“วัดท่าไม้” กำลังโด่งดังเป็นกระแสในชั่วข้ามคืนในประเด็นดราม่าทุเรียนฟรี แต่ในคอลัมน์นี้เราจะขอพูดถึงในเรื่องของที่ไปที่มาที่หลายคนอาจสงสัย และยังไม่รู้เกี่ยวกับสติ๊กเกอร์ยอดฮิตติดท้ายรถ “วัดท่าไม้” ซึ่งที่ผ่านมาเราจะพบว่า ไม่ว่าจะเดินทางไปไหนก็จะต้องเจอสติ๊กเกอร์นี้ และวันนี้เราจะมาหาคำตอบไปด้วยกันครับ

สำหรับเรื่องนี้ เคยมีทีมข่าวจากช่องโมโนลงพื้นที่เพื่อหาคำตอบมาแล้ว โดยพระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เจ้าอาวาสวัดท่าไม้ เปิดเผยว่า แรงบันดาลใจในการทำสติ๊กเกอร์วัดท่าไม้ มาจากการที่เจ้าอาวาสได้ไปพบเห็นสติ๊กเกอร์ท้ายรถรูปวัดหลวงพ่อโสธรที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งทำขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ให้คนร่วมทางรู้ว่าเป็นศิษย์หลวงพ่อโสธร ดังนั้นจึงจัดทำสติ๊กเกอร์วัดท่าไม้ขั้นมาบ้าง เพื่อให้รู้ว่าคนมาวัด และเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่รู้ด้วยว่าคนแปลกหน้าที่เข้ามาในพื้นที่ มาทำบุญจะได้ช่วยอำนวยความสะดวก

โดยสติ๊กเกอร์ของวัดท่าไม้จะแบ่งออกเป็น 2 สี ประกอบด้วย 1.สีเหลืองใช้ติดสำหรับรถของคนที่มาถือศีลปฏิบัติธรรม และ 2.สติ๊กเกอร์สีขาวใช้สำหรับคนที่มาไหว้พระทำบุญ นอกจากนี้ ประโยชน์ของสติ๊กเกอร์นี้ยังเป็นตัวเชื่อมระหว่างคนใช้รถใช้ถนนให้มีน้ำใจต่อกัน เสมือนเป็นศิษย์วัดเดียวกันต้องรู้จักเอื้อเฟื้อกัน และหากมีกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ หรือมีเรื่องเบียดเบียนกัน ก็ต้องให้อภัยซึ่งกันและกันเวลาเกิดปัญหาอีกด้วย

ปัจจุบันวัดท่าไม้ เป็นวัดที่เหล่าบรรดาศิลปิน ตลอดจนดารานักแสดง นิยมเดินทางมาทำบุญและฝากตัวเป็นลูกศิษย์ของวัด โดยท่านเจ้าอาวาสก็ได้สั่งสอนกลุ่มคนเหล่านี้อยู่เสมอว่า เมื่อเป็นคนดังก็ต้องตอบแทนสังคม ต้องทำบุญเพื่อสาธารณะกุศลและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับคนในสังคมด้วย เมื่อมีชื่อเสียงแล้วต้องไม่เย่อหยิ่ง รวยแล้วต้องไม่ลืมคนจน ไม่ลืมทำความดี

Source :  MONO 29

————————————————-

ภาพจากวัดท่าไม้

ประวัติที่สำคัญ 

“วัดท่าไม้” ตั้งอยู่เลขที่ 51 หมู่ 11 ถ.เศรษฐกิจ 1 ซอย 8 ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร สังกัดคณะสงฆ์มหานิกาย ปัจจุบันมีวัดพระครูปลัดอุเทน สิริสาโร เป็นเจ้าอาวาส

ย้อนไปเมื่อต้นปี 2520 มีพระภิกษุหนุ่มอายุราว 24 ปี แบกกลดสะพายบาตร ยืนสงบอยู่ ทราบว่า ท่านเป็นพระธุดงค์ชื่อ ยอดชาย ฉายา อุปติสฺโส พรรษา 1 วัดหนองโตนด (พันท้าว) ต.พงตึก อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ต้องการหาสถานที่เพื่อปฏิบัติสมณธรรม คุณทุยดีใจและได้ชี้นำบริเวณปากคลองคอกหมู ริมแม่น้ำท่าจีน อยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านนั้นนัก ให้เป็นที่พักซึ่งวิเวกร่มรื่นสงบ อากาศดีไม่มีคนพลุกพล่าน คุณทุยได้ขอปวารณาตัวเพื่ออุปถัมภ์ท่านตลอดไป แล้วชักชวนญาติสนิทมิตรสหาย ช่วยกันสร้างที่พักสงฆ์

