การค้าชายแดนไทย-เมียนมา มีความสำคัญกับไทยเป็นอย่างมาก โดยถือเป็นคู่ค้าอันดับ 2 รองจากมาเลเซีย โดยด่านการค้าชายแดนไทย-เมียนมาที่มีมูลค่าการส่งออกมากที่สุด ได้แก่ ด่านแม่สอด จังหวัดตาก ดังนั้น จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้จังหวัดตากได้รับการจัดตั้งให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ


ในภาพรวมแม่สอดนับเป็นเมืองที่มีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการกระจายสินค้า และจะมีบทบาทสำคัญในห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคมากขึ้นหากมีการพัฒนาคู่ขนานไปกับเขตเศรษฐกิจพิเศษของเมียนมา โดยในปีที่ผ่านมาการค้าชายแดนระหว่างไทย-เมียนมา มีมูลค่าการค้าสูงถึง 187,964 ล้านบาท และจากการประชุมคณะกรรมการร่วมการค้าชายแดนไทย-เมียนมา ครั้งที่ 1 ที่ผ่านมา ทั้ง 2 ฝ่ายเห็นพ้องที่จะผลักดันการค้าให้ได้เป็น 20,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ในอีก 5 ปีข้างหน้า
คุณอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงความร่วมมือในครั้งนี้ว่า ในการประชุมทั้งสองฝ่ายได้เห็นชอบกรอบความร่วมมือในหลายเรื่อง ทั้งการจัดตั้ง single stop inspection (SSI) บริเวณด่านชายแดนแม่สอด-เมียวดี เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มมูลค่าการค้า โดยทั้งสองฝ่ายจะเริ่มดำเนินการในปลายปีนี้ก่อนจะขยายไปยังด่านท่าขี้เหล็ก-แม่สาย และด่านอื่น ๆ นอกจากนี้ ยังเห็นชอบให้ไทยโดยกรมการค้าต่างประเทศและศุลกากร จัดทำโครงการหลักสูตรอบรมให้ความรู้และพัฒนาองค์ความร็ด้านเทคโนโลยีทั้งระบบฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์
สำหรับจังหวัดตาก ถือได้ว่าเป็นเมืองชายแดนไทย-เมียนมาที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนได้รับการคัดเลือกให้เป็นที่ตั้งของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจังหวัดตาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอแม่สอด ซึ่งนับว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของไทยในการเชื่อมโยงระหว่างไทย-เมียนมา ทั้งในด้านเศรษฐกิจ การค้า การทุน และโลจิสติกส์ เนื่องจากเป็นเมืองที่ตั้งอยู่บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ที่เชื่อมระหว่างเวียดนาม-ไทย-เมียนมา ซึ่งในปัจจุบันเป็นเส้นทางการคมนาคมขนส่งที่สำคัญ


นอกจากนั้นแล้ว อำเภอแม่สอดยังมีโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญต่อการส่งเสริมการเชื่อมโยงระหว่างไทย-เมียนมา เช่น สนามบินแม่สอด สะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 1 ซึ่งคาดว่าจะเปิดให้ใช้บริการได้ในปี 2561 และสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 คาดแล้วเสร็จ ก.ย.นี้ ก่อนเปิดให้บริการภายใน เม.ย.62 โดยสะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2 เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงรองรับแนวความคิดการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก ที่จะเชื่อมโยงเส้นทางการคมนาคมและขนส่งระหว่างประเทศไทยกับเมียนมา รองรับปริมาณการเดินทางและการขนส่งสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น อีกทั้งในปัจจุบันรัฐบาลไทยยังได้ให้การสนับสนุนการปรับปรุงเส้นทางระหว่างเมืองเอ็นดุ-ท่าตอน ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งสินค้าจากอำเภอแม่สอดไปยังเมืองเมาะลำไย และกรุงย่างกุ้งของเมียนมาเป็นไปด้วยความสะดวกรวดเร็วมากยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต