ข่าวแว่วออกมาว่า กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าสนับสนุนการใช้รถยนต์พลังงานสะอาดจากไฟฟ้า และก๊าซธรรมชาติ NGV โดยกำหนดอัตราจัดเก็บภาษีรถประจำปีตํ่ากว่ารถยนต์ที่ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิง หวังส่งเสริมประหยัดพลังงาน-อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
จากข้อมูลวันที่ 31 มี.ค. 58 มีจำนวนรถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่จดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบกจำนวน 2,300 คัน เป็นรถจดทะเบียนตามพระราชบัญญัติรถยนต์จำนวน 2,262 คัน ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ส่วนบุคคล และรถที่จดทะเบียนตามพระราชบัญญัติการขนส่งอีกจำนวน 38 คัน ในขณะที่จำนวนรถจดทะเบียนสะสมทั่วประเทศมีจำนวนทั้งสิ้น 36,159,812 คัน เป็นรถใช้นํ้ามันเบนซินเป็นเชื้อเพลิงจำนวน 24,983,990 คัน นํ้ามันดีเซลจำนวน 9,223,381 คัน LPG 1,240,783 คัน และ NGV จำนวน 415,164 คัน
 
ปัจจุบันหากเป็นรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง จะเก็บอัตราภาษีตามนํ้าหนักของรถ เป็นอัตราเดียวกับภาษีที่จัดเก็บในรถกระบะ ซึ่งน้อยกว่าอัตราภาษีรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง ที่ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิง และถ้าหากเป็นรถประเภทอื่น นอกเหนือจากรถนั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 ที่นั่ง เช่น รถตู้ รถบรรทุก รถจักรยานยนต์ รวมไปถึงรถบดถนน รถแทรกเตอร์ที่ใช้ในการเกษตร และรถยนต์รับจ้างระหว่างจังหวัด กำหนดจัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราภาษีในรถประเภทเดียวกันที่ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิง เช่น รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิง เสียภาษีประจำปีคันละ 100 บาท ในขณะที่รถจักรยานยนต์ส่วนบุคคลที่ใช้พลังงานขับเคลื่อนจากไฟฟ้าจะเสียภาษีประจำปีคันละ 50 บาท เท่านั้น
 
สำหรับรถที่ใช้ก๊าซธรรมชาติที่ประกอบด้วยก๊าซมีเทนเป็นส่วนใหญ่เป็นเชื้อเพลิงหรือก๊าซ NGV เพียงอย่างเดียวนั้น จัดเก็บภาษีในอัตรากึ่งหนึ่งของอัตราภาษีในรถประเภทเดียวกันที่ใช้นํ้ามันเชื้อเพลิง แต่หากเป็นระบบก๊าซ NGV ร่วมหรือสลับกับนํ้ามันเชื้อเพลิง อัตราภาษีที่จัดเก็บอยู่ที่สามในสี่ของอัตราที่กำหนด และสำหรับรถที่ใช้แก๊ส LPG นั้น กรมการขนส่งทางบกยังไม่มีการพิจารณาปรับเพิ่มอัตราภาษีรถประจำปี ยังคงเรียกเก็บในอัตราเดิมตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522
 
สามารถขอดูรายละเอียดอัตราภาษีรถประเภทต่างๆ ได้ที่เว็บไซต์ของกรมการขนส่งทางบก www.dlt.go.th