หลังจากที่เพจ “รถตู้กรุงเทพฯ-หัวหิน – บริษัทจูนแอนด์เจมส์ ทรานสปอร์ต” ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า  “30 มิถุนายน 2562 เตรียมปิดกิจการ ขอประกาศเลยว่า ธุรกิจเจ๊งเพราะ คสช. ของรัฐบาลประยุทธ์ ขอบคุณทุกท่านที่เคยใช้บริการ #RIPรถตู้สาธารณะ”

ล่าสุด กรมการขนส่งทางบก ได้ออกมายืนยันแล้วว่า การเลิกกิจการของวินรถตู้กรุงเทพ-หัวหิน ซึ่งดำเนินการโดยบริษัท จูนแอนด์เจมส์ทรานสปอร์ต ไม่กระทบผู้โดยสาร ดังนี้

กรณีที่วินรถตู้กรุงเทพ-หัวหิน บริษัท จูนแอนด์เจมส์ทรานสปอร์ต ได้โพสต์เฟสบุ๊ค แจ้งผู้ใช้บริการว่าทางวินรถตู้จะยกเลิกกิจการในวันที่ 30 มิถุนายน 2562 เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจ นั้น กรมการขนส่งทางบก, บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) และสำนักงานขนส่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เตรียมมาตรการรับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว โดยยืนยันว่าการเลิกกิจการของผู้ประกอบการรายดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการบริการผู้โดยสารที่ต้องการเดินทางในเส้นทาง กรุงเทพ – หัวหิน อย่างแน่นอน

ปัจจุบัน เส้นทาง 978 กรุงเทพฯ-หัวหิน บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง มีจำนวนรถโดยสารในเส้นทางรวมทั้งหมด 101 คัน แบ่งเป็นรถบัสปรับอากาศจำนวน 9 คัน และรถตู้โดยสารจำนวน 92 คัน โดยในจำนวนรถตู้ทั้งหมด แบ่งเป็น 6 วิน ประกอบด้วย

  1. วินเจเคพี จำนวนรถ 42 คัน
  2. วินพรปิยะ จำนวนรถ 12 คัน
  3. วิน HPT จำนวนรถ 12 คัน
  4. วิน ณ เณร จำนวนรถ 12 คัน
  5. วินแสงจันทร์ จำนวนรถ 8 คัน
  6. วินจูนแอนด์เจมส์ จำนวนรถ 6 คัน (ประกาศเลิกกิจการ วันที่ 30 มิถุนายน 2562)

ดังนั้น กรณีวินจูนแอนด์เจมส์ เลิกกิจการ จึงทำให้จำนวนรถลดลงเพียง 6 คันจากจำนวนทั้งหมด ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน ยังมีรถบัสปรับอากาศและรถตู้โดยสารสาธารณะเพียงพอต่อการให้บริการ นอกจากนี้ วิน ณ เณร ยังได้มีการจัดซื้อรถโดยสารขนาดเล็กจำนวน 10 คัน เพื่อเตรียมเข้าทดแทนรถตู้ที่ครบอายุการใช้งานไว้แล้วในอนาคต

ทั้งนี้ การจัดระเบียบการให้บริการรถตู้โดยสารสาธารณะ และรถโดยสารประเภทอื่นๆ ด้วยนั้น เป็นนโยบายเพื่อยกระดับความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถโดยสารสาธารณะให้แก่ประชาชน โดยภาครัฐได้มีการกวดขันการให้บริการควบคู่กับการออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่อง เช่น มาตรการนำรถโดยสารขนาดเล็กมาเปลี่ยนทดแทนรถตู้โดยสาร กรมการขนส่งทางบกให้เริ่มทดแทนเฉพาะรถตู้โดยสารที่ครบอายุการใช้งาน (ครบ 10 ปี) ทั้งยังมีมาตรการช่วยเหลือและลดผลกระทบของผู้ประกอบการ อาทิ การทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บขส., ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ภายใต้โครงการ “เปลี่ยนรถโดยสารประจำทางขนาดเล็กแทนรถตู้โดยสาร” และได้จัดตั้งศูนย์บริการเบ็ดเสร็จรถตู้โดยสารประจำทาง ณ บริเวณอาคาร 3 ชั้น 1 อำนวยความสะดวกให้คำปรึกษาแนะนำกรณีรถตู้โดยสารประจำทางจะครบกำหนดอายุ 10 ปี และขั้นตอนการ จดทะเบียนรถแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว (One stop service) พร้อมช่วยเหลือเจ้าของรถในกรณีที่มีความประสงค์ที่จะทำการเปลี่ยนรถทดแทนรถคันเดิมที่หมดอายุ

อ้างอิง : https://www.facebook.com/PR.DLT.NEWS/photos/a.1563735837182911/2326599650896522/?type=3&theater

 

ขณะเดียวกันเพจไทยคู่ฟ้า ยังออกมาชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวว่า

“นายกรัฐมนตรีเห็นใจผู้ประกอบการ แต่การจัดระเบียบรถตู้โดยสารมีเจตนาเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้โดยสาร สร้างความเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่งเสริมการบริการที่ปลอดภัย และมีคุณภาพ ซึ่งผู้ประกอบการต้องปรับตัวและพัฒนาธุรกิจของตน เพื่อสร้างความประทับใจและความพึงพอใจ ให้ลูกค้าซื้อหรือใช้บริการอย่างต่อเนื่องและเกิดการบอกต่อ”

อ้างอิง : https://www.facebook.com/ThaigovSpokesman/photos/a.210271022772045/667690030363473/?type=3&theater

 

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร 

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/