ด้วยข้อมูลการจดทะเบียนของรถโดยสารจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม จากอดีตจนถึงปัจจุบัน มีมากกว่า 1 ล้านคัน ซึ่งปัจจุบันนี้ในแต่ละปีจะมีตัวเลขจดทะเบียนเฉลี่ยปีละ 1,000 คัน และยี่ห้อที่จดทะเบียนเกิน 50% ก็คือ ยี่ห้อซันลอง ของบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด และหากองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ได้มีโครงการที่จะซื้อรถโดยสารใหม่ ก็จะมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นเกินปีละ 3,000 คันทีเดียว
 
 
เพื่อแสดงศักยภาพให้เห็นว่ารถโดยสารยี่ห้อของตัวเองที่จำหน่ายอยู่ สามารถนำมาเป็นรถเมล์ของ ขสมก. หรือของ บขส. ได้ จะเป็นการยืนยันให้เห็นว่ามีคุณภาพและสามารถประหยัดน้ำมันได้เกินคาด เพราะต้องทำงานหนัก วิ่งบนถนนตลอดเวลาทีเดียว สร้างแรงจูงใจให้กับกลุ่มลูกค้าทั้งรถโดยสารไม่ประจำทางและรถโดยสารวิ่งระหว่างจังหวัดได้
 
ซันลอง คือแชมป์รถบัสจากจีน
 
ด้วยบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถโดยสารยี่ห้อซันลอง ประเทศจีน ได้เข้ามาทำตลาดในเมืองไทยเมื่อประมาณ 14 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าจะมียอดจำหน่ายในประเทศจีนอยู่ในอันดับกลาง ๆ ของตาราง แต่สามารถทำตลาดในเมืองไทยได้เป็นอันดับ 1 ของรถโดยสารจากประเทศจีน เหตุผลสำคัญก็เป็นเพราะสามารถเจาะกลุ่มรถเมล์ ขสมก. ได้มาก ตามมาด้วยรถเมล์ร่วม ขสมก. รถบัส บขส. และรถร่วม บขส. รวมถึงรถโดยสารบริการอื่น ๆ อีก ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ รถโรงงาน และรถวิ่งบริการในสนามบินอีก ทั้งนี้เป็นเพราะได้ทำการตลาดอย่างหนัก ตั้งราคาขายที่สมเหตุสมผล เน้นบริการหลังการขาย รวมถึงคุณภาพของรถก็สามารถทำงานหนักได้ตลอดเวลาอีกด้วย
 
รถเมล์ NGV พิสูจน์ถึงคุณภาพ
 
ย้อนหลังไปดูถึงยอดการจำหน่ายของรถโดยสารซันลอง ที่ได้รับเลือกให้มาเป็นรถเมล์ ขสมก. นั้น ก็มีอยู่เป็นจำนวนมากและที่สำคัญยังได้รับเลือกจากทาง กทม. ให้มาเป็นรถเมล์วิ่งรับ-ส่งผู้โดยสารระยะสั้น โดยมีป้ายรถเมล์อยู่กลางถนน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทุกหน่วยงานของราชการให้การยอมรับในคุณภาพของรถโดยสารซันลองสูงทีเดียว
 
และด้วยโครงการของ ขสมก. ที่จะต้องมีรถเมล์เอ็นจีวีใหม่จำนวน 489 คัน เพื่อนำมาให้บริการกับประชาชนในกรุงเทพและปริมณฑล โดยให้ความสำคัญกับผู้พิการเป็นหลัก จึงต้องมีพื้นเรียบเพื่อง่ายแก่การขึ้นลงของผู้พิการ และที่สำคัญยังช่วยรักษาสภาพแวดล้อมให้สะอาดขึ้นอีกด้วย แม้ว่าเริ่มต้นจะมีผู้ที่ชนะการประมูลคือ บริษัท ช.ทวี จำกัด (มหาชน) แม้ว่าจะไม่มีประสบการณ์ในด้านรถโดยสาร แต่ด้วยความเหมาะสมและเป็นบริษัทใหญ่จึงได้รับความเชื่อมั่นให้ดูแลรถเมล์เอ็นจีวีจำนวน 489 คัน แต่ทางบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด ซึ่งคร่ำหวอดในด้านรถเมล์ ขสมก. มาอย่างยาวนาน ไม่สามารถยอมได้ จึงได้ยื่นเรื่องฟ้องกับศาลปกครองเพื่อให้ ขสมก. แก้ไขการประมูลครั้งแรกและก็สำเร็จ มีการประมูลใหม่ ซึ่งผู้ที่ชนะก็คือ บริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด นั่นเอง 
 
