ตลอดระยะเวลา3-4 ปีที่ผ่านมา งานแสดงเทคโนโลยี CES ที่เมืองลาสเวกัส ประเทศสหรัฐอเมริกา ถือเป็นหนึ่งในอีเวนท์ที่ค่ายรถยนต์ชั้นนำทั่วโลกต่างให้ความสำคัญไม่แพ้งานมอเตอร์โชว์ในเมืองเจนนีวา และแฟรงก์เฟิร์ต โดยในปี 2019 มีไฮไลท์สำคัญคือการนำเสนอโมเดลต้นแบบที่รองรับการเชื่อมต่อเทคโนโลยี รวมทั้งการประกาศความร่วมมือกับผู้ผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์-บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ เพื่อพัฒนาสู่การสร้างรถยนต์ไร้คนขับอย่างเต็มรูปแบบในอนาคตอันใกล้นี้

Ford

Ford :  ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่ของเจ้าถิ่น นำเสนอเทคโนโลยีสื่อสาร Vehicles-to Everything (C-V2X) ที่ต่อยอดจากแนวคิดของ John Peake Knigh วิศวกรชาวอังกฤษ ผู้คิดค้นระบบสัญญานไฟจราจรขึ้นมาเป็นคนแรกเมื่อ 150 ปีก่อน โดย C-V2X เป็นเทคโนโลยีการสื่อสารแบบไร้สายบนเครือข่ายสัญญาน 5G ใช้ชิปประมวลผล Qualcomm 9150 ที่จะทำให้สามารถ “พูด” และ “ฟัง” ระหว่างรถยนต์-ผู้คน-ระบบสัณญานไฟจราจร โดยส่งข้อมูลแลกเปลี่ยนเพื่อคำนวนเส้นทาง ความปลอดภัย และลดความหนาแน่นของการจราจร รวมถึงการรับสัญญานจากโทรศัพท์มือถือของคนที่กำลังข้ามถนน เพื่อเตือนให้คนขับรู้ล่วงหน้า หากเกิดการเดินตัดหน้าจากมุมอับ ทั้งนี้ Ford เปิดเผยว่า C-V2X ทำงานร่วมกับระบบช่วยเหลือการขับขี่ Ford Co-Pilot 360 ที่จะเริ่มติดตั้งในรถยนต์นั่งเอสยูวี และรถกระบะของพวกเขาที่ผลิตขายในแถบอเมริกาเหนือ ก่อนจะเป็นมาตรฐานในรถทุกรุ่นปี 2020

 

Nissan-Invisible-to-Visible

Nissan : Invisible-to-Visible หรือ I2V เป็นเทคโนโลยีล่าสุดของ Nissan เพื่อช่วยเหลือให้ผู้ขับขี่ “มองเห็นสิ่งที่ไม่ปรากฏอยู่” ด้วยการรวมภาพที่เห็นจากสายตาเป็นหนึ่งเดียวกับโลกเสมือนจริง โดยการส่งผ่านข้อมูล และระบบเซ็นเซอร์ติดตั้งอยู่ทั้งภายในและภายนอกของรถยนต์ ประมวลผลร่วมกับระบบเก็บข้อมูลแบบ COLD โดยเทคโนโลยีล่าสุดที่เป็นส่วนหนึ่งของ Nissan Intelligent Mobillity จะทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลที่จำเป็นไปสู่ผู้ขับขี่ ไม่เพียงแค่รถคันอื่นที่อยู่ใกล้ ๆ สัณญานไฟจราจรหรือข้ามถน แต่ยังรวมถึงรายละเอียดของอาคารที่อยู่รอบ ๆ พร้อมทั้งเพิ่มความสนุกให้คนขับด้วยการจำลองผู้ช่วยเสมือนจริงออกมาเป็นคาแรกเตอร์เด็กสาววัยรุ่นเพื่อช่วยแนะนำข้อมูลอีกด้วย

 

Mercedes-Benz

Mercedes-Benz : อีกหนึ่งค่ายรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับเวที CES ภายใต้คอนเซ็ปต์นำเสนอโลกแห่งอนาคต-Present the Future ประเดิมด้วยการเปิด New CLA Coupe ครั้งแรกของโลก โดยติดตั้งระบบความบันเทิงใหม่ล่าสุด MBUX พร้อมทั้ง Energizing Coach ที่จะใช้อัลกอลิทธึมวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อสร้างรูปแบบที่เหมาะสมกับ B-Class นอกจากนี้ แผนกรถเพื่อการพาณิชย์ Mercedes-Benz VanZ นำรถต้นแบบ Vision Urbanetic มาโชว์ที่สหัฐฯ เป็นครั้งแรก ด้วยการเป็นพาหนะไร้คนขับ พลังงานไฟฟ้าที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางของผู้คนในอนาคต รวมทั้งยังสามารถดัดแปลงเพื่อขนส่งสินค้าด้วยความยาวของตัวรถ 3.7 เมตร

 

Toyota

 

Toyota : ในขณะที่คู่แข่งนำเสนอเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ ผู้ผลิตตรยนต์หมายเลข 1 ของแดนอาทิตย์อุทัย เลือกที่จะเปิดตัว Toyota Guardian” ระบบควบคุมการขับขี่อัตโนมัติที่พัฒนามาจากสถาบันวิจัย Toyota Research Institute (TR) โดยระบบควบคุมการขับขี่อัตโนมัติของ Toyota จะมีกล้องตรวจจับ เซ็นเซอร์ และระบบจำลองภาพ 3D เพื่อช่วยประมวลผลให้คนขับทำหน้าที่เหมือนนักบิน คอยทำหน้าที่ควบคุมเพื่อเดินทางไปสู่จัดหมายโดยสวัสดิภาพมากกว่าการใช้ความสามารถในการขับ โดยระบบ Guardian เตรียมที่จะติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของ Toyota e-Palette รถยนต์ไร้คนขับที่มีแผนจะผลิตขายจริงในอนาคตอันใกล้ และมีแผนจะนำมาทดลองใช้งานระหว่างโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว เป็นเจ้าภาพ

Hyundai : ค่ายรถยนต์เกาหลี่ที่มีชาวอเมริกันเป็นฐานลูกค้าใหญ่ เปิดตัว Hyunda holographic AR Navigation System ระบบจำลองนำภาพเสมือนจริง เป็นครั้งแรกของโลก โดยร่วมมือกับ WayRay AG บริษัทพัฒนาเทคโนโลยีแนวสตาร์ท-อัพ จากประเทศสวิสเซอร์แลนด์ แต่อีกหนึ่งไฮไลท์ของพวกเขา คือการเปิดตัว Elevate รถต้นแบบที่สามารถเดินได้ โดยไอเดียการพัฒนา Elevate ถูกจัดเข้าสู่กลุ่ม Ulimate Mobility Vehicle (UMV) ให้ใช้ปฏิบัติงานในเหตุการณ์ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ เช่น ไฟป่า แผ่นดินไหว พายุเฮอริเคน และน้ำท่วม เป็นต้น เพื่อเข้าช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างรวดเร็วที่สุดใน 72 ชั่วโมงแรก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มีโอกาสรอดสูงสุด โดยเป็นการนำเทคโนโลยีรถยนต์พลังงานไฟฟ้ากับหุ่นยนต์มาเข้าด้วยกันเพื่อให้เข้าสู่พื้นที่เสี่ยงภัย ที่ออฟโรดไม่สามารถเข้าไปได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : Grand Prix Magazine

Advertisement