“สมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย” เตรียมนำทัพผู้ประกอบการและพันธมิตรในแวดวงอู่ซ่อมรถ ขนเทคโนโลยีการซ่อมรถพร้อมอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ร่วมจัดแสดงในงาน BUS & TRUCK ’19 พร้อมเปิดมุมมองธุรกิจอู่ซ่อมในยุคปัจจุบัน ชี้เจ้าของอู่หลายแห่งประสบปัญหาเดียวกัน วอนรัฐหันมาดูแล

คุณธัญยกันต์ ศรีอังกูรธนรัฐ นายกสมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย

ส.การซ่อมยานยนต์ฯ ร่วมงาน BUS & TRUCK ’19

คุณธัญยกันต์ ศรีอังกูรธนรัฐ นายกสมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในปลายปี 2562 นี้ สมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย และสมาชิกที่อยู่ภายใต้สมาคมฯ พร้อมที่จะเข้าร่วมในงาน BUS & TRUCK ’19 อย่างแน่นอน โดยครั้งนี้จะมีผู้ประกอบการที่อยู่ในแวดวงการซ่อมรถทั้งรถใหญ่และรถเล็กนำเทคโนโลยีการซ่อมรถไปจัดแสดงให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมอย่างใกล้ชิด เช่น การเคาะรอยบุ๋มตัวถังรถยนต์ด้วยเครื่องมือที่ทันสมัย และเทคโนโลยีและวิวัฒนาการของสีพ่นรถยนต์ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ยังมีการออกบูธโดยผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเครื่องมือช่างที่ใช้ในอู่ซ่อมรถทุกชนิด อาทิ สีสำหรับพ่นรถยนต์ ห้องพ่นสี ห้องอบสี เครื่องเจียรจานเบรค แท่นดึงตัวถัง เครื่องตั้งศูนย์ เครื่องถอดยาง เครื่องมือพิเศษที่ใช้สำหรับการซ่อมรถอีกหลายชนิด เป็นต้น

“งาน BUS & TRUCK ’19 ที่จะถึงในปลายปีนี้ เรายินดีที่จะเข้าร่วมเช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา เพราะงานนี้ถือเป็นการนำนวัตกรรมเกี่ยวกับยานยนต์เพื่อการพาณิชย์มาจัดแสดง เพื่อเป็นการเปิดโลกทัศน์ให้กับคนไทยได้สัมผัส อีกทั้งยังมีพื้นที่ให้สมาคมฯ และธุรกิจต่างๆ ได้พบปะเพื่อเจรจาทางธุรกิจและสานสัมพันธ์กันจนนำไปสู่การต่อยอดเรื่องงานได้ในอนาคต

โชว์เทคโนโลยี พร้อมของที่ระลึกมากมาย

ซึ่งในงานนี้ นอกเหนือจากการนำพันธมิตรที่อยู่ในเครือสมาคมฯ เข้าไปร่วมออกบูธและแสดงเทคโนโลยีการซ่อมรถแล้ว อาจจะมีของที่ระลึกไปร่วมสนุกหรือแจกให้กับผู้เข้าร่วมชมงานอีกด้วย ซึ่งต้องขอขอบคุณทางผู้จัดงาน BUS & TRUCK มาในโอกาสนี้ ที่ยังเล็งเห็นความสำคัญของผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถยนต์ และสมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทยมาโดยตลอด และเราหวังว่าจะได้เห็นวิวัฒนาการและเทคโนโลยีที่เกี่ยวเนื่องกับการซ่อมรถภายในงาน BUS & TRUCK ทั้งในปีนี้และปีถัดไปอย่างต่อเนื่อง” คุณธัญยกันต์ กล่าว

 

ธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์วูบ ค่าอะไหล่-ค่าแรงพุ่ง

คุณธัญยกันต์ กล่าวถึงสถานการณ์ของธุรกิจอู่ซ่อมรถยนต์ว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอู่จะประสบปัญหาเดียวกัน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นของค่าวัตถุดิบหรืออะไหล่ที่ต้องใช้ในการซ่อมรถ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยในเรื่องของคนในปัจจุบันที่เลิกใช้รถเก่าแล้วหันไปใช้รถยนต์ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่มากขึ้น ซึ่งรถเหล่านี้ต้องเข้าตรวจเช็คกับศูนย์บริการเท่านั้น จึงทำให้รถเก่าที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปธรรมดาไม่ค่อยถูกนำมาใช้งานบนท้องถนนและส่งผลให้งานซ่อมที่อู่ลดลงเช่นเดียวกัน

