หลายคนมองว่าการถมที่ดินเป็นเรื่องไกลตัวและไม่ค่อยมีใครใส่ใจ หรือให้ความสำคัญกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่ ซึ่งอันที่จริงแล้ว อาจกล่าวได้ว่าการถมที่นี่แหล่ะคือสิ่งที่เป็นรากฐานและปัจจัยสำคัญของการสร้างบ้านและการก่อสร้างอาคารขนาดใหญ่เลยก็ว่าได้

ที่ได้เกริ่นนำถึงเรื่องนี้ก็เพราะผู้เขียนเคยมีประสบการณ์โดยตรงจากการลงพื้นที่ในโซนภาคอีสานเมื่อหลายปีก่อน ราวๆ 5-6 ปีที่แล้ว พี่น้องทางภาคอีสานที่มีบ้านอยู่ใกล้กับพื้นที่ราบลุ่ม เช่น แม่น้ำโขง แม่น้ำชี และแม่น้ำมูล เป็นต้น ต่างพากันต่อเติมและปรับปรุงบ้านให้สูงขึ้นเพื่อหนีปัญหาน้ำท่วมกันเป็นจำนวนมาก

และเมื่อพูดถึงธุรกิจถมที่ คนที่อาศัยอยู่ในเมืองหลายคนอาจมองว่า เป็นเรื่องที่ค่อนข้างไกลตัว แต่ถ้าเป็นคนต่างจังหวัดแล้วก็จะเห็นเป็นเรื่องปกติ เพราะนับตั้งแต่ประเทศไทยเข้าสู่ยุคที่เรียกว่า “ประเทศที่กำลังพัฒนา” ก็จะเห็นรถขุดดิน (แบคโฮ) รถดัมพ์ 6 ล้อ หรือ 10 ล้อขนดิน วิ่งกันสนั่นหวันไหว ในพื้นที่ชนบทหรือตามหัวเมืองต่างๆ ที่กำลังพัฒนา ซึ่งคอลัมน์นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ด เนื่องจากทีมข่าว BUS & TRUCK มีโอกาสได้พูดคุยกับลูกสาวเจ้าของธุรกิจรับถมที่ในจังหวัดศรีสะเกษ ที่จะมาบอกเล่าเรื่องราวดีๆ ที่หลายคนอ่านแล้วต้องประทับใจอย่างแน่นอน

คุณณัฐกุล ทองสลับ หรือ น้องไอ สาววัย 28 ผู้คลุกคลีอยู่กับรถแบคโฮ และรถดัมพ์ มาตั้งแต่เล็กจนโต เล่าว่า ปัจจุบันเธอช่วยดูแลธุรกิจของครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นรับเหมาถมที่ ขุดลอก และรับเหมาต่างๆ ซึ่งเป็นธุรกิจที่คุณพ่อสร้างมา เมื่อเห็นคุณพ่อทำสิ่งเหล่านี้มาตั้งแต่ตัวเองยังเด็ก ภาพที่เห็นอยู่ทุกวันเป็นประจำก็เริ่มซึบซับเข้ามาจนมองเป็นเรื่องปกติ

สำหรับสิ่งที่เธอต้องช่วยงานของครอบครัวเป็นประจำ ส่วนมากจะเป็นงานรับเหมาถมที่ งานขุดลอกคลอง ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมานี้ เธอสามารถทำงานเช่นเดียวกับผู้ชายได้ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถแบคโฮ รถดัมพ์-รถบรรทุก 6 ล้อ และ10 ล้อ หรือแม้กระทั่งการทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย โดยงานที่ได้รับจะเป็นทั้งงานที่มาจากภาครัฐและเอกชนในพื้นที่

 

“เราเริ่มหัดขับรถแบคโฮ รถ 6 ล้อ และ10 ล้อ แบบจริงจังก็เมื่ออายุ 18 ปี ถ้าย้อนกลับไปตั้งแต่จำความได้เราก็เห็นคุณพ่อทำงานนี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพ่อรักและเป็นอาชีพที่สร้างรายได้หาเลี้ยงเรามาจนเติบโต แม้ในช่วงหนึ่งของวัยเรียนเคยคิดไว้ว่าจะเรียนต่อสาขาคุรุศาสตร์และเมื่อเรียนจบแล้วจะประกอบอาชีพเป็นครู แต่เมื่อลองคิดทบทวนดูอย่างรอบคอบแล้ว จึงตัดสินใจที่จะสานต่อกิจการของพ่อแทน ซึ่งเราเองก็มองว่าอาชีพนี้เป็นนายตัวเอง ได้ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวและคนที่เรารัก

ถ้าพูดถึงเรื่องประสบการณ์การทำงานที่ตื่นเต้นที่สุดก็คงเป็นการได้ลองทำอะไรหลายๆ อย่าง เพราะถือเป็นสิ่งที่จะได้ลองทำหน้าที่อื่นๆ และเมื่อครั้งหนึ่งในชีวิตเคยมีโอกาสไปขับรถ 10 ล้อในเหมืองที่จังหวัดลำปาง ซึ่งมีความท้าทายเป็อย่างมาก แต่สำหรับเราแล้วก็นับว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ฝึกฝนและพัฒนาฝีมือการขับรถ อีกทั้งยังเป็นการสะสมประสบการณ์มาใช้ในการทำงานได้เป็นอย่างดี”

น้องไอ เล่าต่อว่า ปัจจุบันเธอได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าในจังหวัดศรีสะเกษ และพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งจุดเด่นที่ทำให้ผู้ว่าจ้างหรือลูกค้าต่างให้ความไว้วางใจเรียกใช้บริการด้วยดีเสมอมา คือ ความเป็นกันเองที่มากับความเป็นมืออาชีพที่คุณพ่อและทีมงานสร้างมาตั้งแต่อดีต นอกจากนี้ ยังสามารถให้คำปรึกษากับลูกค้าได้ทุกเรื่อง ด้วยความเอาใจใส่ ซึ่งทุกงานเรายึดหลักให้บริการในราคาที่เหมาะสม เป็นกันเอง และสามารถต่อรองได้

สำหรับสิ่งที่อยากฝากถึงคนที่ยังไม่เข้าใจและยังมองว่าผู้หญิงเป็นเพศที่อ่อนโยนไม่เหมาะกับรถใหญ่ เธอบอกว่า “คนเราอย่าตัดสินคนที่เพศและภายนอก ทุกคนมีความสามารถเหมือนกัน แต่ขึ้นอยู่กับเราจะทำหรือไม่ก็เท่านั้น” ส่วนคติประจำใจที่เธอยึดมั่นมาโดยตลอด คือ “เงินก็ได้มาจากการทำงาน อย่าเกียจคร้านไม่ทำงานก็ไม่มีเงิน”

ความประทับใจที่ผู้เขียนได้รับจากเรื่องราวในครั้งนี้ นอกเหนือจากความแกร่งของสาวขับ 10 ล้อแล้ว ก็ยังมองเห็นความสำคัญของเรื่องการมองโลกจากสตรีเพศที่ปัจจุบันเปิดโอกาสให้กับตัวเองได้ก้าวข้ามคำจำกัดความแบบเดิมๆ ในอดีต ที่ต้องผูกไว้ว่า ผู้ชายเพียงเท่านั้นที่สามารถทำงานเหล่านี้ได้เพียงฝ่ายเดียว ซึ่ง “น้องไอ ณัฐกุล ทองสลับ ทีมงานพ่อใหญ่คำ” ได้ทำให้เห็นแล้ววันนี้

โดย…น้าเช

 

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารในแวดวงนี้ส่งก่อนใคร 

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/