กรมการขนส่งทางบก ลุยตรวจเข้มอย่างต่อเนื่อง พร้อมเผยเพียง 2 วัน (4-5 กุมภาพันธ์ 2562) ผู้ประกอบการขนส่งให้ความร่วมมือนำรถบรรทุกและรถโดยสารเข้ารับการตรวจสภาพที่สำนักงานขนส่งแล้วจำนวน 2,660 คัน แนะ!!! รถที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพให้เร่งแก้ไขและนำกลับมาตรวจสภาพใหม่ หากฝ่าฝืนนำรถควันดำมาวิ่งบนท้องถนนมีความผิด ดำเนินการตามกฎหมายทันทีทุกราย 

คุณพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบกดำเนินการตามมาตรการ One Transport ปลอดฝุ่น PM2.5” ของกระทรวงคมนาคม เพื่อลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล อาทิ การตั้งจุดตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสาร การลงพื้นที่สุ่มตรวจสอบรถโดยสารประจำทางในพื้นที่ที่มีค่าฝุ่นละอองสูงและสุ่มตรวจสอบ ณ อู่รถโดยสารทั้งของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ขสมก.

ทั้งนี้ กรมการขนส่งทางบกได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งทั้งรถบรรทุกและรถโดยสาร นำรถเข้ารับการตรวจสภาพก่อนถึงกำหนดรอบชำระภาษีรถ เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ผ่านมา พบว่าผลการดำเนินการ 2 วัน (วันที่ 4-5 กุมภาพันธ์ 2562) ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการขนส่งนำรถเข้าตรวจสภาพ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัด จำนวนทั้งสิ้น 2,660 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุกจำนวน 2,308 คัน และรถโดยสารจำนวน 352 คัน

โดยในจำนวนนี้ไม่ผ่านการตรวจสภาพตามเกณฑ์ที่กำหนดจำนวน 23 คัน แบ่งเป็นรถบรรทุกจำนวน 18 คัน และรถโดยสารจำนวน 5 คัน จึงให้ผู้ประกอบการดำเนินการแก้ไขและนำกลับเข้ามารับการตรวจสภาพใหม่ภายใน 15 วัน พร้อมกำชับห้ามใช้รถที่มีควันดำโดยเด็ดขาด หากตรวจพบการใช้งานบนท้องถนนโดยที่มีค่าควันเกินร้อยละ 45 ดำเนินการเปรียบเทียบปรับ 5,000 บาท และพ่น “ห้ามใช้” ตามกฎหมายทันที รวมถึงรถที่มีค่าควันดำระหว่างร้อยละ 30-45 จะได้รับใบเตือนเพื่อให้ดำเนินการปรับปรุงให้ค่าควันดำลดลง

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมการขนส่งทางบกยังคงดำเนินการตรวจรถควันดำต่อเนื่อง ณ จุดตรวจควันดำรถบรรทุกและรถโดยสารรวม 31 จุด ครอบคลุมพื้นที่ 15 จังหวัด บนเส้นทางสายหลักมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพมหานครและจุดสำคัญต่างๆ เช่น สถานีขนส่งสินค้าชายเมือง ท่าเรือกรุงเทพและท่าเรือแหลมฉบัง ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 1-5 กุมภาพันธ์ 2562 รวม 5 วัน ดำเนินการตรวจรถบรรทุกและรถโดยสารรวมทั้งสิ้น 7,396 คัน พบรถที่มีค่าควันดำเกินร้อยละ 45 จำนวน 239 คัน เป็นรถบรรทุก จำนวน 209 คัน และเป็นรถโดยสาร จำนวน 30 คัน และพบรถที่มีค่าควันดำระหว่างร้อยละ 30-45 จำนวน 187 คัน ดำเนินการตามกฎหมายแล้วทุกราย ขอความร่วมมือผู้ประกอบการนำรถเข้าตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ ณ สำนักงานขนส่งจังหวัดและสำนักงานขนส่งสาขาทั่วประเทศได้ทุกวันทำการ เพื่อป้องกันสาเหตุการเกิดควันดำและก่อให้เกิดฝุ่นละออง PM2.5 ดำเนินการต่อเนื่องจนกว่าปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 จะคลี่คลาย

โดย…น้าเช

Advertisement