วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) เตรียมเปิดบริการสถานีอัดประจุไฟฟ้า แห่งแรกย่านถนนจรัญสนิทวงศ์ ปลายปี 2561 เพื่อให้บริการประชาชนทั่วไป และบุคลากรในวิทยาลัยฯ
 
อาจารย์พรพิสุทธิ์ มงคลวนิช อธิการบดี วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม (STC) กล่าวถึงโครงการสนับสนุนการลงทุนสถานีอัดประจุไฟฟ้า หรือ Charging Station ว่า ทาง STC ได้ตระหนักถึงนโยบายของภาครัฐที่ต้องการส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า จึงได้เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อจัดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าหวังรองรับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยคณะเทคโนโลยี STC ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกระทรวงพลังงาน เพื่อติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้ารอบที่ 1 ประเภทหัวจ่าย Quick จำนวน 1 หัวจ่าย งบประมาณสนับสนุน 700,000 บาท นับเป็นสถาบันการศึกษา 1 ใน 2 แห่งที่ได้รับเลือกให้ได้งบสนับสนุนในรอบแรก และเป็นวิทยาลัยเอกชนแห่งแรกที่ได้รับการสนับสนุน
“เนื่องจากนโยบายของ STC ให้ความสำคัญกับเรื่องพลังงานและสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มานาน เมื่อ 2 ปีก่อนเราก็ผลิตรถยนต์พลังงานแสงอาทิตย์ STC–1 เพื่อนำไปแข่งขันที่งาน World Solar Challenge ณ ประเทศออสเตรเลีย ในปีนี้เรามีแผนที่จะส่งรถ STC–2 เข้าประกวด ถ้าเรามีสถานีอัดประจุไฟฟ้าเราจะครบวงจรในฐานะสถาบันการศึกษาที่ทำให้ความสำคัญในเรื่องของเทคโนโลยีที่ใส่ใจในสิ่งแวดล้อม”
 
สำหรับเป้าหมายของการเข้าร่วมโครงการฯ นั้น วิทยาลัยฯต้องการติดตั้งสถานีอัดประจุไฟฟ้าสำหรับการใช้งานสาธารณะเพื่อประชาชนทั่วไป และยังเป็นการส่งเสริมการนำร่องการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าภายในหน่วยงานวิทยาลัยฯ นอกจากนี้ ยังเป็นการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
ทั้งนี้สถานีอัดประจุไฟฟ้าของวิทยาลัยฯ ประกอบด้วยเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบธรรมดา (Normal Charge) จำนวน 1 ชุด และเครื่องอัดประจุไฟฟ้าแบบเร่งด่วน (Quick Charge) จำนวน 1 ชุด โดยวางงบประมาณโครงการไว้ที่ 3 ล้านกว่าบาท ในอนาคตจะมีการเพิ่มหัวอัดประจุไฟฟ้าตามความเหมาะสม และความต้องการของตลาด
 
“สถานีบริการอัดประจุไฟฟ้าแห่งนี้จะเป็นแห่งแรกบนถนนจรัญสนิทวงศ์ เราเชื่อมั่นว่าความพร้อมเรื่องสถานที่ และความพร้อมของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า ซึ่งเรานำเข้าจากต่างประเทศจะได้รับการตอบรับจากผู้ที่ใช้รถยานยนต์ไฟฟ้าในบริเวณถนนจรัญสนิทวงศ์และบริเวณใกล้เคียงเป็นอย่างดี สำหรับค่าบริการการอัดประจุไฟฟ้าอยู่ระหว่างการกำหนด แต่เชื่อว่าจะไม่สูงเหมือนกับภาคเอกชนอื่น ๆ” อาจารย์พรพิสุทธิ์ กล่าวปิดท้าย