ลีสซิ่งกสิกรไทย เดินเกมรุกตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ วางเป้ายอดสินเชื่อคงค้างรวม 96,430 ล้าน มั่นใจปี 60 ตลาดรถบรรทุกเติบโต เผยผลประกอบการปี 59 ปล่อยสินเชื่อได้ 79,772 ล้าน เพิ่มขึ้น 9.72%

คุณศาศวัต วีระปรีย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยว่า ทิศทางของสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ของตลาดรวมในปี 2560 มีโอกาสฟื้นตัวที่ 2-4% ส่วนการดำเนินธุรกิจในปี 2560 ของลีสซิ่งกสิกรไทย จะเน้นทำการตลาดในเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพ เช่น กลุ่มรถยนต์นั่ง และกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ และแคมเปญส่งเสริมการขายใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการลูกค้ากลุ่มต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้ายอดสินเชื่อคงค้างที่ 96,430 ล้านบาท และตั้งเป้าสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ไม่เกิน 1.82%

ขณะที่แนวโน้มตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2560 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่า มีโอกาสขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 ปี ที่ประมาณ 2-7% หรือมียอดขายประมาณ 785,000 ถึง 825,000 คัน เนื่องจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย และโครงการรถยนต์คันแรกที่จะทยอยครบกำหนดในครึ่งปีหลัง 2560 โดยประเภทของรถยนต์ที่มีโอกาสจะเติบโตได้ดี คือ รถยนต์นั่งขนาดเล็ก รถหรูสัญชาติตะวันตก รถบรรทุก และรถกระบะแบบ 4 ประตู (Double Cab) โดยกลุ่มรถยนต์นั่งมีแนวโน้มขยายตัวโดดเด่นที่ 3-8% หรือคิดเป็นจำนวน 337,000-355,000 คัน จากการซื้อรถคันใหม่เมื่อครบกำหนดโครงการรถยนต์คันแรก และการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค

ด้านตลาดสินเชื่อรถช่วยได้ หรือการนำรถมากู้เงินยังมีแนวโน้มที่สดใส โดยคาดว่าจะเติบโตอย่างต่อเนื่องด้วยตัวเลขสองหลัก และมีระดับหนี้เสียต่ำ เนื่องจากผู้ที่ขอสินเชื่อประเภทนี้ส่วนใหญ่มักมีศักยภาพที่จะเป็นเจ้าของรถยนต์ได้ และบางรายอาจใช้รถเพื่อทำธุรกิจทำให้มีความเสี่ยงน้อยลง สถาบันการเงินต่าง ๆ จึงสนใจขยายตลาดดังกล่าว

ส่วนผลประกอบการของบริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด ในปี 2559 นั้น สามารถปล่อยสินเชื่อได้ 79,772 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 9.72% แบ่งเป็นสินเชื่อใหม่เช่าซื้อ และลีสซิ่ง และสินเชื่อจำนำเล่มทะเบียน 37,009 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.21% และสินเชื่อผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ 42,763 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.65% สำหรับยอดสินเชื่อคงค้าง (Outstanding Loan) มียอดรวม 90,696 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 2.28% ขณะที่สภาพตลาดรถยนต์ในประเทศโดยรวมในปีที่แล้วยังหดตัวลงอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยลบรอบด้าน ทั้งนี้ บริษัทมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 1.65% ส่งผลให้บริษัทมีกำไร 820 ล้านบาท เติบโต 25.19%