถบรรทุกน้ำหนักเกินนั้นเป็นเพียงปลายเหตุของปัญหา หากจะแก้ไขที่ต้นเหตุจำเป็นต้องให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญในการปฏิบัติตามกฎหมาย ป้องกันถนนสาธารณะไม่ให้เกิดความชำรุดเสียหายอย่างยั่งยืน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องบูรณาการร่วมกันแก้ไข้ปัญหาจากทุกภาคส่วน

ดังนั้น กรมทางหลวง จึงได้นำ “โครงการรถบรรทุกสีขาว” เป็นโครงการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการควบคุมน้ำหนักรถบรรทุกที่เดินรถบนทางหลวง และสายทางต่าง ๆ โดยมีต้นแบบจากนโยบายประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา มาบูรณาการแก้ไขปัญหาการบรรทุกน้ำหนักเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดของยานพาหนะขนส่งทั่วประเทศ ในทุกพื้นที่โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นการบูรณาการทุกภาคส่วนร่วมแก้ไขปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกินให้หมดไปพร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้ทุกภาคส่วน รักและหวงแหนทางหลวง และสร้างเครือข่าย ภาครัฐภาคเอกชน และประชาชนให้เข้มแข็ง เพื่อเป็นแนวร่วมในการดูแลรักษาทางหลวง แจ้งเบาะแสผู้กระทำผิดกฎหมาย

สำหรับหน่วยงานที่เล็งเห็นความสำคัญเข้าร่วม “โครงการรถบรรทุกสีขาว” มีจำนวน 16 หน่วยงานประกอบด้วย 1.ส่วนราชการ ได้แก่ กรมทางหลวง, กรมทางหลวงชนบท, กรมการขนส่งทางบก และกรมเจ้าท่า 2.รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ การรถไฟแห่งประเทศไทย, การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย, การท่าเรือแห่งประเทศไทย, การไฟฟ้าฝ่ายผลิต และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค 3.ภาคอุตสาหกรรมปิโตรเลียม ได้แก่ บริษัท ไทยออยล์จำกัด (มหาชน) (TOP), บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) (PTTGC), บริษัท สตาร์ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (SPRC), บริษัท บางจากปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (BCP), บริษัท ไออาร์พีซีจำกัด (มหาชน) (IRPC) และ บริษัท เอสโซ่ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) (ESSO) และ 4.สหพันธ์และสมาคมด้านการขนส่ง ได้แก่ สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, สมาคมอุตสาหกรรมการก่อสร้างไทยในพระบรมราชูปถัมภ์

อย่างไรก็ดี กรมทางหลวงได้ดำเนินการประชาสัมพันธ์ ขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการไม่บรรทุกน้ำหนักเกินตามกฎหมายกำหนด ซึ่งหากฝ่าฝืนจะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับเพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานและลดการเกิดอุบัติเหตุบนทางหลวง หากประชาชนพบเห็นหรือสงสัยว่ามีการบรรทุกน้ำหนักเกิน สามารถโทรแจ้งได้ที่สายด่วนกรมทางหลวง 1586 กด 5 (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง)

โดย…สวนเลน