สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Electric Vehicle Association of Thailand) หรือ EVAT ถือเป็นอีกหนึ่งสมาคมที่ไม่แสงหาผลกำไร และมีแนวทางที่ชัดเจนว่า จะมุ่งส่งเสริมเเละสนับสนุนการเเลกเปลี่ยนความรู้ทางวิชาการด้านเทคโนโลยีเเละนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทุกประเภท รวมทั้งยังให้คำปรึกษาข้อบังคับ มาตรฐาน เเละการดำเนินงานในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

ปัจจุบัน “ดร.ยศพงษ์ ลออนวล” ทำหน้าที่เป็นนายกสมาคมฯ โดยมีความมุ่งหวังที่จะให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเเพร่หลาย เพื่อเเก้ปัญหามลพิษ PM 2.5 ในประเทศไทย รวมทั้งปัญหาโลกร้อนที่กำลังลุกลามไปทั่วโลก

ล่าสุด สมาคม EVAT ตอบรับร่วมงาน BUS & TRUCK ’19 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวะนที่ 7-9 พ.ย. 2562 ณ ไบเทค กรุงเทพฯ ศกนี้ เพื่อสนับสนุนให้ภาคขนส่งหันมาร่วมกันผลักดันให้เกิดพลังงานไฟฟ้าในรถบัสและรถบรรทุก รวมถึงรถเชิงพาณิชย์อื่นๆ ด้วย

EVAT พร้อมร่วมงาน BUS & TRUCK ’19

ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (Electric Vehicle Association of Thailand) หรือ EVAT เปิดเผยว่า ทางสมาคมฯ พร้อมร่วมงาน BUS & TRUCK ’19 และจะมีการประชุมร่วมกับสมาชิกของสมาคมฯ ภายในงานด้วย รวมทั้งยังจะมีการสัมมนาร่วมกับบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างๆ เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และความคิดใหม่ๆ ให้กับบรราดาผู้ประกอบการขนส่งได้นำไปใช้ในอนาคตได้

“เรื่องที่เกี่ยวกับ BUS & TRUCK อีกเรื่องคืออยากส่งเสริมให้รถสาธารณะเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้า (EV) ให้หมด อันนี้เป็นสิ่งที่เราอยากผลักดันให้เกิด คือทุกอย่างที่เป็นสาธารณะ เช่น รถเมล์ รถที่วิ่งระหว่างเมือง มอเตอร์ไซค์ ตุ๊กตุ๊ก และแท็กซี่ เป็นต้น สำหรับวงการรถใหญ่รถโดยสารมีแนวโน้มดีขึ้นมาก เพราะเริ่มเห็นรถโดยสาร หรือรถบัส นำมาใช้มากขึ้นแล้ว เช่น รถเมล์ของ ขสมก. ที่นำรถเมล์พลังงานไฟฟ้า 100% มาวิ่งให้บริการ ซึ่งสมาคมฯ ก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมผลักดันโครงการนี้ด้วย ส่วนรถบรรทุกก็อยากให้มีในภาคขนส่งเช่นกัน”

อย่างไรก็ตาม ถ้าภาคขนส่งใช้ยานยนต์ไฟฟ้า 100% โดยไม่ใช้น้ำมันก็จะไม่มีมลพิษในอากาศเลย และถ้ามีการติด Solar Roof ก็แทบจะใช้ไฟฟ้าฟรีอีก เพราะฉะนั้นจุดเด่นคือ เราจะได้ใช้พลังงานที่สะอาดกว่า ค่าของมลพิษต่างๆ ที่ออกมาก็เป็นศูนย์เลยทีเดียว

ค่ายรถซุ่มพัฒนาพลังงานไฟฟ้า

ถ้าถามว่ามีค่ายรถยนต์สนใจตลาดพลังงานไฟฟ้ามากน้อยเพียงใด คิดว่าคงไม่มีบริษัทไหนอยากจะล้าสมัย เพราะปัจจุบันยานยนต์พลังงานไฟฟ้าถือเป็นกระแสที่ต้องพัฒนาแล้ว และเชื่อว่ากลุ่มรถเชิงพาณิชย์จะได้ประโยชน์มาก ไม่เหมือนรถบ้านเพราะรถบ้านมีใช้น้อยและคนใช้จะรู้สึกว่าไม่คุ้มค่ามาก แต่ถ้าเป็นรถเชิงพาณิชย์ต่างๆ แล้ว ถ้ายิ่งวิ่งเยอะก็จะยิ่งคุ้มค่า ถึงแม้ว่าต้นทุนการซื้อรถอาจจะสูงกว่า แต่ระยะทางการวิ่งเทียบกับปริมาณพลังงานที่ใช้ไปจะคุ้มค่ากว่ามาก อย่างไรก็ดี ปัญหาตอนนี้คือมีค่ายรถค่ายไหนจะผลิตออกมาแล้วให้มีความน่าเชื่อถือได้ เพราะขณะนี้ยังมีค่ายที่ผลิตรถไฟฟ้าออกมาไม่มากนัก จึงอยากสนับสนุนให้ค่ายรถใหญ่ขายรถพลังงานไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไทยให้ได้

รถบัสไฟฟ้าจีนมาแรงแซงทุกโค้ง!

สำหรับค่ายรถใหญ่พลังงานไฟฟ้าที่มาแรงที่สุดในปัจจุบันก็คือ ค่ายรถจากประเทศจีน เพราะจีนเป็นคนเริ่มต้นทำเรื่องรถบัสและสนับสนุนการใช้รถบัส เห็นได้จากช่วงการแข่งขันโอลิมปิกที่จีนเป็นเจ้าภาพ เมื่อปี 2008 นั้น มีการรณรงค์เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้วยการให้ทุกเมืองใช้รถบัส ทำให้เกิดรถบัสในจีนเยอะมาก แต่ละเมือง หรือแต่ละมณฑลมีรถบัสเยอะมาก และขณะนี้หน่วยงานไหนๆ ก็อยากให้เป็นรถไฟฟ้า (EV) หมดแล้ว และราคาก็เริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ส่วนภาพรวมถ้าเป็นกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้านั้น ประเทศเกาหลี ญี่ปุ่น ยุโรป ก็เริ่มมีแล้ว ซึ่งถือเป็นภาพรวมที่ดีในอนาคต

ควันดำไม่ใช่ปัญหาหลัก PM 2.5

การแก้ปัญหา PM 2.5 ที่ต้นเหตุก็คงต้องมีการเปลี่ยนไปใช้พลังงานไฟฟ้าให้หมด เพื่อลดมลภาวะทางอากาศ จริงๆ ที่เราเห็นรถใหญ่ หรือรถกระบะควันดำนี่ไม่ใช่ PM 2.5 เพราะควันดำคือเขม่าควัน ซึ่งสิ่งที่เรามองเห็นนี้จะไม่น่ากลัว แต่ที่มองไม่เห็นจะน่ากลัวกว่า และการแก้ปัญหาเรื่องควันดำถือเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ บางประเทศไม่มีรถที่ควันดำเลย แต่ก็ยังมี PM 2.5 เพราะยังไงถ้ารถยังเป็นเครื่องยนต์อยู่ ก็จะมี PM 2.5 อยู่ดี คือควันดำจะมองเห็นได้ง่าย แต่ที่เรามองไม่เห็นก็ยังมีฝุ่นละออง

โดย…กองบรรณาธิการ BUS & TRUCK

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร 

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/