ค่ายสามมิตร มอเตอร์สฯ มั่นใจเศรษฐกิจไตรมาส 4 ปี 59 โตแน่ เพราะเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ ของรัฐบาลเริ่มดำเนินการแล้ว พิสูจน์ได้ด้วยรถดัมพ์มียอดสั่งจองเพียบ คาดสิ้นปีนี้ยอดโต 15% เสริมหารายได้ด้วยกลยุทธ์ช่วยลูกค้าเพิ่มผลกำไรจากการออกแบบรถใหญ่ 
 
 
คุณสุริยา โพธิ์ศิริสุข กรรมการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สามมิตร มอเตอร์ส แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยกระแสเศรษฐกิจที่เริ่มเติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากการที่มีลูกค้าสั่งจองรถกระบะดัมพ์ในไตรมาส 4 ของปี 2559 มากกว่าไตรมาสอื่นของปีนี้ ทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจโดยรวมเริ่มเติบโตขึ้นแล้ว และในปีหน้าก็จะต้องเติบโตขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมแน่นอน
 
“ด้วยทางรัฐบาลได้ทำการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้างเมกะโปรเจกต์ต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว จึงทำให้การก่อสร้างจะเริ่มดำเนินขึ้นในไตรมาส 4 ของปีนี้ รถใหญ่ที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหลายก็จะเริ่มเป็นที่ต้องการของผู้รับเหมาก่อสร้าง ทำให้มองโลกในแง่ดีว่าเศรษฐกิจโดยรวมได้เริ่มผงกหัวขึ้นแล้ว และจะเป็นเช่นนี้ต่อไปจนถึงไตรมาสแรกของปีหน้าอย่างแน่นอน”
 
ซึ่งจากสาเหตุที่ทราบว่าไตรมาส 4 ของปีนี้จะเติบโตขึ้นก็เนื่องมาจาก ทางบริษัทฯ ได้ต่อกระบะดัมพ์ให้กับรถบรรทุกคันใหม่ป้ายแดงที่จะออกจากโชว์รูมรถใหญ่ เพราะค่ายรถใหญ่จะทำการคิดเงินดาวน์กับลูกค้าเมื่อรถใหญ่คันนั้นได้ทำการประกอบตัวถังเรียบร้อยแล้วนั่นเอง ซึ่งพอจะคาดเดาได้ว่าในปี 2559 นี้ จะมียอดจำหน่ายรถใหญ่รวมทั้งยี่ห้อเท่ากับปีที่ผ่านมาคือ 2.7 หมื่นคัน หรืออาจจะเติบโตขึ้นไม่มากนักเพียงแค่ 2% เท่านั้น
 
คาดรายได้เพิ่มถึง 15% 
 
เมื่อประมาณปี 2558 ด้วยงานก่อสร้างมีมาก ทำให้ทางบริษัทฯ มีการต่อรถกระบะดัมพ์เป็นจำนวนมาก จึงทำให้มองภาพรวมว่าเศรษฐกิจมีสภาพที่ดี การก่อสร้างจะต้องมีมากอย่างแน่นอน จึงทำให้มองว่า ทางบริษัทฯ จะต้องสามารถเพิ่มยอดขายได้จากปีก่อนถึง 30% แต่ในความเป็นจริงแล้ว ได้เกิดภาวะเศรษฐกิจชะงัก จึงทำให้งานของบริษัทฯ ต้องลดหายไปเป็นอย่างมาก รายได้จึงไม่เป็นไปตามที่วางแผนไว้
 
เมื่อถึงปี 2559 ทางบริษัทฯ ก็ยังวางเป้ามีรายได้เพิ่มขึ้น 30% เท่ากับปีที่ผ่านมาที่คาดการณ์ไว้ แต่ในความเป็นจริงก็ทำได้สูงสุดเพียง 15% เท่านั้น เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่นัก ซึ่งก็นับว่าดีที่สุดแล้วที่สามารถทำได้ถึง 15% ส่วนยอดการจำหน่ายในปี 2560 นั้น ก็ยังวางแผนที่จะเติบโตให้ได้ถึง 30% เหมือนทุกปีที่ผ่านมา ซึ่งจะต้องทำให้สำเร็จให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นปีไหนก็ตาม
 
ช่วยเพิ่มกำไรให้ลูกค้า
 
ด้วยงานหลักที่ทำคือ การต่อกระบะรถดัมพ์ให้กับลูกค้าที่สั่งจอง แต่ภาวะเศรษฐกิจที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ทำให้บริษัทฯ ต้องเสริมกลยุทธ์ใหม่เพื่อหารายได้เพิ่ม ซึ่งถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก หลังจากที่ได้ร่วมประชุมกับลูกค้ารายใหญ่คือ บริษัท ไทยน้ำทิพย์ จำกัด ที่จำหน่ายเครื่องดื่มโค้ก และในที่สุดก็สามารถทำการผลิตรถบรรทุกที่บรรจุเครื่องดื่มโค้กได้เพิ่มมากขึ้น ช่วยให้ลูกค้ามีผลกำไรและได้สั่งให้ทำรถใหญ่ประเภทนี้มากถึง 300 คันทีเดียว และเมื่อเวลาผ่านไปได้ไม่กี่เดือนก็ได้ทำการสั่งเพิ่มอีกมากกว่า 200 คัน ทำให้เกิดความภาคภูมิใจที่ทำให้ลูกค้ามีผลกำไรเพิ่มมากขึ้น และทางบริษัทฯ ก็จะขยายวิธีการทำตลาดที่ช่วยให้ลูกค้ามีผลกำไรเพิ่ม พร้อมช่วยลดต้นทุนซึ่งคาดว่าจะทำให้หาลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นการเพิ่มรายได้โดยลูกค้า