สหพันธ์ขนส่งฯ วอนรัฐดูแลกลุ่มรถใหญ่อย่างจริงใจ เหตุตั้งกฎบีบกลุ่มสิบล้อและรถบัสรอบด้าน มั่นใจกลุ่มสหพันธ์ขนส่งฯ พร้อมทำตามกฎหมาย ทั้งควบคุมรถบรรทุกน้ำหนักเกิน และขับรถตามกฎระเบียบ เพื่อความปลอดภัยของเพื่อนรถทาง ฝากรัฐเร่งแก้ปัญหา GPS เพราะรถเกิดอุบัติเหตุแล้วลืมแจ้งกรมขนส่งฯ ผู้ประกอบการโดนปรับเงิน 10,000 บาท ระบุกลุ่มรถใหญ่ไม่ใช่ผู้ร้ายก่อมลพิษ PM 2.5 และอยากให้ภาครัฐลดภาษีนำเข้ารถใหญ่ไฟฟ้า จูงใจผู้ประกอบการนำมาใช้ขนส่งในไทย พร้อมสนับสนุน BUS & TRUCK ’19 ให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

คุณอภิชาติ ไพรรุ่งเรือง ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า จากปัญหาการติดตั้งระบบ GPS ในรถบรรทุกที่มีประมาณ 1 ล้านกว่าคัน แบ่งเป็นรถบรรทุกสาธารณะ 2 แสนกว่าคันที่ได้ติดตั้ง GPS ทั้งหมดแล้ว ขณะที่รถบรรทุกส่วนบุคคลอีก 8 แสนคันนั้น ซึ่งตามที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จะบังคับให้ติด GPS ในปี 2563

GPS ทำร้ายกลุ่มรถใหญ่ จอดเสียถูกปรับ 10,000 บาท

โดยรถใหญ่ที่ได้ติดตั้ง GPS แล้วนั้น ส่วนใหญ่จะมีปัญหาในเรื่องการบังคับใช้ เช่น เมื่อรถบรรทุกเกิดอุบัติเหตุ หากผู้ประกอบการไม่ได้แจ้งเรื่องไปยัง ขบ. ให้ทราบ ผู้ประกอบการจะถูกปรับเงินจำนวน 10,000 บาท โดยในเรื่องดังกล่าว สหพันธ์ฯ ต้องหารือร่วมกับ ขบ. เพื่อแก้ไขดำเนินต่อไป เนื่องจากในบทลงโทษกรณีแบบนี้ ทางสหพันธ์ฯ มองว่า ผู้ให้บริการระบบ GPS ควรจะมีส่วนรับผิดชอบด้วย โดยผู้ให้บริการระบบ GPS ควรแจ้งข้อมูลให้ ขบ. ทราบ แต่ปัจจุบันกลับมาให้ผู้ประกอบการไปแจ้งข้อมูลให้ ขบ.ทราบ ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้รายงาน ขบ. เพื่อให้ ขบ. เตรียมประสานงานให้ทางสหพันธ์ฯ เข้าไปหารือกับทางผู้ให้บริการระบบ GPS เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา รวมทั้งอยากให้ภาครัฐดูแลกลุ่มรถใหญ่อย่างจริงใจด้วย

พร้อมทำตามกฎหมาย เพื่อความปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมทาง

ทั้งนี้ จากกรณีปัญหาเรื่องรถบรรทุกน้ำหนักเกินที่ทำผิดกฎหมาย ส่งผลให้ถนนชำรุดเสียหายจำนวนมาก ดังนั้น ทางสหพันธ์ฯ จึงยื่นเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และกองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) เพื่อให้แก้ไขปัญหา โดยเฉพาะการดูแลน้ำหนักก่อนขึ้นทางด่วน เนื่องจากขณะนี้รถบรรทุกมีการแอบลักลอบขึ้นทางด่วนเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม หากตำรวจยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ทางสหพันธ์ฯ จะรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ทราบต่อไป โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการให้มีการดำเนินการจับกุมรถบรรทุกที่บรรทุกน้ำหนักเกินอย่างเข้มงวด ทั้งยังเป็นการลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และปลอดภัยต่อเพื่อนร่วมทางด้วย

กลุ่มรถใหญ่ไม่ใช่ผู้ร้ายก่อมลพิษ PM 2.5 วอนรัฐลดภาษีรถใหญ่ไฟฟ้า

สำหรับปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 นั้น กลุ่มรถใหญ่ไม่ใช่ผู้ร้าย และไม่เคยนิ่งนอนใจที่จะร่วมแก้ปัญหาเหล่านี้ ดังนั้น ทางสหพันธ์ฯ จึงมีแนวคิดที่จะนำรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้ เนื่องจากในต่างประเทศ ทั้งประเทศเยอรมนี และจีนได้ผลิตรถไฟฟ้าใช้แล้ว ทั้งรถจักรยานยนต์ (จยย.) ไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าขนาด 4-6 ล้อ และรถบรรทุกไฟฟ้า ขณะเดียวกันปัจจุบันผู้ประกอบการบางบริษัทในไทยได้นำรถบรรทุกไฟฟ้าทดลองวิ่งประมาณ 10 คัน พบว่า รถบรรทุกไฟฟ้าใช้งานได้ดี  แต่มีบางบริษัทที่ทดลองใช้รถบรรทุกไฟฟ้าจะมีปัญหาเรื่องแบตเตอรี่ที่ยังไม่มีความเสถียร ซึ่งต้องศึกษาโครงสร้างผลิตแบตเตอรี่ที่นำมาใช้อีกครั้ง เพราะแบตเตอรี่จะมีอายุการใช้งานได้ 7-8 ปี

