หลายคนอาจมองว่างานขับรถบรรทุกคงเป็นงานที่สามารถทำได้เฉพาะผู้ชายเท่านั้น และนั่นก็ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายซะทีเดียว หากคุณได้อ่านบทสัมภาษณ์นี้ อาจจะเป็นความบังเอิญหรือว่าดวงชะตาก็เป็นได้ ที่ทีมข่าว BUS & TRUCK ได้มีโอกาสพบกับคนขับรถบรรทุกหญิงรายหนึ่ง ซึ่งอาจจะอยู่ตรงข้ามกับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงหลายๆ คน อย่างแน่นอน

คุณอรณพา เพรชลาลัย หรือ น้องออม โชเฟอร์ขับรถบรรทุกหญิงที่มีอายุเพียง 22 ปี เธอเล่าว่า จุดเริ่มต้นของการขับรถบรรทุกอย่างจริงจังของเธอคือ เมื่อก่อนหน้านี้บ้านของเธอทำธุรกิจขายส่งอาหารทะเล และปลาน้ำจืด ซึ่งในแต่ละเดือนจะมีการตีรถจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปรับสินค้าที่จังหวัดนครปฐม และจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีการจ้างคนขับรถเป็นเที่ยวละหลายพันบาทต่อ 1 สัปดาห์ ซึ่งเมื่อรวมแล้วจะตกเป็นค่าจ้างประมาณเดือน 2 หมื่นบาท และด้วยสภาวะเศรษฐกิจยังคงฝืดเคือง กิจการที่ทำอยู่ก็ยังสร้างกำไรได้ไม่มากนัก ที่บ้านของเธอจึงต้องยุติการจ้างคนขับรถเพื่อลดค่าใช้จ่าย โดยคุณพ่อและคุณแม่ต้องมาขับรถเพื่อไปรับสินค้าเอง

ต่อมาไม่นานคุณแม่ก็เริ่มอายุมากขึ้นสุขภาพร่างกายจึงไม่แข็งแรงเหมือนแต่ก่อน เธอจึงตัดสินใจออกจากมหาวิทยาลัยในขณะที่เธอเพิ่งจะเรียนอยู่ชั้นปีที่ 1 เพื่อมาช่วยกิจการของที่บ้าน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการทำงานในสายอาชีพนี้อย่างจริงจังโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว

“เนื่องจากเราโตมากับรถบรรทุกตั้งแต่เด็ก ซึ่งเวลาเดินทางไปไหนก็จะติดรถไปกับคุณพ่อและคุณแม่ตลอด จึงเป็นความผูกพันธ์และคุ้นเคยกับรถมาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา พอเริ่มโตขึ้นมาหน่อยก็เริ่มหัดขับเองจนสามารถขับออกถนนใหญ่ได้โดยทุกคนมั่นใจ แต่ก็ยังไม่ได้คิดว่าจะต้องมาจริงจังขนาดนี้ จนกระทั่งเมื่อคุณแม่ไม่สบายเราจึงตัดสินใจพักการเรียนในช่วงที่เรียนอยู่ปี 1 ออกมาช่วยที่บ้าน เพราะกิจการนี้เป็นสิ่งที่คุณพ่อและคุณแม่สร้างมา และเลี้ยงเรามาจนเติบโต ส่วนเรื่องการเรียนหากมีโอกาสหรือพร้อมเมื่อไหร่ก็ยังสามารถกลับไปเรียนอีกได้”

น้องออม เล่าต่อว่า ในทุกสัปดาห์ที่เธอต้องวิ่งรถเปล่าจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน ไปเลือกซื้อสินค้ายังจังหวัดนครปฐม และสมุทรสาคร จะมีการเปลี่ยนผลัดกับพี่ชายหรือคุณพ่อ ผลัดละ 4 ชั่วโมง รวมแล้วกว่าจะถึงจังหวัดนครปฐม ก็ใช้เวลาประมาณ 12 ชั่วโมง เพื่อให้ร่างกายไม่เกิดความเมื่อยล้าและไม่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ อีกทั้งเมื่อไปถึงปลายทางแล้วยังต้องทำหน้าที่เลือกซื้อสินค้าเอง เพื่อให้ได้สินค้าที่มีความสดใหม่ก่อนจะนำกลับมาจำหน่ายทั้งปลีกและส่งในจังหวัดแม่ฮ่องสอนและจังหวัดใกล้เคียง