“ยุคนี้ผู้ประกอบการอู่อาจจะต้องลำบากขึ้น เพราะได้รับผลกระทบจากปัจจัยหลายอย่างไม่ว่าจะเป็น ราคาของอะไหล่ที่สู่งขึ้น และค่าแรงในสาขาอาชีพช่างซ่อมรถยนต์ ก็มีการปรับขึ้นตาม “ประกาศคณะกรรมการค่าจ้าง เรื่อง อัตราค่าจ้างตามมาตรฐานฝีมือ” อยู่ที่ไม่ต่ำกว่าวันละ 400 ในขณะที่ลูกค้านำรถมาซ่อมที่อู่แล้วเราไม่สามารถปรับค่าบริการเพิ่มขึ้นตามได้ แม้จะพยายายามหาแนวทางเพื่อลดต้นทุนในการดำเนินงานแต่ยังไม่สามารถทำได้ ดังนั้นจึงต้องแบกรับภาระสิ่งเหล่านี้ไปเรื่อยๆ หากอู่ไหนไม่สามารถแบกรับได้ก็ต้องปิดตัวลงไปในที่สุด” คุณธัญยกันต์กล่าว

ฝากภาครัฐหันมาดูแลธุรกิจอู่ซ่อมคนไทย

คุณธัญยกันต์ กล่าวปิดท้ายถึงสิ่งที่อยากจะฝากไปยังภาครัฐว่า อยากให้ภาครัฐหันมาดูแลและสนับสนุนผู้ประกอบการอู่ซ่อมรถยนต์ที่เป็นธุรกิจและอาชีพที่อยู่คู่กับคนไทยบ้าง เนื่องจากที่ผ่านมาผู้ประกอบการอู่มักประสบปัญหาจากการขึ้นราคาค่าอะไหล่และอุปกรณ์ ที่ถูกผลิตและกำหนดราคาจากโรงงานของนายทุนต่างชาติ

อีกทั้ง ปัจจุบันแรงงานฝีมือที่อยู่ในสาขาวิชาชีพช่างยนต์ยังมีไม่เพียงพอ จึงอยากให้ภาครัฐเข้าไปสนับสนุนและส่งเสริมการสายอาชีวะภาควิช่างยนต์เพิ่มมากขึ้น เพื่อผลิตบุคลากรด้านวิชาชีพช่างยนต์ออกมาสู่ตลาดแรงงานและเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนพร้อมทั้งพัฒนาประเทศให้เดินหน้าต่อไป

อนึ่ง สมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย เริ่มต้นจากกลุ่มคนกลุ่มเล็กๆ ที่เรียกตัวเองว่า “พี่น้องชาวอู่ ” ด้วยมิตรภาพแห่งคำว่า “เพื่อน” การช่วยเหลือและแบ่งปัน จากการสนทนาปรึกษาหารือในกลุ่มคนเล็กๆ แบ่งปันโอกาส และให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกัน กลุ่มพี่น้องร่วมอาชีพก็เริ่มเติบโต และมีสมาชิกเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่องจนนำไปสู่อุดมการณ์และเป้าหมายเดียวกัน ที่จะสร้างรากฐานทางวิชาชีพอู่ซ่อมรถยนต์เพื่อเป็นการพัฒนาสาขาวิชาชีพ ซึ่งถือเป็นเมล็ดพันธุ์ แห่งความหวัง ได้ยังรากแตกใบ และพร้อมที่จะเติบใหญ่วันเวลาผ่านไป ได้มีอาสาสมัคร หมุนเวียนเข้ามาช่วยกันดูแล บริหารงาน ทะนุบำรุงให้ต้นไม้นี้เติบโตอย่างมีคุณค่า จวบจนปัจจุบันก่อตั้งมายาวนานถึง 72 ปี

ประวัติที่สำคัญ

-ก่อตั้งสมาคมฯ ปี พ.ศ.2490 ชื่อเดิม สมาคม ฮั่ว เคี้ยว เตี๋ยง ฉัก แห่งประเทศไทย โดยมีสำนักงานใหญ่ของสมาคมฯ ตั้งอยู่ที่ บ้านเลขที่ 456 ถนนเจริญกรุง อำเภอสัมพันธวงศ์

-ปี 2518-2523 ในสมัยของนายกสมาคมฯ คนที่ 4 มีการแก้ไขเปลี่ยนชื่อ สมาคม ฮั่ว เคี้ยว เตี๋ยง ฉัก แห่งประเทศไทย จากเดิม เป็นชื่อ สมาคมสหมิตรการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย

-ปี 2560-2562 ในสมัยนายกสมาคมฯ คนที่ 17 มีการดำเนินการก่อสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ของสมาคมฯ แล้วเสร็จเรียบร้อยสมบูรณ์ และเริ่มทำการ ณ ที่อาคารสมาคมฯ แห่งใหม่ ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 222 ถนนเลียบคลองมอญ แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง จังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้ง มีมติเห็นชอบแก้ไขเปลี่ยนชื่อ สมาคมสหมิตรการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย จากเดิม เป็นชื่อ “สมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย”

โดย…น้าเช

——————————————————

พบกับ สมาคมการซ่อมรถยนต์แห่งประเทศไทย ได้ที่ BUS & TRUCK ’19 งานแสดงเทคโนโลยีรถเพื่อการพาณิชย์และกิจการพิเศษครั้งที่ 16 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่  7-9 พฤศจิกายน 2562 เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00-19.00 น. ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ฮอลล์ EH106

สนใจร่วมออกบูธติดต่อได้ที่ : 0-2717-2477

 

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th