ซึ่งตามระเบียนของรถเมล์เอ็นจีวี ทางเบสท์ริน กรุ๊ปฯ จะต้องส่งมอบให้กับทาง ขสมก. ก่อนสิ้นเดือนธันวาคม 2559 จำนวน 100 คัน และในส่วนที่เหลือจะต้องส่งมอบก่อนช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 
 
ตั้งสำนักงานและศูนย์บริการใหญ่
 
ด้วยแผนการยกระดับไม่ว่าจะเป็นสำนักงาน โชว์รูม และศูนย์บริการ ให้เป็นสากลมากขึ้น เพราะนอกจากจะจำหน่ายรถโดยสารซันลอง ในประเทศแล้ว ยังมีแผนการที่จะส่งออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียนด้วย ดังนั้นมาตรฐานสากลไม่ว่าจะเป็น ISO ต่าง ๆ ก็ต้องมีการรับรองเพื่อให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล
 
รวมถึงยังมีแผนการที่จะตั้งโรงงานประกอบที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง ถือเป็นการร่วมทุนกับบริษัทแม่ ประเทศจีนครั้งใหญ่ โดยมาตรฐานในการประกอบจะอยู่ในระดับเดียวกับโรงงานประกอบของบริษัทแม่ทีเดียว พร้อมทั้งเมื่อขึ้นไลน์ประกอบเรียบร้อยแล้ว ทางลูกค้าสามารถเลือกอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทั้งภายในและภายนอกของตัวรถมาได้เองตามต้องการ ทำให้รถโดยสารซันลอง ได้รับการออกแบบจากตัวลูกค้าด้วย ไม่ใช่ทางโรงงานเลือกสรรออกมาเพียงอย่างเดียว
 
เตรียมทำตลาดไซแทรค
 
นอกจากรถโดยสารซันลอง ที่ทำตลาดอยู่ตัวแล้ว ก็เตรียมที่จะทำตลาดรถบรรทุกไซแทรคด้วย ตามความเป็นจริงแล้วรถบรรทุกไซแทรค ก็คือ รถรุ่นหนึ่งของรถใหญ่ยี่ห้อไซโนทรัค ประเทศจีนนั่นเอง แต่มาตรฐานของรถไซแทรคนั้นเป็นรุ่นที่ประกอบเพื่อการส่งออกโดยเฉพาะ มีการศึกษาสภาพอากาศ สภาพถนน และน้ำหนักบรรทุกของแต่ละประเทศ เพื่อนำมาเลือกสรรวัตถุดิบนำมาประกอบเป็นรถไซแทรคที่เหมาะสมกับแต่ละประเทศที่ส่งออก
 
โดยรถไซแทรคที่นำมาศึกษาตลาดขนส่งก่อน โดยให้กลุ่มลูกค้าได้นำไปทดสอบใช้งานจริง หลังจากนั้นก็จะนำข้อมูลมาศึกษาหาข้อบกพร่องต่าง ๆ อีกครั้งหนึ่ง เพื่อส่งไปให้ทางบริษัทแม่ทำการปรับปรุงอีกครั้ง ซึ่งระยะเวลาที่คาดว่าจะลงสู่ตลาดขนส่งจริงนั้น คาดว่าจะเป็นต้นปี 2561 หลังจากที่ได้ที่มีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจริง เพราะสภาพเศรษฐกิจจะเริ่มเติบโตขึ้นอย่างจริงจังนั่นเอง