“เรื่องรถบรรทุกไฟฟ้าได้หารือและเสนอ คุณอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บ้างแล้ว เพราะการที่จะนำรถบรรทุกไฟฟ้ามาใช้นั้นภาครัฐต้องให้การสนับสนุนเรื่องภาษี โดยลดภาษีนำเข้าให้ต่ำ เช่น ผลิตที่ต่างประเทศ ขายคันละ 1 ล้านบาท เมื่อนำเข้าจากไทยแล้วควรขายคันละ 1.3-1.4 ล้านบาท เพื่อจูงใจให้ผู้ประกอบการนำมาใช้ และจะได้ประสบความสำเร็จ เหมือนกับการที่ภาครัฐสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้เชื้อเพลิงเอ็นจีวี ทั้งเงินทุนและเงินกู้ต่างๆ เพราะต้นทุนรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง อยู่ที่คันละ 3-3.5 ล้านบาท ขณะที่รถบรรทุกจากยุโรปคันละ 5-6 ล้านบาท ส่วนรถบรรทุกที่ใช้น้ำมันยูโร 5 คันละ 4 ล้านกว่าบาท คาดว่าภายใน 1-2 ปีไทยต้องนำเข้ามาให้บริการ สำหรับรถบรรทุกไฟฟ้าคาดว่าจะราคาถูกกว่านี้ เพราะใช้ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ทำให้เครื่องจักรน้อยลง”

ใช้รถใหญ่ไฟฟ้า ลดต้นทุนและหมดห่วงเรื่องคนขับลักขายน้ำมันได้

อย่างไรก็ดี รถบรรทุกไฟฟ้านี้การชาร์จ 1 ครั้ง จะวิ่งได้ 100 กม. ขณะที่ชาร์จ 8 ชม. จะวิ่งได้ 250-300 กม. โดยสถานีชาร์จไฟฟ้าสามารถมาติดตั้งในพื้นที่สถานีเติมน้ำมันทั่วไปได้ทันที โดยแต่ละแห่งสามารถรองรับได้ประมาณ 10-20 คัน ซึ่งการสร้างสถานีชาร์จนี้แล้วแต่ผู้ประกอบการ บางรายอาจจะมีรถบรรทุกจำนวนมากเหมาะที่จะสร้างสถานีชาร์จไว้ในจุดที่ตามแนวเส้นทางที่รถบรรทุกขนส่ง เช่น วิ่งเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ควรจะสร้างสถานีชาร์จไว้ที่บริเวณ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อย่างไรก็ตาม การใช้รถบรรทุกไฟฟ้าทำให้ผู้ประกอบการมีความมั่นใจว่าพนักงานขับรถไม่แอบลักลอบนำน้ำมันไปขาย รวมทั้งลดต้นทุนการขนส่งด้วย ทำให้ประชาชนได้รับอานิสงค์ได้บริโภคสินค้าที่มีราคาถูกลง นอกจากนี้รถบรรุกสามารถเชื่อมโยงการขนส่งสินค้ากับต่างประเทศได้ด้วย เพราะปัจจุบันจีนได้ใช้รถบรรทุกไฟฟ้าแล้ว หากมีเส้นทางการขนส่งไปยังจีน และมีสถานีชาร์จไฟฟ้าสามารถนำรถบรรทุกไฟฟ้าวิ่งได้ ซึ่งต้องพิจารณาตามแนวเส้นทาง

พร้อมหนุนงาน BUS & TRUCK ’19 ให้ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

คุณอภิชาติ กล่าวถึงงาน BUS & TRUCK ’19 ว่า ทางสหพันธ์ฯ และสมาคมขนส่งต่างๆ พร้อมสนับสนุนงานแสดงรถใหญ่ของไทย คืองาน BUS & TRUCK ’19 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 พ.ย. 2562 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ และอยากให้ค่ายรถใหญ่และอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องนำสินค้าเทคโนโลยีใหม่ๆ และนวัตกรรมระดับโลกมาโชว์ เช่น รถบรรทุกไฟฟ้า รถบัสไฟฟ้า เพื่อให้ภาคขนส่งรู้ว่า งาน BUS & TRUCK คืองานที่ล้ำไปด้วยนวัตกรรม ตรงนี้จะทำให้งาน BUS & TRUCK ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาค

           โดย…กองบรรณาธิการ BUS & TRUCK

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร 

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/