ดร.สิทธิชัย  ฝรั่งทอง

มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี

คงปฏิเสธไม่ได้ว่ากระแส Disruption กำลังเข้ามาทำลายและมีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจสิ่งพิมพ์ สื่อสารมวลชน ธนาคาร เป็นต้น ซึ่งในปี 2019 ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีความเริ่มชัดมากขึ้นในทุกอุตสาหกรรมกลายเป็นว่าเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามามีบทบาท ตอบโจทย์ลักษณะงาน ใช้ลดต้นทุน คุณภาพมาตรฐานประสิทธิภาพการผลิตสูงขึ้น รวมถึงมีความรวดเร็วในการตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ดีกว่าเดิม

ขอคุณรูปภาพจาก https://cxo-transform.com/digital-disruption-solutions/

ถึงแม้นว่าจะทำให้ผู้ประกอบการ ผู้บริหาร หรือพนักงานเกิดความสะดวกสบายในการทำงานสามารถทำได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น แต่ก็เริ่มวิตกกังวลว่าจะถูกแทนที่ด้วย AI (Artificial Intelligence) ซึ่งเป็นตัวแทนของเทคโนโลยีสมัยใหม่ รวมถึงการนำระบบดิจิทัลอัตโนมัติ (Automation Digitalization) หุ่นยนต์ (Robotics) อินเตอร์เน็ตของสรรพสิ่ง (Internet of Things : IOT) บล็อกเชน (Blockchain) การเรียนรู้และทำงานร่วมกับเครื่องยนต์/หุ่นยนต์ (Machine Learning) ดังนั้น กิจกรรมโลจิสติกส์ทั้ง 13 กิจกรรมที่กำลังจะถูกแทนที่ด้วยระบบ AI จึงนับว่าเป็นโจทย์ที่ท้าทายสำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการในยุคนี้

สำหรับ World Economic Forum (WEF)ได้ทำนายไว้ว่า อีก 3-4 ปีข้างหน้า ( ค.ศ.2022 หรือ พ.ศ. 2565) ตำแหน่งงาน ประเภทของแรงงาน ลักษณะงานประจำ งานระดับขั้นพื้นฐาน งานที่ทุกอย่างทำซ้ำๆ เหมือนเดิม จะหายไปจากธุรกิจ โดยจะถูกแทนที่ด้วย AI รวมถึงความต้องการแรงงานที่มีทักษะการใช้สมอง ซึ่งมีความรู้ทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ ลักษณะงานหรือประเภทงานดังกล่าว ได้แก่  นักวิเคราะห์ข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน AI และการเรียนรู้เครื่องยนต์/หุ่นยนต์ ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการทั่วไปที่จะต้องรู้และเข้าใจในงานกลุ่ม AI นักวิเคราะห์และนักพัฒนาแอปและซอฟต์แวร์ งานด้านการตลาดและการขายดิจิทัลที่มีพื้นฐานและความเชี่ยวชาญด้าน AI ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในเรื่อง Big Data ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะในด้านการแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation) ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาองค์กร เจ้าหน้าที่บริการด้านไอที (IT) เป็นต้น

ดังนั้น แรงงานยุคใหม่ ซึ่งเป็นผู้ใช้งานเทคโนโลยีต้องมีทักษะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย 3 อย่าง คือ อ่านข้อมูลวิเคราะห์ประมวลผลได้ ใช้เทคโนโลยีเป็น และมีทักษะหลากหลาย (Multi Skill) รอบด้านที่เชื่อมโยงกับดิจิทัล สามารถคิดวิเคราะห์ สื่อสารได้หลายภาษา พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง และเรียนรู้สิ่งใหม่ รวมถึงการมีจิตสำนึกด้านความปลอดภัยต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

ส่วนผู้ประกอบการ/ผู้บริหาร ก็ต้องหาแนวทางในการพัฒนาพนักงานให้เกิดทักษะทางด้านสมองคิดวิเคราะห์มากกว่าใช้แรงงานอันจะเพิ่มศักยภาพให้กับธุรกิจสามารถแข่งขันได้ในยุคที่ใช้เทคโนโลยีเป็นตัวนำ อาจจะร่วมมือกับสถาบันการศึกษาส่งพนักงานและผู้บริหารเข้าไปศึกษาต่อ การส่งผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยมาสอนที่บริษัท มีการเพิ่มผลตอบแทนให้กับพนักงานที่พัฒนาทักษะได้ตามระดับตามที่กำหนดไว้ เปิดรับนักศึกษาฝึกงานและเปิดโอกาสให้อาจารย์เข้ามาฝึกงาน (สหกิจศึกษา) กับทางบริษัท แล้วนำความรู้/ทักษะ/ประสบการณ์ไปฝึกนักศึกษาให้เกิดคุณสมบัติตรงตามความต้องการของภาคเอกชน การเปลี่ยนวิธีการให้ทุนกับนักศึกษาในอดีตให้ทุนกับผู้ที่เรียนดี/เรียนเก่ง อาจจะเปลี่ยนเป็นให้ทุนกับผู้ที่มีทักษะทางเทคโนโลยี หรือมีความรู้ในการคิดค้นนวัตกรรมที่จะใช้ในอนาคตของธุรกิจ เป็นต้น

สำหรับสถาบันการศึกษาต้องยอมรับว่าการปรับปรุงหลักสูตรหรือการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาใช้ประกอบการสอนไม่สามารถทำได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี แต่หากไม่มีการลงทุนทางด้านเทคโนโลยีก็จะไม่สามารถตอบโจทย์กับสถานประกอบการซึ่งเป็นผู้ใช้บัณฑิต นอกจากการรุกเข้ามาของเทคโนโลยีแล้ว การที่จำนวนนักศึกษาเข้าสู่ระบบสถาบันการศึกษาลดลงก็เป็น Disruption อีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สถาบันการศึกษาโดยเฉพาะหลักสูตรโลจิสติกส์และซัพพลายเชนจำต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบวิธีการสอนทั้ง Soft Skill และ Hard Skill โดยพัฒนาให้นักศึกษามีคุณภาพและมีคุณสมบัติตรงกับภาคเอกชน เปลี่ยนมุมมองทัศนคติในการทำงานของนักศึกษาก่อนจะเรียนจบและเข้าทำงานจริงที่จะต้องนำไปใช้ในการทำงานร่วมกับมนุษย์ เครื่องจักร หรือ AI ด้วย

นอกจากเหนือจากเทคโนโลยีจะสร้างความเปลี่ยนแปลงในองค์กรแล้ว ยังมีตัวแปรสำคัญอีกประการหนึ่งคือ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับผู้ประกอบการ/ผู้บริหารที่จะสนับสนุนปรับเปลี่ยนแนวคิดให้ทันสมัยเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย โดยเฉพาะการ Reskill บุคลากรเพื่อให้สามารถทำงานในบทบาทใหม่ได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและเกิดขึ้นทุก ๆ วัน และจะต้องปรับตัวให้ทันหรือเหนือคู่แข่งขันอย่างมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น