ด้วยจริยาวัตร และสามัคคีธรรมร่วมกันของพระภิกขุกับชาวบ้าน ประสงค์จะสร้างเป็นวัด ให้ถาวรวัฒนาสืบไป จึงขออนุญาตสร้างวัด ซึ่งต้องรวบรวมเงินยืมจากคหบดีใกล้เคียง มาเป็นทุนจดทะเบียนในวันที่ 20 ตุลาคม 2520 และเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2520 จนได้รับใบอนุญาตสร้างวัดจากกรมการศาสนา ให้นามว่า “สำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี (ท่าไม้)”

ตั้งแต่นั้นมา ท่านพระอาจารย์ยอด ประกอบด้วยบารมี สามารถสร้างศรัทธาและพัฒนาสำนักสงฆ์ ให้เจริญทั้งวัตถุธรรมและศีลธรรม ตลอดจนสาธารณประโยชน์ อาทิ ศาลาท่า,บ่อสูบน้ำบาดาลจ่ายไปยังหมู่บ้านหมู่ 11, ติดตั้งไฟฟ้า และสร้างศาลาการเปรียญ เนื่องจากการคมนาคมในสมัยนั้น ใช้ทางเข้าออกสำนัก เพียงทางเรือทางเดียว ท่านจึงดำเนินการขอถนน เส้นทางจากวัดท่ากระบือมายังสำนักสงฆ์ ระยะทางยาวประมาณ 5 กิโลเมตรเศษ

ต้นฤดูหนาว คืนวันพุธก่อนวันพฤหัสบดีที่ 12 พฤศจิกายน 2524 เป็นวันลอยกระทง  ท่านพระอาจารย์ยอด แจ้งแก่คุณทวี สมท่า ชาวบ้านอ้อมใหญ่ศิษย์ผู้ดูแลใกล้ชิดว่า “ขอฝากวัดด้วย” รุ่งขึ้นท่านได้จาริกหายไป  ไม่กลับคืนอีกเลย รวมเวลา 4 ปี ของท่านพระอาจารย์ยอดชาย อุปติสฺโส วัดทิ้งร้างห่างหลายปี มีบางท่าน ได้เสนอให้ยุบเลิกวัดเสีย แต่ท่านเจ้าคณะตำบลท่าไม้ขณะนั้นคือ ท่านพระครูธรรมรัตน์ วัดนางสาว ได้เล็งเห็นประโยชน์แก่มหาชนรุ่นหลัง ให้คงสภาพสำนักสงฆ์ต่อไป และมอบให้ ท่านพระอาจารย์ประสิทธิ์  กิตฺติภทฺโท อายุ 23 ปี พรรษา 2 นักธรรมโท มาเป็นผู้ปกครองดูแล ตั้งแต่วันที่ 29 กรกฎาคม 2527 ร่วมกับพระวิรัตน์  ตนฺติปาโล อายุ 27 ปี พรรษา 5 นักธรรมเอก จากวัดนางสาวเช่นกัน

คุณแม่จินตนา แสงวิรุณ ได้นิมนต์ให้พระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโล มาพักรักษาตัวที่สำนักสงฆ์แห่งนี้ระหว่างวันที่ 20 มกราคม 2530 จนหายอาพาธกลับไปเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ในปีเดียวกัน และเมื่อถึงกลางปี 2531 จึงได้ริเริ่มโครงการสร้างอุโบสถ รวมทั้งอาราธนา ท่านพระอาจารย์สุรสิงห์  สุรสีโล พร้อมคณะ จากวัดสุมนาวาส เขากะโหลก ต.ปากน้ำ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นลูกหลานของญาติโยมในพื้นที่มาสังกัดสำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษีอย่างเป็นทางการ เพื่อช่วยเหลือในกิจการต่างๆ  และเชิญ คุณนิวัติ โศภารักษ์ เป็นประธานสร้างอุโบสถ

ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2532 จึงได้ยกฐานะของสำนักสงฆ์โพธิธรรมรังษี ขึ้นเป็น “วัดท่าไม้” ตามประกาศของกระทรวงศึกษาธิการ เนื่องจากเป็นการสมควรที่วัดท่าไม้จะได้มีเจ้าอาวาส ท่านเจ้าคณะตำบลท่าไม้ ในขณะนั้นคือท่านพระครูสาครธรรมรัตน์ วัดสุวรรณรัตนาราม ได้อาราธนาท่านพระครูโสภณธรรมสาคร เจ้าคณะอำเภอกระทุ่มแบน วัดอ้อมน้อย มาประชุมร่วมกับพระภิกษุสามเณรและทายก ทายิกาของวัดท่าไม้ สรรหาพระภิกษุที่มีคุณสมบัติตามกฎมหาเถรสมาคม นำเสนอพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระราชสาครมุนี เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสาคร วัดเจษฎาราม ให้พระอาจารย์สุรสิงห์ สุรสีโลเป็นเจ้าอาวาส (Source: https://wattamai.org/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%94%E0%B8%97%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%89/)