คุณบุญมา ป๋งมา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมสมาชิก 30 คน ได้ยื่นหนังสือถึงนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พร้อมทั้งยังได้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อคัดค้านการปรับปรุงแผนพื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ที่จะปรับลดขนาดองค์การให้เล็กลง โดยให้บริษัทเอกชนเข้ามาจัดการเดินรถแทนองค์การ และยกเลิกแผนจัดชื้อรถใหม่ 3,000 คัน

สำหรับข้อคัดค้านแผนฟื้นฟูองค์การนั้น ประกอบด้วย 1.ตามแผนฟื้นฟูให้องค์การปรับลดจำนวนพนักงานประจำสำนักงานเหลือ 225 คน และโครงการเกษียณก่อนกำหนด (เออร์ลี่รีไทร์) พนักงานเก็บค่าโดยสารจำนวนมากนั้น สหภาพแรงงานไม่เห็นด้วย เพราะระบบเทคโนโลยีที่นำมาใช้กับองค์การยังไม่มีความพร้อม

“การปรับลดจำนวนพนักงานดังกล่าว อาจทำให้องค์การได้รับความเสียหาย และพนักงานได้รับความเดือดร้อนและตามนโยบายนายศักดิ์สยาม ที่ต้องการให้ลดราคาค่าโดยสารรถเมล์ลง เพื่อลดค่าครองชีพของประชาชน และลดภาระงบประมาณในการอุดหนุนและชดเชยการขาดทุนนั้น การกำหนดราคาค่าโดยสารรัฐบาลเป็นผู้กำหนด โดยคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง องค์การไม่ได้เป็นผู้กำหนด และไม่สามารถปรับขึ้นราค่าโดยสารได้ด้วยตนเอง ปัจจุบันองค์การจัดเก็บค่าโดยสารต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งประชาชนที่ใช้บริการรถโดยสารขององค์การยอมรับในราคาค่าโดยสารดังกล่าวได้ เมื่อองค์การขาดทุนรัฐต้องรับผิดชอบ โดยการให้เงินชดเชย และหากรัฐมีความประสงค์จะลดราคาค่าโดยสารสามารถทำได้หรืออาจนำโครงการรถเมล์ฟรีกลับมาใช้ เพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่รัฐบาลต้องชดเชยหรือให้เงินอุดหนุนคำโดยสารที่ขาดหายไปให้กับ ขสมก.”

2.การเดินรถจะเปลี่ยนเป็นการจ้างเอกชนข้ามาเดินรถแทน ขสมก. ซึ่งเอกชนจะต้องจัดหารถใหม่นั้น มองว่าเป็นการฝ่าฝืนพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ. 2519 ซึ่งกฎหมายดังกล่าวกำหนดให้องค์การเป็นผู้จัดการเดินรถในเขตกรุงเทพฯ และจังหวัดใกล้เคียง ตลอดระยะเวลา 43 ปี ที่ผ่านมาองค์การได้ให้บริการช่วยเหลือสังคม และกิจกรรมต่างๆ ของภาครัฐอย่างต่อเนื่อง อาทิ งานพระบรมศพในหลวงรัชการที่ 9 งานอุ่นไอรักคลายความหนาว และพระราชพิธีบรมราชาภิเษก รัชกาลที่ 10 หากให้เอกชนเข้ามาเดินรถแทนองค์การ อาจส่งผลกระทบต่อประชาชน และพนักงานองค์การ เพราะเป็นที่รู้ทั่วไปว่าการประกอบกิจการของเอกชนนั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อมุ่งหาผลกำไร โดยไม่คำนึงถึงการให้บริการกับประชาชน ทั้งสภาพรถเก่า ไม่ได้มาตรฐานการแต่งกายไม่เรียบร้อย และกิริยวาจาไม่สุภาพต่อผู้ใช้บริการ ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย หากปล่อยให้แนวคิดหรือนโยบายเช่นนี้ดำเนินการต่อไปประเทศชาติประชาชน รวมทั้ง ขสมก. แนวคิดนี้จึงเป็นการแปรรูปองค์การอย่างชัดเจน

 

3.ให้องค์การยกเลิกแผนจัดซื้อรถ 3,000 คัน เพื่อลดต้นทุนและค่าใช้จ่าย มองว่าเป็นการฝ่าฝืนมติคณะรัฐมนตรี  (ครม.) ซึ่งมี พล.อ.ประยุทธ์ ได้อนุมัติหรือให้ความเห็นชอบให้ ขสมก.จัดซื้อรถใหม่ 3,000 คัน หากให้ ขสมก.ยกเลิกแผนจัดซื้อรถใหม่ดังกล่าวจึงไม่ชอบด้วยมติ ครม. ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

4.การนำระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ (อีทิคเก็ต) และระบบเครื่องรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EDC มาใช้กับ ขสมก. ล้มเหลว เนื่องจากระบบไม่เสถียร ทำให้ประชาชนสับสน และองค์การได้รับความเสียหาย ดังนั้นโปรดพิจารณาทบทวนแผนพื้นฟูดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน ประเทศชาติและสร้างขวัญกำลังใจให้กับพนักงาน

โดย..สวนเลน

 

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th