การประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2562 สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย (TTLA : Thai Transport ation Logistics Association) The resort อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี เมื่อวันที่ 12 ม.ค.2562 ที่ผ่านมา ได้มีการเลือกนายกสมาคมฯ คนใหม่ เพื่อมาแทน คุณสัญญวิทย์ เศรษฐโภคิน ที่ดำรงตำแหน่งมานานถึง 4 ปี (2 สมัย) โดยการคัดเลือกนายสมาคมฯ คนใหม่ครั้งนี้ มวลสมาชิกฯ ได้เทคะแนนเสียงท่วมท้นให้ ดร.ชุมพล สายเชื้อ รองนายกสมาคมฯ ให้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมฯ TTLA คนใหม่

ดร.ชุมพล สายเชื้อ ฉายภาพแนวทางภารกิจจากนี้ไปว่า จะมีงานทั้งภายในบ้านซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวสมาคมฯ และเรื่องนอกบ้านที่เราจะผนึกความร่วมมือต่อสู้เรียกร้องเพื่อรักษาผลประโยชน์อันชอบธรรมของมวลสมาชิกฯ เราจุดพลุเอาฤกษ์เอาชัยกับการสร้างบรรยากาศการทำงานภายในบ้านเราก่อน โดยเราจะอัพเดทและทบทวนสมาชิกฯ-กรรมการใหม่ ๆ ให้เข้าร่วมกันทำงานมากขึ้น ภายใต้แรงผลักดันทำอย่างไรจะทำให้ TTLA มีความเข้มแข็งและสามารถเดินไปข้างหน้าได้อย่างแข็งแกร่ง

ขณะเดียวกันเราก็จะช่วยกันหาสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มเป้าหมายอันหลากหลาย ทั้งจากนอกกลุ่มขนส่งที่เราคุ้นเคยปัจจุบัน เช่น กลุ่มอี-คอมเมิร์ซ กลุ่มรถขนส่งขนาดเล็ก เป็นต้น หรือกลุ่มอื่น ๆ ที่ในอดีตเราไม่เคยเข้าไปสร้างปฏิสัมพันธ์ด้วย ก็จะรุกเข้าหาเข้าหกลุ่มเหล่านี้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับช่องทางการปฏิสัมพันธ์ของมวลสมาชิกฯ นั้น ต้องยอมรับบริบทการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในยุคปัจจุบันมีอิทธิพลอย่างมากกับการปรับตัวของทุก ๆ องค์กร เราเองไม่อาจมองข้างจุดนี้ไปและให้ความสำคัญ TTLA มีช่องทางการปฏิสัมพันธ์กันหลากหลายของคนหลายยุคด้วยกัน ทั้งกลุ่มออฟไลน์ที่เลือกนัดเจอกันแล้วพบปะสังสรรค์กัน ขณะที่มวลสมาชิกอื่น ๆ ก็เลือกที่จะนัดพบและแลกเปลี่ยน

โดยกลุ่มออนไลน์ เราจะเปิดกว้างด้านสื่อโซเชียลมากขึ้นเพื่อรองรับและตอบสนองความต้องการและก้าวให้ทันเทรนด์การเสพข่าวสาร ความเคลื่อนไหวของแวดวงขนส่งให้กับมวลสมาชิก แฟนคลับ ที่จะเข้ามาสื่อสารกันผ่านโลกออนไลน์ และเป็นอีกหนึ่งช่องทางการหาสมาชิกใหม่เพิ่มเพื่อสื่อโซเชียลอีกด้วย ซึ่งเป็นทิศทางใหม่ที่เราตั้งใจจะทำให้สมาคมฯเข้มแข็งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมยุค4.0อย่างสมดุลคนยุคเก่าคนยุคใหม่

ดร.ชุมพล ยังระบุอีกว่า เมื่อครั้งสมัยของอดีตนายกสมาคมฯ TTLAวรวิทย์  เจริญวัฒนพันธ์ พวกเราจำกันได้ดีถึงวลีเด็ดของท่านที่ว่า หนุกหนานหนิทหนมที่ท่านอดีตนายกฯ วรวิทย์ ได้สร้างความฮือฮาของวงการและถูกพูดถึงมาจนถึงทุกวันนี้ ซึ่งผมมองว่าเป็นแนวคิดการทำงานที่ได้ใช้ผลดีและน่าจะนำกลับมาใช้อีกครั้ง

“ผมมองเป็นแนวทางทำงานที่ได้ผลดีและน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง เมื่อมาถึงยุคผมสมัยผมก็จะขออนุญาตอดีตนายกฯวรวิทย์นำใช้กับสมาคมฯ เพื่อให้บรรยากาศการทำงานภายในสมาคมฯดูไม่เครียดและซีเรียสจนเกินไป ซึ่งจะช่วยสร้างบรรยากาศและมิตรภาพที่ดีของมวลสมาชิกฯให้เกิดขึ้น เพื่อสร้างความเป็นหนึ่งเดียวขององค์กร และสร้างความกลมเกลียวให้กับกรรมการฯ-มวลสมาชิกฯก่อนจะออกไปลุยภารกิจนอกสมาคมฯ”

ส่วนภารกิจนอกสมาคมฯ นั้น แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มภารกิจหลักด้วยกัน อันดันแรกเป็นร่วมมือกันเร่งแก้ไขและช่วยเหลือมวลสมาชิกฯ ที่ได้รับความเดือดร้อนในหลาย ๆ ปัญหา ทั้งความเดือนร้อนอันเกิดจากปัญหาการตรวจควันดำจากภาครัฐ น้ำหนักเกิน และหลากหลายจิปาถะอื่น ๆ ที่เราต้องไปมีส่วนร่วมปัญหาให้กับมวลสมาชิกฯให้เกิดเป็นรูปธรรม

กลุ่มภารกิจที่ 2 เป็นภารกิจที่เราต้องต่อยอดการดำเนินธุรกิจของเหล่ามวลสมาชิกฯ เพื่อเสริมองค์ความรู้ และเทคนิคการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้มวลสมาชิกฯ สามารถขยายงาน เพิ่มรายได้ และอยู่ได้อย่างเข้มแข็งท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของธุรกิจขนส่งในเวลานี้ โดยเป็นการเสริมรูปแบบการหารายได้รูปแบบใหม่ ๆ สู่สมาชิกฯ เช่น อาจจะมีโครงการร่วมมือรับงานหางานให้สมาชิกฯ หรืออาจจะเปิดโมเดลธุรกิจใหม่ อย่างเช่น การขนส่งทางรถไฟ การขนส่งด่วน เป็นต้น หรือเรื่องบริหารการจัดซื้อเพื่อลดต้นทุนการจัดซื้อ และเพื่อให้การจัดซื้อได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ที่สำคัญเป็นแนวทางเพื่อให้สมาชิกฯปรับตัว ต่อยอด และดำรงอยู่ต่อไปได้

ส่วนกลุ่มภารกิจสุดท้าย เป็นการขับเคลื่อน TTLA ไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนโดยเป็นการร่วมมือกันยกระดับคุณภาพมาตรฐานความเป็นมืออาชีพในธุรกิจของสมาชิกฯ ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐาน Q Mark การอบรมคนขับรถ และการจัดสร้างโรงเรียนขนส่ง เป็นต้น ซึ่งล้วนเป็นเรื่องการยกระดับความเป็นมืออาชีพให้กับมวลสมาชิก เพื่อสร้างขีดความสามารถทางการแข่งขันในธุรกิจขนส่งกรุยทางสู่ความยั่งยืนให้เกิดขึ้นนั้นเอง

โดย…ยกล้อ