กรมทางหลวงชนบท ครบรอบ 17 ปี อย่างมั่นคง มุ่งเดินหน้าพัฒนาสานต่อภารกิจยกระดับมาตรฐานทางและสะพานให้สอดคล้องนโยบายรัฐบาลเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน

เมื่อวันที่ 9 ต.ค.62 คุณศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นประธานในงานวันคล้ายวันก่อตั้งครบรอบ 17 ปี ของกรมทางหลวงชนบท (ทช.) พร้อมด้วย คุณกมล หมั่นทำ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม และคณะผู้บริหารกระทรวงคมนาคม เข้าร่วมเป็นเกียรติในงานฯ โดยมี คุณปฐม เฉลยวาเรศ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายมานพ สุสิงห์ นายประศักดิ์ บัณฑุนาค รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท นายโกสินท์ พิทยะเวสด์สุนทร นายวิศว์ รัตนโชติ วิศวกรใหญ่กรมทางหลวงชนบท และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมทางหลวงชนบท ให้การต้อนรับ ซึ่งภายในงานประกอบด้วยกิจกรรมที่สำคัญ ได้แก่ พิธีสงฆ์เพื่อความเป็นสิริมงคลของบุคลากรของ ทช. พิธีมอบโล่ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ พนักงานราชการดีเด่น เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ ณ กรมทางหลวงชนบท บางเขน กรุงเทพฯ

 

นายปฐม เฉลยวาเรศ รองอธิบดีกรมทางหลวงชนบท รักษาราชการแทนอธิบดีกรมทางหลวงชนบท กล่าวว่า ปัจจุบัน ทช.มีถนนโครงข่ายในความรับผิดชอบทั่วประเทศ จำนวน 3,267 สายทาง ระยะทางรวม 47,960 กิโลเมตร สำหรับในปีงบประมาณ 2562 ที่ผ่านมา ทช.ได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 46,786 ล้านบาท สิ้นปีงบประมาณ 2562 เบิกจ่ายไปแล้ว จำนวน 40,865 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 87.35 ในปีงบประมาณ 2562 มีโครงการที่ ทช.ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ เช่น ถนนสายแยก ทล.1098 – ทล.1 อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย, ถนนทางหลวงชนบท สาย ก ผังเมืองรวมเมืองหนองคาย จังหวัดหนองคาย, สะพานข้ามทางรถไฟบริเวณจุดตัดผ่านทางรถไฟบนทางหลวงชนบทสาย นฐ.1012 แยก ทล. 4 – บ้านกลาง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม, ถนนสายแยก ทล. 108 – ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยส้มป่อย (ตอนที่ 2) ตำบลสบเตี๊ยะ อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่, ถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล. 4 – ทล. 4054 เลียบแนวชายแดน อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา, ถนนสายภายในบ้านทับทิมสยาม 03 อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ฯลฯ

 

นอกจากนี้ ยังมีโครงการสำคัญที่อยู่ระหว่างดำเนินการ อาทิ โครงการก่อสร้างขยายถนนทางหลวงชนบทสาย นม.1120 – แยก ทล. 2 – บ้านโคกไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา, ถนนเลียบชายฝั่งทะเลภาคใต้ ถนนทางหลวงชนบทสายบ้านสระน้อย – บ้านปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, โครงการก่อสร้างถนนสายแยก ทล. 2 – ทล. 211 อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย, โครงการก่อสร้างทางต่างระดับข้ามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 37 เชื่อมระหว่างทางหลวงชนบทสาย ปข.2052 กับ ทางหลวงชนบทสาย ปข.2057 อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์, ถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล. 4001 – บ้านโพธิ์แบะ อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร และถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล. 4198 – เทศบาลปากน้ำหลังสวน อำเภอทุ่งตะโก, หลังสวน จังหวัดชุมพร และโครงการก่อสร้างขยายถนนกัลปพฤกษ์ (ช่วงกาญจนาภิเษก – ถนนราชพฤกษ์) ระยะทาง 7.602 กิโลเมตร, โครงการขยายถนนราชพฤกษ์ระยะที่ 2 (ตอนที่ 3) (กม.22+900 – กม.31+250) ช่วงถนนรัตนาธิเบศร์ – ทล.345 ระยะทาง 8.350 กิโลเมตร ซึ่งทั้ง 2 โครงการสุดท้ายนี้ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณปลายปี 2562 เพื่อมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชนต่อไป

