กรมการขนส่งทางบก เผยผลการดำเนินการช่วง 7 วันแรก ระหว่าง 4-10 เมษายน 2562 ตรวจความพร้อมรถโดยสารและพนักงานขับรถ ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทั่วประเทศ จำนวน 99,798 ราย พบข้อบกพร่องสั่งเปลี่ยนรถ 3 คัน และเปลี่ยนตัวพนักงานขับรถ 2 คน ย้ำตรวจเข้มข้นต่อเนื่องตลอดช่วงสงกรานต์ 2562 เพื่อความปลอดภัยในการเดินทางของประชาชน

คุณพีระพล ถาวรสุภเจริญ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงผลการดำเนินการตามมาตรการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน เทศกาลสงกรานต์ 2562 ของกรมการขนส่งทางบก ในช่วงเตรียมความพร้อม ระหว่างวันที่ 4-10 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ว่า กรมการขนส่งทางบก ร่วมกับ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.), สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา,ทหาร, ตำรวจ และหน่วยงานท้องถิ่น ตรวจเข้มข้นรถโดยสารสาธารณะและพนักงานขับรถก่อนออกเดินทาง ณ สถานีขนส่งผู้โดยสารและจุดจอดทั่วประเทศ รวม 195 แห่ง

โดยสามารถตรวจความพร้อมของรถโดยสารและพนักงานขับรถจำนวนทั้งสิ้น 99,798 คัน แบ่งเป็นรถโดยสารหมวด 2 กรุงเทพฯ-ต่างจังหวัด จำนวน 45,964 คัน และรถโดยสารหมวด 3 วิ่งระหว่างจังหวัด จำนวน 53,834 คัน ในจำนวนนี้พบรถโดยสารหมวด 2 มีข้อบกพร่องจำนวน 3 คัน เนื่องจากปัญหายางชำรุด, ถังดับเพลิงไม่พร้อมใช้งาน, กระจกหน้าแตกร้าว ซึ่งส่งผลกระทบกับความปลอดภัยจึงสั่งให้ผู้ประกอบการเปลี่ยนรถคันใหม่ทดแทนทันที

ส่วนการตรวจความพร้อมพนักงานขับรถ พบการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดว่าด้วยความปลอดภัยจำนวน 2 ราย สั่งเปลี่ยนตัวพนักงานขับรถทันทีเช่นกัน สำหรับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ระหว่างวันที่ 11-17 เมษายน 2562 กรมการขนส่งทางบกกำชับทุกหน่วยดำเนินการเข้มข้นทุกมาตรการ ทั้งการตรวจความพร้อมรถโดยสารสาธารณะ รถเสริม พนักงานขับรถ และพนักงานประจำรถ พร้อมจัดเจ้าหน้าที่ประจำ “ศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 (ชั่วคราว)” ภายในสถานีขนส่งผู้โดยสารทุกแห่ง กรณีประชาชนพบปัญหาจากการใช้บริการรถโดยสารสาธารณะสามารถแจ้งข้อมูลได้ทันที รวมถึงอำนวยความสะดวกให้คำแนะนำในการซื้อตั๋วโดยสารที่ช่องจำหน่ายตั๋ว และขึ้นรถที่ชานชาลาเพื่อป้องกันการฉวยโอกาส

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับมาตรการเพิ่มความปลอดภัยระหว่างการเดินทาง ระหว่าง 11-17 เมษายน 2562 กำหนดให้รถโดยสารสาธารณะและรถเสริมทุกคันที่มีเส้นทางวิ่งผ่านจุด Checkpoint ใน 17 จังหวัด รวม 18 แห่ง ต้องนำรถเข้าตรวจความพร้อม ได้แก่ ลำปาง, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, ตาก, นครราชสีมา, บุรีรัมย์, ขอนแก่น, อุดรธานี, ร้อยเอ็ด, ชัยนาท, ระยอง, ฉะเชิงเทรา, ประจวบคีรีขันธ์, นครศรีธรรมราช, สุราษฎร์ธานี, กระบี่ และสงขลา มีการออกหน่วยเคลื่อนที่ตรวจจับความเร็วรถโดยสารสาธารณะด้วยกล้องตรวจจับความเร็วด้วยแสงเลเซอร์ และติดตามพฤติกรรมพนักงานขับรถผ่านระบบ GPS Tracking แบบออนไลน์ Real-time ผ่านศูนย์ GPS ส่วนกลางและส่วนภูมิภาค รวมทั้งประชาชนสามารถติดตามได้ผ่านแอปพลิเคชัน DLT GPS ตลอดเทศกาล

โดย…น้าเช

 

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารในแวดวงนี้ก่อนใคร 

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/