กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือ 15 องค์กรด้านการขนส่งสินค้า และผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ หลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้าและการวิ่งรถเปล่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ระหว่างวันที่ 11–17 เมษายน 2562 เพื่อลดความหนาแน่นของการจราจรและเพื่อความปลอดภัยในการเดินทางแก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน

คุณกมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า เพื่อบรรเทาปัญหาด้านการจราจรและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง กรมการขนส่งทางบกขอความร่วมมือผู้ประกอบการขนส่งหลีกเลี่ยงการขนส่งสินค้า และงดการใช้รถที่ไม่มีการบรรทุกสินค้า (รถเปล่า) ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 ระหว่างวันที่ 11 – 17 เมษายน 2562 ทั้งยังได้ขอความร่วมมือองค์กรด้านการขนส่งสินค้าจำนวน 15 แห่ง ประกอบด้วย

สหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, สมาคมขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย, สมาคมขนส่งสินค้าและโลจิสติกส์ไทย, สมาคมขนส่งสินค้าภาคอีสาน, สมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้, สมาคมผู้ประกอบการรถบรรทุกน้ำมันแห่งประเทศไทย, สมาคมผู้ประกอบการขนส่งพืชผลเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม, สมาคมผู้ประกอบการรถเครน, สมาคมขนส่งสินค้าจังหวัดตาก, สมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออก, สมาคมขนส่งภาคตะวันออก, สมาคมผู้ประกอบการขนส่งแหลมฉบัง ชลบุรี, สมาคมรถบรรทุกภาคตะวันตก, สมาคมผู้ประกอบธุรกิจวัตถุอันตราย และชมรมรถบรรทุกจังหวัดลำปาง

สำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่มีความจำเป็นต้องขนส่งสินค้าในช่วงดังกล่าว ต้องบริหารจัดการเดินรถโดยหลีกเลี่ยงเส้นทางและช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก ตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงและอุปกรณ์ส่วนควบของรถก่อนใช้งานทุกครั้ง กรณีรถพ่วงบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ให้ตรวจสอบการติดตั้งและต้องใช้อุปกรณ์ยึดตรึงตู้คอนเทนเนอร์ (Twist Lock)

รวมทั้งเข้มงวดกวดขันพนักงานขับรถทุกคนต้องมีใบอนุญาตขับรถตรงตามประเภท ไร้สารเสพติดและแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ กรณีที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถขัดข้อง ต้องนำรถให้พ้นจากทางเดินรถโดยเร็วที่สุด เว้นแต่เป็นเหตุสุดวิสัยไม่สามารถเคลื่อนย้ายรถออกจากทางเดินรถได้ ต้องจอดรถในลักษณะที่ไม่กีดขวางการจราจร ต้องแสดงเครื่องหมายหรือสัญญาณฉุกเฉิน เพื่อการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดจากรถบรรทุกในทุกปัจจัยเสี่ยง

รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมดูแลความปลอดภัยให้แก่ประชาชนสำหรับรถที่ติดตั้งระบบ GPS Tracking ผู้ประกอบการขนส่งต้องควบคุมติดตามการใช้ความเร็วของรถบรรทุกอย่างต่อเนื่อง หากพบมีการใช้ความเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด หรือขับรถเกินเวลาที่กฎหมายกำหนดให้ดำเนินการแจ้งเตือนไปยังพนักงานขับรถทันที 

ทั้งนี้ หากผู้ประกอบการขนส่งและพนักงานขับรถละเลยการปฏิบัติตามกฎหมายจนเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง มีผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ มีความผิดทั้งพนักงานขับรถและผู้ประกอบการขนส่งต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายที่เกิดขึ้น โดยกรมการขนส่งทางบกจะพิจารณาพักใช้หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

โดย…น้าเช