สำหรับในปีงบประมาณ 2563 ทช.ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ 48,005.5657 ล้านบาท ซึ่งเป็นการดำเนินการตามภารกิจและนโยบายของรัฐบาล ได้แก่ ถนนลูกรังเป็นถนนลาดยางหรือคอนกรีต ถนนเพื่อการแก้ไขปัญหาจราจรในปริมณฑลและภูมิภาค , ถนนในเขตผังเมืองรวม, ถนนสนับสนุนการท่องเที่ยว, ถนนเพื่อพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้, ถนนเพื่อเชื่อมต่อระบบขนส่ง, ถนนเพื่อสนับสนุนระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก EEC และเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน โดยมีการก่อสร้างจากถนนลูกรังเป็นถนนลาดยางหรือคอนกรีต จำนวน 439 โครงการ ระยะทาง 843.905 กิโลเมตร สะพานคอนกรีตเสริมเหล็กทั่วประเทศ จำนวน 140 โครงการ ความยาวรวม 9,167 เมตร ตลอดจนงานซ่อมบำรุงโครงข่ายทางหลวงชนบททั่วประเทศและอำนวยความปลอดภัยทางหลวงชนบท เป็นต้น

 

รวมทั้งการใช้ยางพาราเป็นส่วนผสมในการซ่อมสร้าง ตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม(นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ) ที่ได้เน้นย้ำในเรื่องการนำยางพารามาเป็นส่วนผสม ในอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัยให้มากขึ้น เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนยาง พร้อมส่งเสริมการใช้ยางพาราภายในประเทศ ซึ่งในส่วนของ ทช.ได้ร่วมกับคณะนักวิจัย จากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย ศึกษาแนวทางการนำยางพารามาใช้ในงานบำรุงรักษาทาง และอุปกรณ์อำนวยความปลอดภัย ได้แก่ เสาหลักนำทาง โดย ทช.ได้ติดตั้งเสาหลักนำทาง เป็นต้นแบบ prototype แล้วที่จังหวัดตรัง รวมถึงแบริเออร์แบบ Single Slope Barrier หุ้มด้วยยางพารา หนา 2 นิ้ว ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ สามารถลดแรงกระแทกเพิ่มขึ้นได้ถึงร้อยละ 30 และคาดว่าจะลดความรุนแรงของอัตราการบาดเจ็บลงได้

 

ส่วนโครงการสำคัญในปีงบประมาณ 2563 เช่น โครงการพัฒนาทางหลวงชนบทริมทะเลสาบสงขลา จังหวัดพัทลุง เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวทะเลสาบสงขลา นครศรีธรรมราช – พัทลุง – สงขลา กิจกรรมปรับปรุงผิวจราจร รวม 5 สายทาง ถนนเพื่อการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเลภาคใต้ ถนนสายแยก ทล.4003 (กม.ที่ 14+350) ถึง บ้านท้องเกร็ง อำเภอสวี,ทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ระยะทาง 9.085 กิโลเมตร และถนนสายแยก ทล.4002 (กม.ที่ 13+100) –บ้านแหลมสันติ อำเภอหลังสวน,ละแม จังหวัดชุมพร ระยะทาง 19.891 กิโลเมตร ถนนผังเมืองรวม ถนนสาย จ4 และ จ5 ผังเมืองรวมเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม ระยะทาง 3.222 กิโลเมตร และถนนสาย ง1 ผังเมืองรวมเมืองอุตรดิตถ์ ระยะทาง 7.425 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม พวกเราชาวทางหลวงชนบทยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงาน เพื่อให้งานของเรามีคุณภาพ สามารถตอบสนองต่อการเดินทางที่ปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชนที่ใช้ทางหลวงชนบท ตลอดจนการขับเคลื่อนภารกิจให้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชนและส่งเสริมเศรษฐกิจของประเทศสืบไป

โดย..สวนเลน

 

กดติดตาม เพื่อรับข่าวสารหรือความเคลื่อนไหวในแวดวงนี้ก่อนใคร

https://www.facebook.com/busandtruckexpo/

https://line.me/R/ti/p/%40eci6103k

https://www.busandtruckmedia.com/

https://www.busandtruckexpo.com/2019/th