ด้านเป้าหมายในชีวิต เธอบอกว่า ยังไม่ได้คิดไปไกลมาก เพียงแค่มองว่าถ้าเป็นไปได้ภายในปี 2562 นี้อยากได้รถบรรทุกคันใหม่ เพื่อเข้ามารองรับการขยายกิจการ เพราะรถ 10 ล้อ ที่ใช้วิ่งรับสินค้ามาจำหน่ายที่แม่ฮ่องสอนอยู่ในปัจจุบันเริ่มเก่าแล้ว ในขณะที่รถ 6 ล้อ ที่ต้องใช้ขนถ่ายและกระจายสินค้าไปยังผู้ค้าปลีก เช่น ตลาดนัด หรือตามแผงย่อยต่างๆ ก็เริ่มเก่าแล้วเช่นเดียวกัน ซึ่งรถบรรทุกที่ใช้อยู่ทั้ง 2 คันที่บ้านเลือกใช้ค่าย Hino เพราะสภาพภูมิประเทศในเขตภาคเหนืออย่างจังหวัดแม่ฮ่องสอนส่วนมากจะเป็นทางขึ้นเขาที่สูงชัน ซึ่งรถจากค่ายนี้สามารถตอบสนองการใช้งานได้เป็นอย่างดี

สำหรับงานอดิเรกที่น้องออมชอบทำในเวลาว่าง เธอเล่าว่า ใน 1 สัปดาห์รถจะหยุดวิ่ง 2 วัน เธอจึงชอบใช้โอกาสนี้ตรวจเช็คสภาพรถอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งถือเป็นสิ่งที่เธอชอบและเป็นงานอดิเรกอย่างหนึ่ง นอกจากนี้เธอยังมีความรู้เรื่องการซ่อมแซมเบื้องต้นเมื่อรถเกิดปัญหาได้ด้วยตัวเองอีกด้วย

ส่วนเรื่องความรัก ทุกวันนี้น้องออมไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนี้ เพราะส่วนมากจะตั้งหน้าตั้งตาช่วยงานที่บ้านเป็นหลัก แม้จะมีหนุ่มๆ พยายามเข้ามาจีบแต่ก็ไม่ได้ปิดกั้น และหากหนุ่มคนไหนที่ต้องการจะพิชิตใจเธอ เธอบอกว่า ไม่จำเป็นต้องหล่อหรือรวย ขอเพียงแค่เป็นคนขยันช่วยกันทำมาหากินและเป็นคนดีก็เพียงพอแล้ว

ปัจจุบันน้องออม ต้องขับรถบรรทุก 10 ล้อ โดยวิ่งรถเปล่าจากจังหวัดแม่ฮ่องสอน มุ่งหน้าสู่จังหวัดนครปฐม และสมุทรสาคร ตามลำดับ เพื่อรับซื้ออาหารทะเลและอาหารสดมาจำหน่าย ซึ่งหลังจากที่รับสินค้ามาถึงบ้านแล้ว จะมีการเปลี่ยนถ่ายสินค้าเหล่านี้ไปยังรถบรรทุก  6 ล้อ เพื่อวิ่งกระจายส่งสินค้าไปยังจังหวัดเชียงใหม่ และอำเภอต่างๆ ถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีมุมมองการใช้ชีวิตที่น่าสนใจอีกหนึ่งคน

ที่สำคัญ “น้องออม” ยังเป็นลูกที่มีความกตัญญูกตเวที จึงเชื่อว่า ชีวิตน้องออมจะต้องมีแต่เรื่องดี ๆ เข้ามาอย่างแน่นอน ในท้ายที่สุดก็อยากขออวยพรให้ครอบครัวน้องออมเจริญรุ่งเรือง ก้าวหน้า ร่ำรวยๆ 

โดย…น้าเช

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารในแวดวงนี้ส่งก่อนใคร 

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/